สถาบันรัชต์ภาคย์ตั้งเป้า 4 ปี พ.ศ.2569-72 ให้ผลิตบัณฑิต 960 คน เป็น “ผู้บริหารการศึกษารุ่นใหม่” หลังอว.-คุรุสภาไฟเขียวรับรองปีละ 240 คน โดยยกระดับหลักสูตรปริญญาโท “บริหารการศึกษา” เพิ่มการสอน AI และฝึกวิชาการเชิงปฏิบัติแบบบูรณาการทันกระแสทั้งในประเทศและนานาชาติ พร้อมร่วมมือเครือข่ายการศึกษาภาครัฐและเอกชน สร้างโครงการต้นแบบผู้บริหารการศึกษาขั้นพื้นฐานยุคดิจิทัล จัดห้องเรียน 3 แบบ “ VIP-สิทธิเครือข่าย-ทุนค่าเรียนฟรี” แถมแจกทุนวิทยานิพนธ์และผู้ช่วยนักวิจัย ครูทั่วประเทศขานรับสมัครเรียนล้นโควต้า
เมื่อเร็วๆ นี้ สถาบันรัชต์ภาคย์ได้แนะแนวการศึกษาต่อระดับปริญญาโท หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา ในระบบออนไลน์ เรียกว่า Mini house online for M.Ed. 2026 แบ่งเป็น 2 รอบในวันที่ 25 กรกฎาคม และวันที่ 1 สิงหาคม 2569 โดยมีคณะผู้บริหาร นำโดย ผศ.ดร.ธณภณ ศรัญบูรณะ รองอธิการบดี, ดร.ธีร์ ภวังคนันท์ ประธานบริหารโครงการต้นแบบฯ และเป็นอดีตรองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) และคณะ ปรากฏว่ามีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมรับฟังกว่า 200 คน ซึ่งเป็นความสำเร็จขั้นต้นสำหรับแนวทางการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนระดับบัณฑิตศึกษาเพื่อการปฏิรูปแผนยุทธศาสตร์การศึกษาของประเทศไทยในศตวรรษที่ 21
ผศ.ดร.ธณภณ ศรัญบูรณะ รองอธิการบดี สถาบันรัชต์ภาคย์ ในฐานะประธานกรรมการบริหารหลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา เปิดเผยว่า ปีนี้สถาบันมุ่งมั่นยกระดับการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานบัณฑิตศึกษาที่เป็นวิชาชีพ จึงให้ความสำคัญกับหลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษามากที่สุด

เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยได้มีการปรับเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาครู อาจารย์ และผู้บริหารอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบรับกับสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัล โดยมีการดำเนินกลยุทธ์ที่เด่นชัด 4 ด้าน คือ 1.การบูรณาการเทคโนโลยีและการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) 2.การเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้สอน” เป็น “ผู้อำนวยความสะดวก” (Facilitator) 3.การสร้างกลไกและระบบสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) และ 4.การยกระดับบทบาทผู้บริหารสถานศึกษายุคใหม่
ดังนั้น หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา จึงมีการปรับเพิ่มวิชาการการประยุกต์ใช้ AI สำหรับการบริหารการศึกษา การสอน และการวิจัย พร้อมกับสร้างรูปแบบการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการมากขึ้น และการศึกษาการบริหารขององค์กรในระดับชาติและนานาชาติ ควบคู่ไปกับการแลกเปลี่ยนข้ามวัฒนธรรม และในทุกรายละเอียดของเนื้อหายังคงเน้นสอดแทรกของหลักการมีจริยธรรม มีจิตสำนึกอันเป็นอัตลักษณ์ของสถาบัน ทั้งนี้การดำเนินการของหลักสูตรครั้งนี้ ทำเป็นรูปแบบ โครงการต้นแบบผู้บริหารการศึกษาขั้นพื้นฐานยุคดิจิทัล ซึ่งมีกระบวนการทำงานแบบความร่วมมือทางวิชาการกับเครือข่ายการศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งในไทยและต่างประเทศ ทั้งใหม่และเก่า ซึ่งสถาบันได้ทำบันทึกความร่วมมืออยู่แล้วเกือบ 100 แห่ง อาทิ กพฐ. สกร. สำนักการศึกษา กทม. เป็นต้น

ผศ.ดร.ธณภณกล่าวต่อว่า หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษาของสถาบัน เป็นหลักสูตรที่ปรับปรุงต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 4 ของปีการศึกษา 2568-2572 ได้ผ่านการรับรองจากสำนักงานปลัดกระทวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัติกรรม (อว.) คุรุสภา และ กพ.ให้รับนักศึกษาได้ปีละ 240 คน ซึ่งในปี 2569 เป็นปีที่ 17 ในการจัดการเรียนการสอน และคาดว่าจะมีนักศึกษาสมัครเรียนได้ครบตามจำนวนในระยะ 4 ปี รวมทั้งสิ้น 960 คน ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างผู้นำ ผู้บริหารการศึกษารุ่นใหม่ที่มีคุณภาพให้กับสังคมการศึกษาในศตวรรษที่ 21 เพราะเชื่อมั่นในการเพิ่มศักยภาพของความร่วมมือทางวิชาการกับเครือข่ายการศึกษาที่มีอยู่ทั่วประเทศและในต่างประเทศอีกจำนวนมากให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี เนื่องจากสถาบันรัชต์ภาคย์ไม่ได้มุ่งแสวงหากำไรจากธุรกิจการศึกษา โดยคิดอัตราค่าเรียนแบบเหมาจ่ายตลอดหลักสูตรแค่ 120,000 บาทไม่รวมค่าบริการและกิจกรรมเล็กน้อย เป็นอัตราค่าเรียนเหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจ และใกล้เคียงกับสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ มีระบบการให้กาสทางการศึกษาที่หลากหลาย ได้แก่ การให้ทุนวิทยานิพนธ์ 10,000 บาท ให้รายได้ผู้ช่วยนักวิจัย 10,0000 บาท เป็นต้น
ทั้งนี้การจัดการเรียนการสอนของโครงการต้นแบบฯ ยังได้จัดเป็นกลุ่มห้องเรียน 3 แบบ คือ 1.แบบ VIP จำนวน 60 คน เป็นผู้เรียนที่จะได้รับบริการพิเศษ ภายใต้เกณฑ์มาตรฐานคุณภาพทางการศึกษา โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานมีเวลาจำกัด 2.แบบสิทธิเครือข่ายการศึกษา จำนวน 120 คน จะได้รับส่วนลดค่าเรียน 20% และ3.แบบขอทุนค่าเรียนฟรีตลอดหลักสูตร 60 คน ซึ่งแบบขอทุนเรียน ป.ฟรี นี้มีข้อกำหนดของคุณสมบัติผู้ขอทุนไว้ชัดเจน และอยู่ภายใต้คณะกรรมการพิจารณาให้ทุนที่มีกรรมการจาก กพฐ. และผู้ทรงคุณวุติภายนอก
“การเพิ่มศักยภาพของหลักสูตรปริญญาโท การบริหารการศึกษา ภายใต้โครงการต้นแบบผู้บริหารการศึกษาขั้นพื้นฐานยุคดิจิทัล ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ สถาบันรัชต์ภาคย์จะขอเป็นผู้นำทางสร้างองค์ความรู้ใหม่ การบ่มเพาะความรู้ การฝึกฝนความชำนาญ การคิดสร้างสรรค์ การมีจิตสำนึก เป็นเป้าหมายที่จะต้องส่งเสริมเรียนทักษะที่อยู่เหนืออารมณ์ และควบคุม AI หรือ เครื่องจักรกลอัจฉริยะได้ ดังนั้น การขับเคลื่อนก็ต้องให้ทั้งผู้เรียนและผู้สอนต้องรู้เท่าทัน AI สื่อสารอย่างชาญฉลาด ไม่ใช่เอาแค่เรียนจบได้คุณวุฒิไปปรับตำแหน่งอย่างที่ผ่านมา” รองอธิการบดีสถาบันรัชต์ภาคย์กล่าวในที่สุด

ดร.ธีร์ ภวังคนันท์ ประธานบริหารโครงการต้นแบบฯ สถาบันรัชต์ภาคย์ และเป็นอดีตรองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า โครงการต้นแบบผู้บริหารการศึกษาขั้นพื้นฐานยุคดิจิทัล ของหลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา หนึ่งในนั้นเป็นส่วนสำคัญของการขับเคลื่อนพัฒนาทรัพยากรทางการศึกษา คือ โครงการให้ทุนเรียนฟรีตลอดหลักสูตรจำนวน 60 คน/ปี ระยะ 4 ปี รวมทั้งสิ้น 240 ทุน/คน จะเป็นการให้ทุนจำนวนมากของเอกชน สำหรับการส่งเสริมให้ครูและบุคลากรทางการที่เป็นคนรุ่นใหม่ และมีงบประมาณจำกัด ได้โอกาสเพิ่มศักยภาพความรู้ และความก้าวหน้าในอาชีพครู หรือการศึกษา ซึ่งขณะนี้การรณรงค์ประชาสัมพันธ์เป็นประมาณ 1 เดือนประสบความสำเร็จเกินคาด เนื่องจากการแพร่กระจายของข่าวสารที่ทำผ่านกรมประชาสัมพันธ์ และ กพฐ. ซึ่งมีโรงเรียนในสังกัดทั่วประเทศประมาณ 29,000 โรงเรียน น่าจะทราบข่าวทั่วกันแล้ว เพราะหลักการให้ทุนเรียนฟรีของโครงการจะให้แต่เฉพาะครู และบุคลากรในสังกัดของ กพฐ.เท่านั้น แต่เมื่อมีคนทราบเรื่องมาก มีการเรียกร้องขอโอกาสในการพิจารณาให้ทุนกับครูในสังกัดอื่นด้วย ดังนั้น ตอนนี้ทางคณะกรรมการพิจารณาให้ทุนการศึกษาจึงได้เตรียมปรับปรุงข้อกำหนดขยายโอกาสให้กับขอทุนการศึกษาสำหรับครูในสังกัดอื่น ซึ่งโควต้าของทุนเรียนฟรีไม่ได้เพิ่มขึ้น การแบ่งเฉลี่ยในการพิจารณาก็จะต้องกระจายออกไป จึงทำให้จำนวนผู้สมัครขอรับทุนการศึกษาจึงเข้ามาเป็นจำนวนมาก
ดร.ธีร์กล่าวอีกว่า กำหนดการรับสมัครของโครงการให้ทุนเรียนฟรี จำนวน 60 ทุน/คน ของหลักสูตรปริญญาโท สาขาวิชาการบริหารการศึกษาของสถาบันฯ จะประกาศผลผู้ได้รับทุนแบ่งเป็น 2 รอบ
โดยกำหนดปิดรับสมัครวันที่ 11 พฤศจิกายน 2569 และจะประกาศผลให้ทราบในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2569 “การพิจารณาให้ทันการศึกษาของคณะกรรมการฯ เรามีหลักเกณฑ์และกระบวนการที่โปร่งใส เป็นธรรม และคิดว่าเราจะหาระดมทุนเพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มพื้นที่ของการส่งเสริมการศึกษาในการสร้างผู้นำ และครูคุณภาพรุ่นใหม่ให้มีความรู้ที่ทันสมัยมาช่วยพัฒนาทางการศึกษาที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เราจะได้มีการประชุมคณะกรรมการพิจารณาให้ทุนฯ และอาจจะต้องปรับกำหนดการรับสมัคร และประกาศผล แต่ยังไงการพิจารณาในรอบแรกเราจะยึดข้อมูลเดิมที่เข้ามาไว้เป็นเกณฑ์หลักก่อน ขอให้ท่านที่สมัครเข้ามาขอทุนสบายใจได้” ดร.ธีร์กล่าว
ทางด้าน นายเอกกพล สุวรรณ ผู้อำนวยการ/ผู้รับใบอนุญาต โรงเรียนอิศว อินเตอร์ไลฟ์ จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า “ผมและครูในสังกัดโรงเรียนเอกชนทั้งในระบบและนอกระบบ ในภาคเหนือจำนวนมากสนใจที่จะรับทุนการศึกษา และจากที่ฟังข้อมูลรายละเอียดของหลักสูตร และกระบวนการจัดการเรียนการสอนน่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้เรียนมาก ซึ่งข้อกำหนดที่ระบุไว้ในการให้ทุนเป็นการให้ทุนแก่ครูและบุคลากรในสังกัดของสพฐ. ดังนั้นพวกเราที่เป็นเอกชนจึงไม่มีโอกาส แต่การที่ทางหลักสูตรฯ ปรับข้อกำหนดให้เรามีโอกาสขอทุนต้องขอขอบคุณมาก และผมเชื่อว่าทั่วประเทศครูทีมีรายได้น้อยจะได้โอกาสเรียนต่อในระดับปริญญาโทต่อไป”

