นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า จากผลการประชุมคณะทำงานจัดทำข้อมูลไม้ผลเศรษฐกิจภาคเหนือ ครั้งที่ 3/2560 เมื่อเดือนพฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา พบว่าในภาพรวมลำไยมีการติดผลแล้ว ปริมาณผลผลิตลำไย 8 จังหวัด เท่ากับ 607,770 ตัน แบ่งเป็น ลำไยในฤดู 376,894 ตัน และลำไยนอกฤดู 232,876 ตัน ซึ่งเป็นปริมาณผลผลิตที่สูงกว่าปี 2559 ซึ่งมีปริมาณผลผลิตรวมเท่ากับ 433,364 ตัน เนื่องจากปีที่แล้วสภาพภูมิอากาศไม่เอื้ออำนวย ทำให้เกษตรกรต้องเผชิญกับอากาศที่แห้งแล้งลำไยจึงไม่ค่อยติดดี แต่สำหรับในปีนี้สภาพภูมิอากาศอำนวยต่อการติดผลมากกว่า แต่ก็ไม่หมายความว่าผลผลิตลำไยจะมากกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่อาจส่งผลให้ผลผลิตลำไยลดลงได้อีกเมื่อต้องกระทบกับพายุฝนที่กำลังตกต่อเนื่องอยู่ในขณะนี้ซึ่งจากปริมาณผลผลิตในปีนี้ก็ยังน้อยกว่าปี 2557 (ปีที่ภูมิอากาศปกติ) ซึ่งมีปริมาณผลผลิตเท่ากับ 696,694 ตันโดยประมาณ

สำหรับสถานการณ์ผลผลิตลำไยปี 2560 ขณะนี้มีปริมาณความต้องการผลผลิตลำไยในฤดู ปี 2560 ภาคเหนือ มีความต้องการลำไยในฤดูปริมาณ 376,340 ตัน ความต้องการแปรรูป ปริมาณ 255,881 ตัน ร้อยละ 67.99 โรงงานกระป๋อง/อื่นๆ ปริมาณ 9,450 ตัน ร้อยละ 2.51 แปรรูปอบแห้ง ปริมาณ 246,431 ตัน ร้อยละ 65.48 ตลาดในประเทศ ปริมาณ 56,002 ตัน ร้อยละ 14.88 ตลาดส่งออก ปริมาณ 64,457 ตัน ร้อยละ 17.13 ความต้องการบริโภคสด ปริมาณ 120,459 ตัน ร้อยละ 32.01 อบแห้งเนื้อสีทอง ปริมาณ 17,696 ตัน ร้อยละ 4.70 อบแห้งทั้งเปลือก ปริมาณ 228,735 ตัน ร้อยละ 60.78
ด้านการบริหารจัดการลำไย ปี 2560 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีการเตรียมการเพื่อบริหารจัดการผลผลิตลำไยในฤดูของปีนี้จะต้องเป็นไปด้วยความละเอียดรอบคอบ ซึ่งลำไยจะเริ่มให้ผลผลิตตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป โดยจะมีช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมาก ตั้งแต่ 1 – 20 สิงหาคม 2560 ประมาณ 194,522 ตัน ทั้ง 8 จังหวัด จึงได้วางแผนบริหารจัดการลำไยให้สอดคล้องตามแนวทางบริหารจัดการผลไม้ ปี 2560 ได้แก่ มีการบริหารจัดการทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ

โดยมีคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลผลิตการเกษตรระดับจังหวัด (คพจ) เป็นแกนหลักกำกับดูแล ซึ่งแผนบริหารจัดการลำไยในภาพรวม ปี 2560 ในขณะนี้ คือ การแปรรูปลลำไยอบแห้งทั้งเปลือกมากกว่าร้อยละ 60 เนื่องจากตลาดลำไยอบแห้งยังเป็นที่ต้องการสูงและเป็นแหล่งดูดซับผลผลิตสดจากเกษตรกรได้เป็นอย่างดี ในขณะที่การทำลำไยสดเพื่อส่งออกและบริโภคในประเทศก็มีทิศทางที่ดีรวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ในส่วนที่เหลืออีกร้อยละ10 จะแปรรูปลำไยเพื่อเพิ่มมูลค่า เช่น แปรรูปเป็นลำไยอบแห้งเนื้อสีทอง ลำไยกระป๋อง เป็นต้น
“อย่างไรก็ตามจากสถานการผลผลิตที่ค่อนข้างดี ส่งผลให้เกษตรกรบางกลุ่มหวั่นว่าผลผลิตลำไยจะล้นตลาดและทำให้ราคาผลผลิตตกต่ำนั้น ในเบื้องต้นกรมส่งเสริมการเกษตร ได้สั่งการให้ทั้ง 8 จังหวัด จัดทำรายละเอียดตามแผนบริหารจัดการข้างต้นเพื่อเสนอ (คพจ) เห็นชอบเสียก่อน พร้อมกันนั้นจะได้เสนอต่อคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ให้พิจารณาให้ความเห็นชอบในโอกาสต่อไป เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมในการบริหารจัดการผลผลิตลำไยปี 60 ให้เป็นระบบแบบแผน ซึ่งคาดว่าผลผลิตลำไยจะไม่มากพอที่จะส่งผลต่อราคาผลผลิตอย่างแน่นอน”

