ท่ามกลางความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางการแพทย์ “การบริจาคโลหิต” ยังคงเป็นกิจกรรมสำคัญในการให้ความช่วยเหลือด้านสาธารณสุข ผู้ป่วยจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เข้ารับการผ่าตัด ผู้ประสบอุบัติเหตุ หรือผู้ที่ต้องได้รับโลหิตอย่างต่อเนื่อง ยังคงมีความต้องการโลหิตอยู่ไม่น้อย ดังจะพบข่าวการขอรับบริจาคโลหิตอยู่เป็นประจำ
ในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครบรอบ 45 ปี คณะมนุษยศาสตร์ โดยหน่วยบริการวิชาการ ได้สานต่อโครงการ “มนุษยศาสตร์เพื่อมนุษยชาติ: ร่วมบริจาคโลหิตเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาคณะมนุษยศาสตร์” เพื่อเชิญชวนนิสิต บุคลากร ศิษย์เก่า และประชาชนทั่วไป ร่วมแสดงพลังแห่งการให้ผ่านกิจกรรมบริจาคโลหิตในครั้งนี้

โครงการดังกล่าวจัดขึ้นรอบแรกเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 โดยได้รับความร่วมมือจากกองบริการโลหิต โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ มีผู้ผ่านเกณฑ์การบริจาคโลหิตจำนวน 51 ราย ได้รับโลหิตรวม 22,950 ซีซี ต่อมาในครั้งที่ 2 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 โดยได้รับความร่วมมือจากสถาบันโรคทรวงอก มีผู้ผ่านเกณฑ์การบริจาคจำนวน 84 ราย ได้รับโลหิตรวม 37,800 ซีซี ทำให้การรับบริจาคโลหิตทั้งสองครั้งที่ผ่านมามีผู้ผ่านเกณฑ์การบริจาคโลหิตรวมทั้งสิ้น 135 ราย ได้รับโลหิตรวม 60,750 ซีซี ปริมาณโลหิตดังกล่าวจะได้นำเข้าสู่กระบวนการตรวจคัดกรองและจัดสรรตามมาตรฐานของหน่วยงานทางการแพทย์ เพื่อใช้รักษาผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต่อไป
“มนุษยศาสตร์การแพทย์” กับพันธกิจเพื่อสังคม
โครงการบริจาคโลหิตภายใต้แนวคิด “มนุษยศาสตร์เพื่อมนุษยชาติ” เริ่มดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมในวาระครบรอบ 44 ปีของคณะมนุษยศาสตร์ เมื่อปี 2568 โดยตั้งเป้าหมายเชิงสัญลักษณ์ในการรับบริจาคโลหิตจำนวน 44,444 ซีซี ในปีดังกล่าว คณะมนุษยศาสตร์จัดกิจกรรมบริจาคโลหิตจำนวน 2 ครั้ง มีผู้บริจาคที่ผ่านเกณฑ์รวม 186 ราย และได้รับโลหิตทั้งสิ้น 83,700 ซีซี ซึ่งสะท้อนถึงพลังความร่วมมือและการมีส่วนร่วมของประชาคมมหาวิทยาลัยและสังคมในการขับเคลื่อนภารกิจเพื่อส่วนรวม
จากความสำเร็จดังกล่าวได้นำไปสู่การสานต่อกิจกรรมในปี 2569 โดยในวาระครบรอบ 45 ปี ยังคงได้รับความร่วมมือและการตอบรับอย่างต่อเนื่องจากนิสิต บุคลากร และประชาชน สะท้อนให้เห็นถึงพลังของการมีส่วนร่วมที่เติบโตขึ้นอย่างมั่นคง และช่วยผลักดันให้การบริจาคโลหิตก้าวสู่การเป็นวัฒนธรรมแห่งการแบ่งปันและความรับผิดชอบต่อส่วนรวม

ด้วยนโยบายของคณะมนุษยศาสตร์ที่เห็นความสำคัญของการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “มนุษยศาสตร์การแพทย์” (Medical Humanities) ซึ่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธงรบ รื่นบรรเทิง คณบดีคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้กำหนดแนวทางให้นำองค์ความรู้ด้านมนุษยศาสตร์มาเชื่อมโยงกับสุขภาพ การแพทย์ และการดูแลมนุษย์อย่างรอบด้าน ทั้งในมิติของชีวิต ความรู้สึก ศักดิ์ศรี และความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์
ในการนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศิระวัสฐ์ กาวิละนันท์ รองคณบดีฝ่ายบริการวิชาการ จึงได้ขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวผ่านโครงการ “มนุษยศาสตร์เพื่อมนุษยชาติ” และกล่าวว่า โครงการนี้เกิดจากความตั้งใจที่จะทำให้พันธกิจของคณะมนุษยศาสตร์เชื่อมโยงกับชีวิตและความต้องการของสังคมอย่างเป็นรูปธรรม เพราะมนุษยศาสตร์ให้ความสำคัญกับมนุษย์ในฐานะผู้มีชีวิต ความรู้สึก ศักดิ์ศรี และความสัมพันธ์กับผู้อื่น การบริจาคโลหิตจึงเป็นกิจกรรมที่สะท้อนตัวตนของศาสตร์แห่งความเป็นมนุษย์ ผ่านการส่งเสริมให้ผู้คนเรียนรู้ที่จะเข้าใจ เห็นอกเห็นใจ และตระหนักถึงความทุกข์และความสุขของเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
ความร่วมมือกับ 2 โรงพยาบาลเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามเป้าหมายของ SDGs
การสานต่อความร่วมมือระหว่างคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กับกองบริการโลหิต โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ และสถาบันโรคทรวงอกในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการผสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่ทำงานข้ามศาสตร์ข้ามศิลป์ เพื่อสร้างประโยชน์กลับคืนสู่สังคมอย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดชถือเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่ให้การดูแลทั้งกำลังพล ครอบครัว และประชาชนทั่วไป ขณะที่สถาบันโรคทรวงอก จังหวัดนนทบุรี เป็นสถาบันการแพทย์เฉพาะทางด้านโรคหัวใจ ปอด และทรวงอก ซึ่งเป็นกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตสำคัญของประเทศไทย ผู้ป่วยจำนวนมากต้องเข้ารับการผ่าตัดและจำเป็นต้องใช้โลหิตในการรักษา
ดังนั้น การร่วมมือกับทั้งสองหน่วยงานในครั้งนี้จึงนับเป็นการส่งต่อพลังแห่ง “มนุษยศาสตร์เพื่อมนุษยชาติ” จากประชาคมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ไปสู่ผู้คนในพื้นที่กรุงเทพมหานครตอนเหนือและปริมณฑล ซึ่งเป็นสังคมที่เชื่อมโยงและอยู่ใกล้ชิดกับมหาวิทยาลัย อีกทั้งยังเป็นการดำเนินงานที่สนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs ข้อที่ 3 เรื่อง “สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี” (Good Health and Well-being) โดยเฉพาะเป้าหมายย่อยที่ 3.4 และ 3.8 ซึ่งให้ความสำคัญกับการลดการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากโรคไม่ติดต่อ ตลอดจนการเข้าถึงบริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพ โดยคณะมนุษยศาสตร์มุ่งหวังว่า ปริมาณโลหิตจากกิจกรรมของ “มนุษยศาสตร์” ครั้งนี้จะมีส่วนสำคัญในการช่วยเหลือ “มนุษยชาติ” และเพิ่มโอกาสในการรักษาชีวิตของผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องใช้โลหิตต่อไป

