‘สถานที่ปฏิบัติธรรม’ สำหรับคนกรุงเทพฯ และ ปริมณฑล ที่ต้องการพัฒนาจิตใจให้ก้าวไปสู่ความ ‘สงบ’ โดยไม่ต้องเสียค่าคอร์ส หรือ ค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ยังมีให้ได้สัมผัสอีกหลายแห่ง ซึ่งอยู่ในความดูแลของครูบาอาจารย์พระกัมมัฎฐาน โดยมีการแนะนำวิธีปฏิบัติที่ถูกต้องตามแนวทางของพระพุทธองค์ อย่างไม่ต้องสงสัย
หนึ่งในสถานที่ที่จะพาไปสัมผัส คือ สำนักปฏิบัติธรรมพุทธเกษตร คลอง 6 จังหวัดปทุมธานี โดยการดูแลอย่างใกล้ชิดจากพระเดชพระคุณพระอาจารย์หลวงพ่อวิชัย เขมิโย เจ้าอาวาสวัดถ้ำผาจม จังหวัดเชียงราย ซึ่งได้รับการนิมนต์จากญาติโยมจากทั่วประเทศให้มาสร้างสำนักปฏิบัติบนพื้นที่ 18 ไร่ เมื่อช่วงปี 2557 โดยเริ่มต้นจากที่ดินเพียง 3 ไร่ นำมาสู่ศรัทธาญาติโยมจำนวนมาก จนต้องขยายพื้นที่ออกไป เพื่อรองรับศรัทธาของพุทธศาสนิกชนที่ต้องการปฏิบัติสมาธิ และ วิปัสสนากัมมัฎฐาน ในทางสายตรงขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งพระอาจารย์หลวงพ่อวิชัยได้เมตตาให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องราวความเป็นมา กว่าจะเป็น “สำนักปฏิบัติธรรมพุทธเกษตร”
สำหรับวัตถุประสงค์หลักๆ หลวงพ่อวิชัยสร้างสำนักปฏิบัติธรรมพุทธเกษตร ด้วยความเมตตาที่จะให้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมกัมมัฎฐาน และ วิปัสสนากัมมัฎฐานอย่างจริงจังกัน และ วันนี้หลวงพ่อวิชัยมีความรู้สึกว่า พอมองดูสถานที่ก็พบว่า ฉายแสงออกมาให้เราดูอยู่ว่าพอจะไปได้ รองรับศรัทธาญาติโยมได้ เพราะถ้าไปถ้ำผาจมก็รู้สึกไกลมาก ญาติโยมก็ไม่อยากไป พอมาถึงจุดนี้ คุณโยมบอกว่า ไม่ไกลมาก ก็พากันมาเยอะๆ อันนี้คือ จุดประสงค์ของหลวงพ่อวิชัยในการจะเผยแผ่พระพุทธศาสนา ทางฝ่ายปฏิบัติให้กับคุณโยมทุกๆท่าน
“จุดประสงค์อยากให้หนักมาทางนี้มากกว่าอย่างอื่น อย่างอื่นก็ถือว่าเป็นผลพลอยได้ แต่ที่หลักของเราจริงๆ อยากให้ปฏิบัติจิต ปฏิบัติใจ วิปัสสนา เพื่อมรรคผลนิพพาน อยากให้ญาติโยมทุกท่านมาที่นี่เอาจริงเอาจัง ปฏิบัติกันอย่างจริงจัง ความจริง ก็จะปรากฏให้เราได้เห็น”พระเดชพระคุณพระอาจารย์หลวงพ่อเมตตาเล่าให้ฟัง
ความเมตตาของพระอาจารย์หลวงพ่อที่บอกถึงวัตถุประสงค์ และ จุดประสงค์ในการก่อสร้างสำนักปฏิบัติธรรมพุทธเกษตรที่ต้องการให้เป็นสถานที่สำหรับพุทธศาสนิกชนอย่างแท้จริง ในการปฏิบัติบูชาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
![]()
ส่วนสิ่งก่อสร้างที่เป็นถาวรวัตถุด้านพระพุทธศาสนา ที่สำนักปฏิบัติธรรมพุทธเกษตรจะต้องใช้ศรัทธาญาติโยมในการร่วมแรงร่วมใจกันก่อสร้าง ก็คือ ศาลากลางน้ำ ซึ่งตอนนี้มีความคืบหน้าแล้ว 30% นับตั้งแต่เริ่มปรับพื้นที่ และ ลงเสาเข็มก่อสร้างในปี 2557 โดยได้รับการสนับสนุนจากญาติโยมเป็นอย่างดี และ ที่สำคัญพระอาจารย์หลวงพ่อวิชัยนำแบบการก่อสร้างมาจากการไปเยี่ยมชมสถานที่แห่งหนึ่งในประเทศสิงคโปร์ และ มีการนำสถาปนิกที่มีชื่อเสียงของไทยร่วมสร้างสรรค์ถาวรวัตถุด้านพระพุทธศาสนาแห่งนี้ด้วย
“อย่างที่เห็น พอเห็นถาวรวัตถุก็เป็นอย่างพวกเราเห็นนี่ล่ะ ก็เหลือแต่ศาลากลางน้ำ ศาลาใหญ่นี่ เห็นช่างเขาว่า 2,000 กว่าตารางเมตร ยาว 50 กว่าเมตร กว้าง 30 อยู่ในสระน้ำ ส่วนรูปแบบอาตมาไปเห็นที่สิงคโปร์ ก็เลยมาเล่าให้สถาปนิกฟัง ทางสถาปนิกเราก็มีผลงานได้รับรางวัลอันดับหนึ่งของประเทศในปี 2557 และ ปี 2558 ได้รับรางวัลระดับเอเซีย และยังเป็นสถาปนิกที่จบมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเขามีทีมเขียนแบบให้ และ พากันไปบินดูสถานที่ที่สิงคโปร์มาแล้ว ทางสถาปนิกก็บอกว่า อยากได้ยังไงบอกผม ซึ่งที่ไปเห็นที่สิงคโปร์เป็นพื้นที่คล้ายๆกับสถานที่ที่เขารวมดอกไม้ในโลก ฤดูร้อนดอกไม้แบบหนึ่ง ฤดูหนาวดอกไม้แบบหนึ่ง คนไปเที่ยวเยอะ เขาก็ทำไว้สวยงาม” หลวงพ่อวิชัยเมตตาเล่าให้ฟัง
ที่สำคัญความแตกต่างของสิ่งก่อสร้างซึ่งอยู่กลางน้ำนั้น จะไม่ได้ถูกดีไซน์ให้เป็นโบสถ์ที่มีช่อฟ้า และ ใบระกา แต่จะมีรูปแบบการดีไซน์มาจากแนวคิดของพระเดชพระคุณพระอาจารย์หลวงพ่อวิชัย ที่ออกแบบตามความรู้สึกถึงสถานที่แห่งนี้เป็นปางปรินิพพานของพระพุทธเจ้า ซึ่งหลวงพ่อวิชัยได้เคยสร้างถาวรวัตถุที่มีรูปร่างกลมๆ เหมือนปางปรินิพพานของพระพุทธองค์มาแล้วที่วัดถ้ำผาจม จ.เชียงราย
“วัดอื่นจะมีช่อฟ้าใบระกา อะไรต่างๆ แต่สำหรับของเราที่ขึ้นที่นี่ หลวงพ่ออยากให้ทำอะไรที่เป็นกลมๆ อาตมาทำอยู่วัดถ้ำผาจม อย่างที่ทำอยู่เป็นกลมๆเหมือนปางปรินิพพานของพระพุทธเจ้า ทำตามความรู้สึก เหมือนกับที่ทำที่วัดถ้ำผาจม ว่าอาตมาได้มาอย่างนั้นก็ทำตามนั้น ซึ่งได้ตัวอย่างมาจากประเทศอินเดีย ที่นี่ก็เหมือนกัน เป็นกลมๆเหมือนปางปรินิพพานของพระพุทธเจ้า ไม่เหมือนใคร” หลวงพ่อวิชัยเมตตาเล่าถึงแนวคิดของสถาปัตยกรรมที่จะมีความสำคัญสำหรับพระพุทธศาสนิกชนต่อไป
![]()
ส่วนในอนาคต หากสำนักปฏิบัติธรรมพุทธเกษตรแห่งนี้ จะเป็น “วัด” อย่างเป็นทางการก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะพระอาจารย์หลวงพ่อวิชัย ตั้งใจไว้แล้วว่า เมื่อจะตั้งเป็นวัดต่อไปนั้น จะต้องไปกราบเรียนเจ้าคณะจังหวัด แต่ตอนนี้อยู่ในระหว่างการพัฒนาก่อสร้าง ซึ่งเป็นช่วงสำคัญนั่นเอง
“ถ้าจะทำเป็นวัดต่อไป อาตมาจะไปกราบเจ้าคณะจังหวัด จะไปอาราธนาท่านมา อันนี้เราตั้งใจอยู่ เราก็พึ่งบารมีท่านอยู่แล้วที่วัดเขียนเขต หลวงพ่อเคยมาเทศนาธรรม อาตมากราบเรียนรองท่านไว้ จริงๆถ้าพูดตามความถูกต้อง อาตมาไม่ได้เอาอะไร เอาความเจริญมาที่นี่ เราพยายามสร้างสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด ให้คนนึกถึงอดีต สมัยพระพุทธองค์ นำพุทธบริษัทของพระองค์ไปอยู่ตามป่า เราก็เลยจะทำที่นี่ให้เป็นป่า ที่นี่ของเราต้องรออีกสัก 4-5 ปีจึงจะเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งหลวงพ่อทำอะไร หลวงพ่อไม่เคยกำหนด เหมือนสร้างวัด อย่างที่นี่สร้างไปเรื่อยๆ เมื่อเสร็จแล้ว ต่อไปจะเป็นวัด ก็ไม่มีปัญหา ต่อไปถ้าจะสร้างโบสถ์ก็สร้างไม่ใหญ่มาก มีที่นั่งสำหรับพระ 25 รูป” หลวงพ่อวิชัยเมตตาเล่าทิ้งท้ายให้ญาติโยมฟัง
แน่นอนว่า สุดท้ายชีวิตคนเราทุกคนหนีไม่พ้น เกิด แก่ เจ็บ ตาย เพราะฉะนั้นในช่วงที่ยังมี “ลมหายใจ” อยู่บนโลกใบนี้ การหาพื้นที่ “สัปปายะ” สำหรับปฏิบัติธรรมนั้น เป็นสิ่งที่จำเป็น ทั้งในทางโลก ที่ได้เสมือนหาที่สงบพักใจ ได้ชาร์ตแบตเตอร์รี่ในตัวเอง และ ในทางธรรม กับการเปิดโอกาสให้ตัวเองได้มีพื้นที่แห่งการปฏิบัติบูชาถวายแด่องค์พระศาสดา องค์สมณโคดมบรมครูของทุกๆคน ซึ่งเป็นสิ่งที่พุทธศาสนิกชนทั่วโลกได้เพียรปฏิบัติมาตลอดนั่นเอง
สำหรับท่านใดที่ต้องการจะสะสมบุญบารมี อริยทรัพย์ ในการสร้าง “สำนักวิปัสสนากัมมัฎฐาน พุทธเกษตร”คลองหก จังหวัดปทุมธานี แห่งนี้ เชิญเยี่ยมชมเพื่อร่วมบุญและปฏิบัติธรรมได้ตลอดเวลา โดยติดต่อสอบถามข้อมูลการปฏิบัติธรรมและรายละเอียดการเดินทางได้ที่ โทร.081-633-1945 , 089-444-1128 และ http://www.facebook.com/Buddhakasetklong6/

