ภายใต้นโยบายของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่มุ่งส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่ออนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) (BEDO) ร่วมมือกับบริษัท ลานนาอุตสาหกรรมเกษตร จำกัด (LACO) และบริษัท ลาโก้ อินโนเทค จำกัด เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจชีวภาพของประเทศด้วยการบูรณาการองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ภายใต้แนวคิด Green Economy ที่มุ่งสร้างการเติบโตควบคู่กับการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศ

ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งผลักดัน “ถั่วแระญี่ปุ่น จังหวัดเชียงราย” สู่สินค้าอัตลักษณ์มูลค่าสูงผ่านการขึ้นทะเบียน สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) โดยต่อยอดจากศักยภาพของพื้นที่ ทั้งภูมิประเทศ ภูมิอากาศ และทรัพยากรธรรมชาติที่ส่งผลต่อคุณภาพของผลผลิต พร้อมผลักดัน GI Twinning Project ผ่านแนวคิด GI x GI Collaboration เปิดพื้นที่ให้สินค้า GI จากหลายแหล่งผลิตร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมใหม่ ผสานจุดเด่นของแต่ละพื้นที่ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและขยายโอกาสทางการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ขับเคลื่อนภาคธุรกิจไทยสู่ Business Sustainability ผ่านการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมบนฐานความหลากหลายทางชีวภาพ การดำเนินงานครั้งนี้ยังได้รับการสนับสนุนข้อมูลวิชาการด้านการไหลผ่านของน้ำแร่แม่ขะจานจากกรมทรัพยากรธรณี เพื่อศึกษาศักยภาพเชิงพื้นที่

และก่อให้เกิดอัตลักษณ์ของถั่วแระญี่ปุ่น นำไปสู่สินค้า GI และเป็นการตอกย้ำความร่วมมือระหว่าง BEDO กับ กรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อเพิ่มมูลค่าและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าอัตลักษณ์ชุมชนผ่านการคุ้มครองและใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญา

โครงการคาดว่าจะสร้างประโยชน์ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่แม่ขะจานประมาณ 500 ราย ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกกว่า 8,000 ไร่ และสร้างมูลค่าผลผลิตในพื้นที่ประมาณ 400 ล้านบาทต่อปี สะท้อนศักยภาพของถั่วแระญี่ปุ่นจากพื้นที่แม่ขะจานในฐานะพืชเศรษฐกิจที่สามารถต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม และสอดรับกับความต้องการอาหารเพื่อสุขภาพที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดโลก
ดร.ธนิต ชังถาวร ผู้อำนวยการ BEDO กล่าวว่า ความร่วมมือกับ LACO ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างต้นแบบการใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพอย่างสมดุล ตั้งแต่การวิจัย การยกระดับมาตรฐานการผลิต การประยุกต์ใช้นวัตกรรม การพัฒนาศักยภาพบุคลากร ไปจนถึงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างภาคชุมชน ภาคธุรกิจ และภาควิชาการ เพื่อสร้างห่วงโซ่คุณค่าที่เข้มแข็ง และขับเคลื่อนการอนุรักษ์ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจ ภายใต้แนวคิด Nature Positive ที่มุ่งสร้างคุณค่าจากทุนทางธรรมชาติ พร้อมส่งต่อผลลัพธ์เชิงบวกต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน



