ประธานแปลงใหญ่ (มังคุด) อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี เผยใช้ระบบการประมูลผลผลิตมังคุด ช่วยเรื่องการตลาดยั่งยืนได้จริง ช่วยผลักดันให้เกษตรกรร่วมมือกันมีการพัฒนาตนเองให้ผลิตสินค้าคุณภาพ มีความสามัคคี มีอำนาจการต่อรองกับตลาดในทุกด้าน ภายใต้การดำเนินงานร่วมกันอย่างเข้มข้นระหว่างแปลงใหญ่กับศพก.

นายพิพัฒน์ อินทรเจริญ ประธานแปลงใหญ่ มังคุด อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี เปิดเผยว่า ปัจจุบันแปลงใหญ่ มังคุด ตำบลชากไทย อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี มีสมาชิกจำนวน 31 ราย พื้นที่รวม 311 ไร่ ในเขตพื้นที่ความเหมาะสมปานกลาง (S2) สำหรับการปลูกมังคุด นอกเขตชลประทาน โดยเกษตรกรส่วนใหญ่ใช้น้ำจากสระน้ำส่วนตัว จากการรวมกลุ่มแปลงใหญ่ก็มีการจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนมังคุดแปลงใหญ่เขาคิชฌกูฏร่วมด้วย เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2559 ซึ่งได้มีการระดมหุ้นจากคณะกรรมการและสมาชิก ในราคาหุ้นละ 500 บาท เพื่อใช้ในการบริหารงานร่วมกัน ปัจจุบันมีจำนวน หุ้น 28 หุ้น และทำการเปิดบัญชีกลุ่มเพื่อรองรับงบประมาณจากโครงการต่างๆ รวมถึงใช้ในการทำกิจกรรมของกลุ่ม

ทั้งนี้การดำเนินของกลุ่มฯ มีเป้าหมายและแผนการพัฒนาที่ชัดเจน 5 ด้าน ด้วยกัน ได้แก่ 1. การลดต้นทุนการผลิต จาก 8622 บาทต่อไร่ เป็น 7439 บาท/ไร่ มีกิจกรรมที่ดำเนินการดังนี้ การจัดตั้งกองทุนปุ๋ยหมุนเวียน การใช้สารชีวภัณฑ์ทดแทนสารเคมี เช่น การผลิตและใช้ จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง ฮอร์โมนไข่ น้ำหมักชีวภาพคุณภาพสูง การใช้ปุ๋ยตามค่าวอเคราะห์ดิน และการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีและเหมาะสมตามหลัก GAP 2. การเพิ่มผลผลิต จาก 900 กิโลกรัมต่อไร่ เป็น 1,080 กิโลกรัมต่อไร่ โดยใช้สารเคมีและปัจจัยการผลิตอย่างถูกต้องและปลอดภัยตามช่วงระยะเวลาการผลิตพืช3. การบริหารจัดการ มีการจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชน มังคุดแปลงใหญ่เขาคิชฌกูฏ แต่งตั้งคณะกรรมการและมีการกำหนดบทบาทหน้าที่การทำงานอย่างชัดเจน สมาชิกมีการประชุมกันเดือนละ 1 ครั้ง มีการร่วมกลุ่มซื้อปัจจัยการผลิตร่วมกัน โดยสมาชิกทุกรายมีการจัดทำแผนการปฏิบัติงานในแต่ละรอบการผลิตและนำมาถอดความรู้ เป็นแผนการปฏิบัติงานของกลุ่ม 4. การเพิ่มคุณภาพและมูลค่าผลผลิต กำหนดให้สมาชิกทุกรายต้องได้รับการรับรอง GAP และผลิตสินค้าให้ได้มาตรฐานเดียวกัน มีแผนการพัฒนาและออกแบบบรรจุภัณฑ์ของกลุ่ม และการศึกษาดูงานแปลงเกษตรกรที่ประสบผลสำเร็จ 5. การตลาด มีแผนการพัฒนาให้กลุ่มมีความมั่นคงทางการตลาด มีการซื้อขายล่วงหน้า Contract Farming มีระบบตรวจสอบย้อนกลับ QR Code มีตลาดประมูลขายผลผลิตตามเกรดคุณภาพมังคุด

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ขณะนี้มีการดำเนินไปบ้างแล้ว อาทิ เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิตลงเหลือ 7,939 บาท ลดลงมาเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ ส่วนผลผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 1,080 กิโลกรัม/ไร เรื่องการตลาดขณะนี้มีการนำวิธีการประมูลมาใช้ ซึ่งก็ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ สมาชิกมีความเข้มแข็งมีความสามัคคี และมีความเชื่อมั่นอย่างเหนียวแน่นว่าวิธีการประมูลสินค้าจะสามารถสร้างความเข้มแข็งในด้านการตลาดให้กับกลุ่มได้อย่างยั่งยืน แม้ว่าปัจจุบันจะมีพ่อค้าแม่ค้าเข้ามาให้ราคาสูงกว่าการประมูล แต่สมาชิกกลุ่มก็ไม่ได้หวั่นไหวกับตรงส่วนนั้น แต่จุดอ่อนที่ต้องเร่งแก้ไขของกลุ่มก็คือในเรื่องของผลผลิตเนื่องจากสภาพอากาศปัจจุบันมีความแปรปรวนส่งผลให้มังคุดให้ผลผลิตไม่สม่ำเสมอ ทำให้ผลผลิตออกน้อย ขนาดไม่ได้มาตรฐาน ตรงนี้จากกลุ่มฯ และศพก.จึงวางแผนว่าหลังฤดูกาลเก็บเกี่ยวมังคุดในปีนี้แล้ว จะมีการพูดคุยถึงปัญหาลงลึกในรายละเอียดเพื่อแก้ปัญหาเป็นรายแปลง ทั้งนี้ก็เพื่อเตรียมพร้อมการผลิตมังคุดฤดูกาลถัดไปให้ได้มาตรฐานมีคุณภาพมากยิ่งขึ้นต่อไป

