เครือแสงทอง-อัครา รีโนเวทตึกเรียนรวม ‘สัตว์ปีกและสุกร’ คณะเกษตรฯ มข. หวังร่วมสร้างบุคลากร พัฒนาปศุสัตว์ไทยรุดหน้า

21.07.26 | 12:19 น.

แสงทอง-อัครา ส่งมอบปรับปรุงอาคารเรียนรวมสัตว์ปีกและสุกร ม.ขอนแก่น หนุนพัฒนาบุคลากรปศุสัตว์ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไทย

เมื่อวันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา เวลา 11.00 น. ที่คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เครือบริษัทแสงทอง–อัครา ได้ส่งมอบการปรับปรุงอาคารเรียนรวมสัตว์ปีกและสุกร สาขาวิชาสัตวศาสตร์ ภายหลังการปรับปรุงแล้วเสร็จเพื่อใช้เป็นสถานที่จัดการเรียนการสอนและสนับสนุนการศึกษาของนักศึกษาในปัจจุบัน

ภายในงานบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นและคึกคัก โดยมีนักศึกษาคณาจารย์บุคลากรผู้แทนสมาคม ศิษย์เก่าผู้บริหารเครือบริษัทแสงทอง–อัคราและผู้มีเกียรติจากหลายภาคส่วนเข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง

(จากซ้าย) นายอรรณพ อัครนิธิยานนท์ ประธานกรรมการบริหาร เครือบริษัทแสงทอง–อัครา , นางสุนิสา อัครนิธิยานนท์ รองประธานกรรมการ บริษัท อัครา กรุ๊ป จำกัด, นางสาวสุกันยา อัครนิธิยานนท์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท อัครา กรุ๊ป จำกัด และรศ.ดร.ดรุณี โชติษฐยางกูร คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ก่อนเข้าสู่พิธีส่งมอบอาคารคณะผู้ร่วมงานได้ร่วมเดินทางด้วยรถมินิบัส เพื่อเยี่ยมชมภูมิทัศน์และต้นไม้ สำคัญภายในมหาวิทยาลัยขอนแก่นพร้อมรับฟังการบรรยายเกี่ยวกับประวัติความเป็นมา และพัฒนาการ ของมหาวิทยาลัย ก่อนเข้าสู่พิธีการส่งมอบปรับปรุงอาคารอย่างเป็นทางการในลำดับถัดไป

Advertisement

นายอรรณพ อัครนิธิยานนท์ ประธานกรรมการบริหาร เครือบริษัทแสงทอง–อัครา กล่าวว่าการปรับปรุง อาคารเรียนรวมสัตว์ปีกและสุกร สาขาวิชาสัตวศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในครั้งนี้เกิดจากความตั้งใจของเครือบริษัทฯ ที่ต้องการสนับสนุนการพัฒนาการศึกษา เนื่องจากธุรกิจของบริษัทดำเนินงานในภาคการเกษตรและปศุสัตว์ ซึ่งมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับการผลิตบุคลากร ของคณะฯ ที่จะก้าวเข้าสู่วิชาชีพและสายงานของบริษัทในอนาคต จึงร่วมปรับปรุงอาคารเรียน เพื่อให้นักศึกษามีพื้นที่สำหรับการเรียนการสอนและการศึกษาที่มีความพร้อมมากยิ่งขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องไปใช้พื้นที่ของคณะอื่น การปรับปรุงในครั้งนี้ครอบคลุมทั้งอาคารเรียน และห้องน้ำ เพื่อยกระดับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมและเอื้อต่อการเรียนรู้

 

นายอรรณพ กล่าวต่อไปว่า เครือบริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมปศุสัตว์ เนื่องจากในอนาคตบริษัทยังต้องอาศัยกำลังคนที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญ ไม่ว่าจะเป็นนักสัตวบาล สัตวแพทย์ และบุคลากรด้านปศุสัตว์สาขาอื่นๆ เข้ามาเสริมศักยภาพการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้การดำเนิน งานของเครือบริษัทแสงทอง–อัคราเป็นไปตามมาตรฐานและข้อกำหนดของกรมปศุสัตว์อย่าง ถูกต้อง

“อยากให้วงการปศุสัตว์ของไทยเจริญรุ่งเรืองและมีมาตรฐาน เพื่อยกระดับการส่งออกผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ เช่น ไก่ สุกร และปลา ให้เป็นที่ยอมรับในตลาดต่างประเทศ และสร้างมูลค่าเพิ่มกลับคืนสู่ประเทศ” นายอรรณพ กล่าว 

ส่วนเหตุผลที่เครือบริษัทเลือกสนับสนุนมหาวิทยาลัยขอนแก่นในครั้งนี้ เนื่องจากมองเห็นศักยภาพของ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีพื้นที่กว้างใหญ่และมีบทบาทสำคัญด้านการเกษตรและ ปศุสัตว์ของประเทศ

“หากเราสามารถร่วมพัฒนาภาคอีสานได้ก็จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของ ประเทศ ทั้งด้านการปลูกข้าว การเลี้ยงสุกร ไก่ และเป็ด ซึ่งล้วนเป็นอาชีพหลักของคนในพื้นที่      

แม้ว่าภาคอีสานจะยังมีข้อจำกัดด้านแหล่งน้ำ แต่หากได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องก็จะสามารถยกระดับ ศักยภาพของภาค การเกษตรและปศุสัตว์ได้อย่างมาก” นายอรรณพ กล่าว ทิ้งท้าย

ด้าน รศ.ดร.ดรุณี โชติษฐยางกูร คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า ต้องขอบคุณ เครือบริษัทแสงทอง–อัคราที่ให้การสนับสนุนมาโดยตลอดโดยภาคเอกชนได้นำนักศึกษาของทาง มหาวิทยาลัยไปฝึกงาน และครั้งนี้ยังช่วยปรับปรุงอาคารเรียนซึ่งถือเป็นการสนับสนุนด้านการเรียนรู้ที่สำคัญ

“หากถามว่าทำไมคณะฯ จึงไม่ดำเนินการเอง คณะฯ ก็ได้ดำเนินการในบางส่วน แต่เมื่อได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชน โดยเฉพาะเครือบริษัทแสงทอง–อัครา ถือเป็นคุณูปการอย่างยิ่ง เพราะช่วยให้การปรับปรุงอาคารแล้วเสร็จได้อย่างรวดเร็วและพร้อมใช้งาน” รศ.ดร.ดรุณี กล่าว

รศ.ดร.ดรุณี กล่าวด้วยว่า ก่อนนักศึกษาจะลงพื้นที่ฟาร์มทุกครั้ง จำเป็นต้องมีการอธิบายเพื่อชี้แจงราย ละเอียดและแนวปฏิบัติก่อนเข้าพื้นที่ แม้ว่าคณะฯ จะมีอาคารสำหรับใช้งานอยู่บ้าง แต่ยังไม่เพียงพอและ ไม่สะดวกต่อการจัดการเรียนการสอน

“อาคารเรียนรวมแห่งนี้จะเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับการเรียนการสอนภาคปฏิบัติของนักศึกษาสาขาสัตวศาสตร์ ซึ่งปัจจุบันมีนักศึกษาประมาณชั้นปีละ 100 คน รวมกว่า 400 คน จึงมั่นใจได้ว่าอาคารแห่งนี้จะช่วย สนับสนุนการเรียนการสอน และยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ของนักศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดังนั้น จึงมั่นใจได้ว่าอาคารแห่งนี้จะเป็นพื้นที่สำคัญที่ช่วยสนับสนุนการเรียนการสอน และยกระดับการ เรียนรู้ของนักศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างแน่นอน” รศ.ดร.ดรุณี กล่าวปิดท้าย