สายน้ำไม่เพียงเป็นต้นกำเนิดของชุมชน หากยังเป็นสายใยที่หล่อเลี้ยงวิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของผู้คนบนผืนแผ่นดินไทยมาตั้งแต่อดีต จากวันวานที่แม่น้ำลำคลองเป็นเส้นทางสัญจรและศูนย์กลางการค้าขาย สู่ปัจจุบันที่หลายพื้นที่กำลังได้รับการฟื้นคืนชีวิตให้กลับมาเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้และความภาคภูมิใจร่วมกัน แนวคิดดังกล่าวจึงถูกถ่ายทอดผ่านกิจกรรม “สายน้ำแห่งชีวิต ใต้ร่มพระบารมี สืบสานวิถีรัตนโกสินทร์” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-31 กรกฎาคม 2569 ณ สวนสาธารณะป้อมมหากาฬ และพื้นที่ริมคลองสำคัญของกรุงเทพมหานคร เพื่อเชื่อมโยงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และพระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำให้ประชาชนได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการพระราชดำริ ตามพระบรมราโชบาย เผยว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 พร้อมสืบสานพระราชปณิธานด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไร้ที่พึ่งและผู้เร่ร่อนให้สามารถพึ่งพาตนเองและกลับคืนสู่สังคมได้อย่างยั่งยืน
กิจกรรมจะกระจายพื้นที่จัดงานครอบคลุมสวนสาธารณะป้อมมหากาฬ ถนนคนเดินคลองโอ่งอ่าง คลองผดุงกรุงเกษม คลองหลอดวัดราชนัดดา และคลองหลอดวัดราชบพิตร เพื่อเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชน ผ่านกิจกรรมที่สะท้อนวิถีชีวิตริมคลอง ทั้งศาสนา ศิลปวัฒนธรรม นิทรรศการมีชีวิต ตลาดชุมชน สตรีทอาร์ต และกิจกรรมสาธารณประโยชน์ ซึ่งล้วนสะท้อนให้เห็นว่าการฟื้นฟูสายน้ำมิได้เป็นเพียงการปรับปรุงภูมิทัศน์เมือง หากยังเป็นการฟื้นคืนรากเหง้าทางวัฒนธรรมและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ชุมชนโดยรอบควบคู่กันไป

ครั้งแรกในรัตนโกสินทร์ ตักบาตรทางเรือ 225 รูป-ผนึกกำลังทุกภาคส่วนฟื้นชีวิตคลอง
ไฮไลต์สำคัญของงานจะเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม 2569 กับ “พิธีทำบุญตักบาตรทางเรือ” ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งนับเป็นปรากฏการณ์ครั้งประวัติศาสตร์และจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบกรุงรัตนโกสินทร์ โดยนิมนต์พระสงฆ์จำนวน 225 รูป จาก 3 เส้นทางสายน้ำสำคัญ ได้แก่ คลองรอบเกาะรัตนโกสินทร์ คลองแสนแสบ และคลองเปรมประชากร เส้นทางละ 75 รูป ล่องเรือมาบรรจบกัน ณ บริเวณประรำพิธีสวนสาธารณะป้อมมหากาฬ เพื่อประกอบพิธีสงฆ์และให้พรแก่ประชาชนที่มาร่วมงาน ท่ามกลางความเมตตาจากสมเด็จพระราชาคณะและพระเถรานุเถระจากวัดสำคัญ ตลอดจนพระสงฆ์จากวัดต่าง ๆ ริมคลองที่พร้อมใจกันร่วมพิธีอันทรงคุณค่า
พิธีตักบาตรทางเรือครั้งประวัติศาสตร์ครั้งนี้จึงมีความหมายมากกว่าการประกอบศาสนพิธี หากยังเป็นภาพสะท้อนของวิถีชีวิตที่ผูกพันกับสายน้ำของชาวกรุงเทพมหานครมายาวนานกว่าสองศตวรรษ เป็นการแสดงให้เห็นว่าการอนุรักษ์และฟื้นฟูคูคลองสามารถเดินหน้าไปพร้อมกับการพัฒนาเมืองสมัยใหม่ได้อย่างสมดุล ทั้งในมิติของสิ่งแวดล้อม มรดกทางวัฒนธรรม และการสร้างพื้นที่สาธารณะที่มีชีวิตให้กลับคืนสู่สังคมอีกครั้ง ภายใต้พระราชปณิธานที่มุ่งให้ทรัพยากรน้ำเป็นรากฐานของการพัฒนาที่ยั่งยืนและเป็นคุณประโยชน์ต่อประชาชนทุกกลุ่ม
เบื้องหลังการจัดงานครั้งนี้สะท้อนพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยราชการในพระองค์ คณะกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการพระราชดำริตามพระบรมราโชบาย กรุงเทพมหานคร สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงพลังงาน กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงคมนาคม เหล่าทัพ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตลอดจนภาคเอกชน อาทิ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) สวนนงนุช บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บริษัท น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท ครอบครัวขนส่ง (2000) จำกัด รวมถึงภาคประชาสังคมและประชาชน ที่ร่วมกันอนุรักษ์ ฟื้นฟู และต่อยอดคุณค่าของสายน้ำไทยให้คงอยู่เคียงคู่สังคมไทยในระยะยาว

นอกจากนี้ผู้จัดงานยังได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคง ความปลอดภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูแลความเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนทั้งทางบกและทางน้ำตลอดระยะเวลาการจัดงาน ให้ทุกกิจกรรมดำเนินไปอย่างสมพระเกียรติและปลอดภัย พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสืบสานคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรมที่ผูกพันกับสายน้ำของชาติ
สำหรับประชาชนผู้สนใจ ขอเชิญร่วมพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งในวันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม 2569 เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและเป็นส่วนหนึ่งของหน้าประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของกรุงรัตนโกสินทร์ พร้อมร่วมเที่ยวชมกิจกรรมศิลปวัฒนธรรม นิทรรศการมีชีวิต สตรีทอาร์ต ตลาดชุมชน และกิจกรรมสร้างสรรค์ตลอดการจัดงานระหว่างวันที่ 24-31 กรกฎาคม 2569 โดยสามารถติดตามรายละเอียดจุดตักบาตร เส้นทางการเดินทาง และกำหนดการต่าง ๆ ได้ผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของกรมประชาสัมพันธ์และกรุงเทพมหานคร เพื่อร่วมกันสืบสาน รักษา และส่งต่อคุณค่าของ “สายน้ำแห่งชีวิต” ให้คงอยู่คู่สังคมไทยและคนรุ่นต่อไปอย่างยั่งยืน


