วันนี้ (14 กันยายน 2569) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) แถลงข่าวโครงการ “Nihao Month 2026” ภายใต้แนวคิด “จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” สานต่อความสัมพันธ์ไทย–จีน ผ่านมิติการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม พร้อมกระตุ้นความต้องการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนในช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์และวันชาติจีน (Golden Week) และสร้างแรงส่งต่อเนื่องสู่ช่วง Low Season โดยมี นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. คณะผู้บริหาร ททท. และพันธมิตรที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ณ ห้องโถงธนะรัชต์ ชั้น 1 ททท. สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ตลาดนักท่องเที่ยวจีนยังคงมีความสำคัญต่อการท่องเที่ยวไทย โดยประเทศไทยยังเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางหลักของตลาดระยะใกล้ และในช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์และวันชาติจีน (Golden Week) ปี 2569 มีสัญญาณบวกจากแนวโน้มการเดินทางที่เติบโตขึ้น รวมถึงความสนใจเดินทางมายังจุดหมายปลายทางระยะไกลที่เพิ่มขึ้น ททท. จึงใช้ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นโอกาสสำคัญในการสื่อสารการท่องเที่ยวไทย ผ่านการตลาด การประชาสัมพันธ์ การสร้างประสบการณ์ และความร่วมมือกับพันธมิตร ภายใต้โครงการ “Nihao Month 2026” เพื่อมุ่งให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่ “น่าเลือกกว่า อยู่ได้นานกว่า ใช้จ่ายอย่างมีคุณค่ามากกว่า และอยากกลับมาอีก” ตลอดจนสร้างความผูกพันระหว่างประชาชนไทยและจีน และต่อยอดการเดินทางสู่ช่วง Low Season และต่อเนื่องถึงเทศกาลตรุษจีนในเดือนมกราคม–กุมภาพันธ์ 2570
โครงการ “Nihao Month 2026” จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ภายใต้แนวคิด “จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” ผ่าน 4 กิจกรรมสำคัญ โดยกิจกรรมแรก ททท. ร่วมกับ Meituan แพลตฟอร์มดิจิทัลชั้นนำของจีน จัด “Joint Promotion” ระหว่างวันที่ 15 กันยายน–31 ตุลาคม 2569 โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลัก คือนักท่องเที่ยวจีนทั้งเมืองหลัก เมืองรอง และ New First Tier Cities เสนอโปรโมชันด้านการท่องเที่ยวและโรงแรม พร้อมประชาสัมพันธ์ Black Pearl Restaurant Guide ผ่าน KOLs ตอกย้ำภาพลักษณ์ไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านอาหารและประสบการณ์คุณภาพ รวมถึงใช้ Location-based Service แนะนำร้านอาหาร แหล่งชอปปิง โรงแรม และสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง พร้อมบริการจองบัตรเข้าชมแหล่งท่องเที่ยวแบบเรียลไทม์ เพื่ออำนวยความสะดวกและกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวตลอดการเดินทาง
ต่อด้วยกิจกรรม “Amazing Thailand Mid-Autumn Celebration 2026” วันที่ 25 กันยายน 2569 ณ One Bangkok ภายใต้แนวคิด “ไหว้พระจันทร์สานสัมพันธ์วัฒนธรรมและการท่องเที่ยวไทย–จีน” ถ่ายทอดความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศผ่านกิจกรรมทางวัฒนธรรม อาทิ การทำและแลกเปลี่ยนขนมไหว้พระจันทร์ การตกแต่งโคมกระดาษจีน การเขียนพู่กันจีน และเวิร์กชอปวัฒนธรรม พร้อมเชิญ Celebrity และ Influencer ที่มีอิทธิพลต่อนักท่องเที่ยวจีนร่วมสื่อสารแนวคิด “จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” หรือ “จง ไท่ อี เจีย ชิน” ถ่ายทอดเสน่ห์วัฒนธรรม วิถีชีวิต และมิตรภาพไทย–จีน สู่กลุ่มนักท่องเที่ยวจีน และต่อยอดความประทับใจจากเทศกาลสู่แรงบันดาลใจในการเดินทางมาประเทศไทย

ขณะเดียวกัน ททท. เดินหน้าสื่อสารประสบการณ์การท่องเที่ยวไทยผ่านกิจกรรม “Amazing Thailand Mid-Autumn KOLs FAM Trip” ระหว่างวันที่ 26–29 กันยายน 2569 เชิญสื่อมวลชนและอินฟลูเอนเซอร์จากสาธารณรัฐประชาชนจีนประมาณ 30–40 ราย เดินทางสำรวจสินค้า แหล่งท่องเที่ยว และประสบการณ์ท่องเที่ยวของประเทศไทย ภายใต้แนวคิด Healing is a new luxury ใน 4 เส้นทาง ได้แก่ กระบี่ “Green Rediscover”, เพชรบุรี–ประจวบคีรีขันธ์ “Amber Gastronomy”, เชียงราย “Rainbow Retreat” และระยอง–เกาะเสม็ด “Blue Healing” เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์จริงและมุมมองใหม่ของประเทศไทยไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน โดยเฉพาะกลุ่มคุณภาพและมีกำลังซื้อสูง
นอกจากนี้ ททท. ยังเดินหน้ารุกตลาดจีนผ่าน On-ground Experience ภายใต้กิจกรรม “Chinese Passport Privilege” ระหว่างวันที่ 15 กันยายน–31 ตุลาคม 2569 โดยร่วมกับพันธมิตรศักยภาพ 5 กลุ่มบริการ รวม 20 หน่วยงาน ครอบคลุมกลุ่ม Shopping & Lifestyle Destination อาทิ Asiatique, Big C, Central Pattana, Central Department Store, Robinson Department Store, Central Embassy, NaRaYa, One Bangkok, Power Buy, Siam Piwat, The Mall, Tops, Makro และ Lotus’s กลุ่ม Spa & Wellness ได้แก่ G Wellness, The Klinique และ L.A.B.X กลุ่มบริการด้านการเดินทาง ได้แก่ Grab Thailand กลุ่มการสื่อสารโทรคมนาคม ได้แก่ AIS และ True/dtac และ กลุ่ม Online Payment Platform ได้แก่ Alipay และ WeChat Pay มอบสิทธิพิเศษและโปรโมชั่นสำหรับนักท่องเที่ยวจีน ณ จุดที่ร่วมรายการ เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวของไทย
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม–10 กันยายน 2569 ประเทศไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวจีนแล้ว 3,641,549 คน ซึ่งจีนครองแชมป์ตลาดนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาไทยสูงสุด โดย ททท. คาดการณ์ช่วง Golden Week ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน–7 ตุลาคม 2569 จะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยประมาณ 250,000 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 24 สร้างรายได้ประมาณ 11,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 37 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนแนวโน้มตลาดจีนที่ฟื้นตัวดีขึ้น ขณะเดียวกันกระแสการท่องเที่ยว “3 Days Off for 13 Days” มีแนวโน้มผลักดันระยะเวลาท่องเที่ยวจากเฉลี่ย 8 วันเป็น 13 วันต่อทริป พร้อมเพิ่มการใช้จ่ายและกระจายสู่จุดหมายปลายทางที่หลากหลายยิ่งขึ้น โดยยอดจองล่วงหน้าของการเดินทางมายังประเทศไทยเดือนตุลาคมเพิ่มขึ้น ร้อยละ 16 และการค้นหาเที่ยวบินเพิ่มขึ้น ร้อยละ 24 จากเมืองสำคัญ ได้แก่ เซี่ยงไฮ้ กว่างโจว เฉิงตู หางโจว และฉงชิ่ง อย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้ ททท. เชื่อมั่นว่า “Nihao Month 2026” จะเป็นแรงส่งสำคัญในการกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนในช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์และ Golden Week และสร้างความต่อเนื่องของตลาดสู่ช่วง Low Season และเทศกาลตรุษจีน 2570 ทั้งนี้ ททท. คาดว่าจะสามารถสร้างการรับรู้จาก “Nihao Month 2026” ได้กว่า 500 ล้านคน-ครั้ง เพื่อให้ประเทศไทยยังคงเป็น Top of Mind Destination และเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวจีนรู้สึกผูกพันและอยากกลับมาเยือนซ้ำอีกครั้ง

