“สวนดุสิต” โชว์เส้นทางสายไหม “สายใยรักจากพระพันปีหลวง” ใน Thailand Talent Summit 2026

25.09.26 | 16:54 น.

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 รองศาสตราจารย์ ดร.พรรณี สวนเพลง อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัย “การพัฒนานวัตกรรมและยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ผ้าไหมศิลปาชีพสู่ตลาดสากลเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ร่วมจัดแสดงนิทรรศการเทิดพระเกียรติฯ ในรูปแบบนิทรรศการเล่าเรื่อง ภายใต้แนวคิด “เส้นทางสายไหม สายใยรักจากพระพันปีหลวง” ในงานการประชุมบุคลากรไทยที่มีความสามารถระดับสูง ประจำปี 2569 ครั้งที่ 3 (Thailand Talent Summit 2026) ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติพีช (PEACH) พัทยา จังหวัดชลบุรี


การประชุม Thailand Talent Summit 2026 จัดขึ้นโดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ภายใต้ความร่วมมือของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และภาคีเครือข่าย โดยมีศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานเปิดงาน มีบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมจากทั่วประเทศเข้าร่วมกว่า 2,500 คน

Advertisement

เวทีดังกล่าวมุ่งเป็นพื้นที่เชื่อมโยงบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สร้างเครือข่าย และร่วมพัฒนาระบบนิเวศด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ให้เข้มแข็ง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศด้วยองค์ความรู้และนวัตกรรมอย่างยั่งยืน

สำหรับนิทรรศการเทิดพระเกียรติฯ ได้นำเสนอเรื่องราวและองค์ความรู้เกี่ยวกับผ้าไหมไทย ตั้งแต่ “บันทึกความทรงจำ สานต่อพระราชปณิธาน” ภูมิปัญญาไทยจากเส้นใยสู่ผืนผ้า เอกลักษณ์ลวดลายบนผืนผ้า ตลอดจนพัฒนาการของผ้าไหมไทยในแต่ละยุคสมัย ตั้งแต่สมัยสุโขทัย สมัยอยุธยา จนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ ภายใต้แนวคิด “ความจิตรที่ถักทอด้วยมือ สะท้อนจิตวิญญาณแห่งผืนแผ่นดิน” พร้อมนำเสนอคุณค่าและความงดงามของผ้าไหมไทยในฐานะพัสตราภรณ์ที่สะท้อนภูมิปัญญา อัตลักษณ์ และความภาคภูมิใจของคนไทย

นอกจากนี้ ภายในนิทรรศการยังจัดแสดงผลิตภัณฑ์ผ้าไหมและผ้าฝ้ายย้อมครามจากแหล่งเรียนรู้และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในจังหวัดสกลนคร อาทิ ศูนย์เรียนรู้ภูมิปัญญาหม่อนไหมคราม ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ สกลนคร กรมหม่อนไหม กลุ่มอูนดงคราม วิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้าฝ้ายย้อมครามบ้านอูนดง-หนองไชยวาลย์ แหล่งเรียนรู้และศูนย์ผลิตผ้าย้อมครามธรรมชาติ กลุ่มทอผ้าภูไทรุณณี และศูนย์ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของที่ระลึก “ครามสกล” เพื่อสะท้อนศักยภาพของภูมิปัญญาท้องถิ่นและผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่สายตาสาธารณชน

รองศาสตราจารย์ ดร.พรรณี สวนเพลง เปิดเผยว่า การนำเสนอข้อมูลเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมภายใต้แนวคิด “เส้นทางสายไหม สายใยรักจากพระพันปีหลวง” ในครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานจำนวนมาก โดยเข้ามาเยี่ยมชมนิทรรศการและศึกษาเรื่องราวของเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงภูมิปัญญาผ้าไหม วิถีชีวิต และการพัฒนาชุมชน

“นิทรรศการครั้งนี้นับเป็นโอกาสสำคัญในการเผยแพร่เรื่องราวพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในการฟื้นฟูผ้าไหมอีสาน สร้างอาชีพ ยกระดับคุณภาพชีวิต และส่งเสริมเศรษฐกิจของประชาชน ผ่านศูนย์ศิลปาชีพและโครงการพัฒนาด้านต่าง ๆ ทั้งป่าไม้ น้ำ เกษตรกรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สามารถถ่ายทอดเรื่องราวพระมหากรุณาธิคุณและวิถีชีวิตของชุมชนอีสานให้แก่สาธารณชนได้รับทราบ” รองศาสตราจารย์ ดร.พรรณี กล่าว

ทั้งนี้ โครงการวิจัยได้นำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม “เส้นทางสายไหม สายใยรักจากพระพันปีหลวง” จำนวน 4 เส้นทาง ได้แก่

เส้นทางที่ 1 พื้นที่ทรงงานภูพาน (นครพนม–สกลนคร)
นำเสนอพื้นที่ต้นแบบของโครงการพระราชดำริที่มุ่งแก้ไขปัญหาความยากจน การขาดแคลนน้ำ และป่าเสื่อมโทรม โดยส่งเสริมการเกษตร ปศุสัตว์ และการทอผ้าไหม แหล่งสำคัญ ได้แก่ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ ศูนย์ศิลปาชีพ แหล่งผ้าย้อมครามดอนกอย รวมถึงวัดและพิพิธภัณฑ์สายวิปัสสนา สะท้อนผลจากการพัฒนาตามแนวพระราชดำริที่เชื่อมโยงคน ชุมชน และทรัพยากรในพื้นที่

เส้นทางที่ 2 จากน้ำพระทัยสู่ผ้าไหมแพรวา (ขอนแก่น–กาฬสินธุ์–มุกดาหาร)
ถ่ายทอดเรื่องราว “ผ้าแพรวา” มรดกภูมิปัญญาของชาวผู้ไท ซึ่งเคยอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการสูญหาย ก่อนที่จะได้รับการฟื้นฟูและส่งเสริมจนกลายเป็นผ้าไหมที่มีชื่อเสียงในระดับประเทศ โดยมีแหล่งเรียนรู้สำคัญ อาทิ ชุมชนดอนข่า ศาลาไหมไทย โครงการแพรวาบ้านโพน ศูนย์วัฒนธรรมภูไท และหมู่บ้านบ้านภู

เส้นทางที่ 3 เส้นทางผ้าไหมมัดหมี่อีสานใต้ (บุรีรัมย์–สุรินทร์–ศรีสะเกษ–อุบลราชธานี)
นำเสนอเรื่องราวของผ้าไหมมัดหมี่ซึ่งเดิมเป็นงานหัตถกรรมในครัวเรือน และได้รับการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาลวดลายและตลาด จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างรายได้ให้แก่ชุมชน แหล่งสำคัญ ได้แก่ บ้านนาโพธิ์ พนมรุ้ง บ้านจันทร์โสมา ศูนย์คชศึกษา และศูนย์ศิลปาชีพบ้านยางน้อย

เส้นทางที่ 4 ผ้าขิดไหมอีสานเหนือ (อุดรธานี–หนองบัวลำภู–หนองคาย)
ถ่ายทอดภูมิปัญญาการทอผ้าขิด ซึ่งเป็นงานหัตถกรรมที่มีเทคนิคเฉพาะและมีความเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตและพิธีกรรมของชุมชน โดยมีแหล่งเรียนรู้และแหล่งจำหน่ายสำคัญ อาทิ ตลาดผ้านาข่า บ้านกุดแห่ และตลาดท่าเสด็จ ซึ่งสะท้อนความต่อเนื่องของภูมิปัญญาการทอผ้าและการสร้างมูลค่าจากผลิตภัณฑ์ชุมชน

สำหรับ “เส้นทางสายไหม สายใยรักจากพระพันปีหลวง” ทั้ง 4 เส้นทาง เป็นแนวทางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงเรื่องราวของผ้าไหม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และการพัฒนาชุมชนเข้าด้วยกัน โดยมุ่งให้ผู้เดินทางได้เรียนรู้คุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรม ควบคู่กับการสัมผัสวิถีชีวิตและสนับสนุนผลิตภัณฑ์ของชุมชน อันเป็นอีกแนวทางในการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และเพิ่มคุณค่าให้แก่ทุนทางวัฒนธรรมของประเทศไทย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
รองศาสตราจารย์ ดร.พรรณี สวนเพลง
อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และผู้อำนวยการศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญทางด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหาร มหาวิทยาลัยสวนดุสิต
เลขานุการโครงการ ดร.นวนันทน์ ศรีสุขใส
โทร 080-228-2290 / 02-244-5972

เว็บไซต์ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญทางด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหาร มหาวิทยาลัยสวนดุสิต: hubgastro.com

เว็บไซต์ “สืบสายใย มรดกไหมไทย” โครงการวิจัย “ตามรอยเส้นทางสายไหม สายใยรักจากพระพันปีหลวง” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต: www.thaisilkheritage.com