การเคหะแห่งชาติรับลูกกระทรวงพาณิชย์ทันใจ เร่งจัดตั้งตลาดเคหะประชารัฐสนองนโยบายรัฐบาล ประเดิมแห่งแรกที่โครงการเคหะคลองจั่นภายในกันยายนนี้ เผยแนวทางขับเคลื่อนต้องสร้างจุดต่างจากตลาดทั่วไปเพื่อความยั่งยืน
ดร.ธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดทำโครงการตลาดเคหะประชารัฐภายหลังได้หารือเบื้องต้นกับกระทรวงพาณิชย์แล้วว่า ในชั้นต้นการเคหะแห่งชาติได้พิจารณาคัดเลือกสถานที่จัดทำตลาดเคหะประชารัฐในพื้นที่กรุงเทพฯ 4 แห่ง ได้แก่ เคหะชุมชนคลองจั่น เคหะชุมชนดินแดง เคหะชุมชนห้วยขวาง และเคหะชุมชนบ่อนไก่ โดยจะดำเนินโครงการนำร่องที่เคหะชุมชนคลองจั่นก่อนภายในเดือนกันยายน ศกนี้
“เรามีเคหะชุมชนทั่วประเทศทั้งหมดมากถึง 680 แห่ง แต่ต้องคัดเลือกความเหมาะสม อย่างในกรุงเทพฯ มีอยู่หลายแห่ง แต่ที่มีศักยภาพสูงในเบื้องต้น 4 แห่งก่อน โดยใช้พื้นที่โครงการเคหะชุมชนคลองจั่นเป็นโครงการนำร่อง และกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้สนับสนุนหลักในการจัดทำโครงการ”
ดร.ธัชพล กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญในการจัดตั้งตลาดประชารัฐ ประกอบด้วย 5 ด้าน ได้แก่ สถานที่ ผู้ซื้อ ผู้ขาย ซึ่งการเคหะฯ มีความพร้อมอยู่แล้ว ส่วนสินค้าและการบริหารจัดการจะหารือร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อสร้างความแตกต่างจากตลาดทั่วไป และทำให้มีความยั่งยืนได้ โดยแบ่งแยกพื้นที่ตลาดดังกล่าวออกเป็นโซนๆ ที่มีความชัดเจนในตัว เช่น โซนตลาดสด ของใช้ ผลิตภัณฑ์ชุมชน เป็นต้น พร้อมกับยกตัวอย่างอาหารปักษ์ใต้ในโครงการเคหะชุมชนคลองจั่นที่รู้จักกันดี สามารถนำมาขยายผลเป็นส่วนหนึ่งของตลาดเคหะประชารัฐ ร่วมกับสินค้าออร์แกนิค และสินค้าอื่นๆ ที่จำเป็น
“สำหรับประโยชน์ที่การเคหะฯ จะได้รับ คือ การใช้พื้นที่จัดประโยชน์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และจัดระเบียบทั้งในด้านความสะอาด ความปลอดภัย และความสะดวกของผู้มาใช้บริการ ผู้อยู่อาศัยในโครงการก็มีรายได้จากการขายสินค้า ส่วนกระทรวงพาณิชย์ช่วยเพิ่มกำลังของผู้บริโภค เป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของชุมชนและประเทศให้มีเงินหมุนเวียนสะพัดยิ่งขึ้นตามนโยบายรัฐบาล”
ในปี 2561 การเคหะฯ จะวางแผนหารือกับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อขยายตลาดเคหะประชารัฐไปตามภูมิภาครวมทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ เพิ่มขึ้น

