“พลพีร์” ขอบคุณประชาชนร่วมสนับสนุน OTOP Midyear 2026 ตลอด 9 วัน

30.06.26 | 11:33 น.

“พลพีร์” ขอบคุณประชาชนร่วมสนับสนุน OTOP Midyear 2026 ตลอด 9 วัน ยอดจำหน่ายทะลุ 893.859 ล้านบาท หนุนเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้ชุมชนทั่วประเทศอย่างยั่งยืน

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงผลสำเร็จของการจัดงาน OTOP Midyear 2026 ซึ่งรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่า การจัดงานในปีนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดียิ่ง พร้อมขอขอบคุณพี่น้องประชาชนจากทั่วประเทศที่เดินทางมาร่วมเลือกซื้อสินค้า OTOP ภายในงาน ตลอดจนประชาชนที่สนับสนุนการสั่งซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการชุมชนทั่วประเทศ

นายพลพีร์ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 9 วันของการจัดงาน มียอดจำหน่ายรวมทั้งสิ้น 893.859 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ 600 ล้านบาท และสูงกว่ายอดจำหน่ายของการจัดงานในปีที่ผ่านมา 122.379 ล้านบาท สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อผลิตภัณฑ์ OTOP และศักยภาพของผู้ประกอบการไทยในการพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ตลาดยุคใหม่ อันเป็นผลจากการยกระดับผลิตภัณฑ์ การพัฒนาผู้ประกอบการ และการส่งเสริมช่องทางการตลาดอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย

ด้านนายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ประสบความสำเร็จทั้งในด้านจำนวนผู้เข้าชมงานและยอดจำหน่ายสินค้า สามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจชุมชนได้อย่างกว้างขวางทั่วประเทศ โดยมีผู้ประกอบการ OTOP และร้านค้าชุมชนเข้าร่วมกว่า 2,500 ร้านค้า นำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพหลากหลายประเภท ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย ของใช้ ของตกแต่ง สมุนไพร และผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์จากภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากประชาชนตลอดการจัดงาน

Advertisement

ภายในงานยังมีโซนไฮไลต์ที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก อาทิ OTOP Luxury, OTOP Brew & Bar, OTOP Craft & Design, โซนผ้าไทยใส่ให้สนุก และโซนศิลปิน OTOP ซึ่งสะท้อนการต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย และสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่ผู้บริโภค

สำหรับโซนที่มียอดจำหน่ายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

1. OTOP 5 ประเภท จำนวน 441.8 ล้านบาท
2. ศิลปิน OTOP จำนวน 66.4 ล้านบาท
3. OTOP ชวนชิม จำนวน 65 ล้านบาท
4. OTOP Premium จำนวน 23.6 ล้านบาท
5. OTOP Startup จำนวน 6.8 ล้านบาท

ขณะที่จังหวัดที่มียอดจำหน่ายสะสมสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

1. จังหวัดสุรินทร์ จำนวน 55.84 ล้านบาท
2. จังหวัดจันทบุรี จำนวน 48.72 ล้านบาท
3. จังหวัดลำพูน จำนวน 40.57 ล้านบาท
4. จังหวัดสุโขทัย จำนวน 36.63 ล้านบาท
5. จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 33.95 ล้านบาท

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการจำนวนมากยังได้รับคำสั่งซื้อและโอกาสทางธุรกิจต่อเนื่องจากผู้ซื้อทั้งในและต่างประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของผลิตภัณฑ์ชุมชนไทยที่สามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นแรงผลักดันสำคัญในการสร้างรายได้ เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ และยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน