เปิดเส้นทาง “ครามธรรมชาติ 100%” บ้านอูนดง สวนดุสิตดัน SILK Tourism สู่ตลาดโลก

28.09.26 | 17:46 น.

สวนดุสิตปักธงยกระดับ “ครามธรรมชาติ 100%” บ้านอูนดง ผลึกกำลังมหาวิทยาลัยในพื้นที่ชูสกลนคร “เมืองครามโลก” ปั้นเส้นทาง SILK Tourism สู่เวทีสากล


สกลนคร — มหาวิทยาลัยสวนดุสิต นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.พรรณี สวนเพลง หัวหน้าโครงการวิจัย ได้จับมือผนึกกำลังร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร (มรภ.สกลนคร) โดย ผศ.ชฎาพร แนบชิด ผู้เชี่ยวชาญเชิงพื้นที่ด้านผ้าคราม พร้อมด้วย ดร.นวนันท์ ศรีสุกใส นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญทางด้านการท่องเที่ยว และคณะผู้วิจัยจากอีก 5 มหาวิทยาลัยชั้นนำ พร้อมคณะทำงาน ลงพื้นที่สำรวจ ประเมิน และพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยว SILK Tourism (การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์บนฐานมรดกผ้าไหมและสิ่งทอพื้นถิ่น) ภายใต้โครงการวิจัย “การพัฒนานวัตกรรมและยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ผ้าไหมศิลปาชีพสู่ตลาดสากลเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจาก หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.)

รองศาสตราจารย์ ดร.พรรณี สวนเพลง อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัย “การพัฒนานวัตกรรมและยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ผ้าไหมศิลปาชีพสู่ตลาดสากลเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง”. มหาวิทยาลัยสวนดุสิต.

การผนึกกำลังทางวิชาการข้ามสถาบันในครั้งนี้ มุ่งร้อยเรียงอัตลักษณ์ผ้าครามธรรมชาติวิถีชีวิตของ บ้านอูนดง ตำบลกุดแฮ อำเภอกุดบาก เข้ากับเส้นทางท่องเที่ยวมรดกสิ่งทอและไหมครามนวัตกรรม บ้านนากลาง อำเภอโคกศรีสุพรรณ เพื่อถักทอโครงข่ายการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ที่ทรงคุณค่า ตอกย้ำภาพลักษณ์ของจังหวัดสกลนครในฐานะ “เมืองครามโลก” (World Craft City for Indigo)

 

Advertisement

“บ้านอูนดง” กุดบาก: มหัศจรรย์ครามธรรมชาติ 100% ผืนผ้ามีลมหายใจ
ณ บ้านอูนดง อำเภอกุดบาก ชุมชนเล็กๆ ท่ามกลางอ้อมกอดเทือกเขาภูพาน ยังคงรักษาเสน่ห์แห่งผืนผ้าครามบริสุทธิ์ไว้อย่างเหนียวแน่น โดย คุณสุนีย์ พร้อมโกมล หรือ “พี่ต่าย” ประธานกลุ่มทอผ้าครามบ้านอูนดง ได้เปิดเผยถึงหัวใจสำคัญของชุมชนว่า ผืนผ้าครามที่นี่ไม่ใช่แค่สินค้าหัตถกรรม แต่คือ “สิ่งทอที่มีชีวิต” ด้วยนิยามแห่งครามธรรมชาติ 100% ปราศจากสารเคมีสังเคราะห์ในทุกอณูเส้นใย

“ผ้าย้อมครามคือชีวิตของเรา ตั้งแต่การตื่นไปดูแลแปลงครามแต่เช้าตรู่ ตัดใบสดมาหมักในโอ่งดินเผาเพื่อสกัดเนื้อคราม (Indigotin) ด้วยน้ำธรรมชาติ และการ ‘ก่อหม้อย้อม’ ที่อาศัยความเข้าใจในชีววิทยาพื้นบ้าน ควบคุมความเค็ม ความหวาน และความเป็นกรด-ด่างด้วยน้ำขี้เถ้าและสมุนไพรท้องถิ่น ทุกขั้นตอนคือศาสตร์และศิลป์ที่ธรรมชาติมอบให้” พี่ต่ายเล่าถึงมนต์เสน่ห์แห่งการย้อมครามโบราณ
“หม้อครามของพวกเรามีชีวิตเหมือนคน ต้องคอยคุย คอยชิม คอยสังเกตฟองอากาศและกลิ่น ถ้าวันไหนอากาศเปลี่ยน อารมณ์ของน้ำย้อมก็เปลี่ยน เราไม่เคยเร่งรัดธรรมชาติด้วยเคมี เพราะความซื่อสัตย์ต่อภูมิปัญญาคือสิ่งเดียวที่ทำให้ผ้าครามอูนดงมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวและเนื้อผ้านุ่มลึกไม่เหมือนใคร” พี่ต่ายย้ำถึงความผูกพันระหว่างคนกับหม้อย้อม

ถอดรหัสหัตถศิลป์มีชีวิต: 5 ห่วงโซ่ ปลูก-ทำ-ย้อม-ปั่น-ทอ ครบวงจร
กลุ่มทอผ้าครามบ้านอูนดงยังคงอนุรักษ์กระบวนการผลิตดั้งเดิมอย่างครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ประกอบด้วย:
1. การปลูกคราม (ต้นน้ำธรรมชาติ): คัดเลือกเมล็ดพันธุ์ครามพื้นเมือง ปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ริมเชิงเขา ดูแลด้วยดินร่วนปนทรายและแหล่งน้ำธรรมชาติ ไร้สารเคมีปนเปื้อน จนต้นครามสมบูรณ์และให้สารอินดิแคน (Indican) สูงสุด
2. การทำเนื้อคราม (ศาสตร์แห่งการสกัดสี): ตัดกิ่งครามสดช่วงเช้าตรู่ก่อนแดดออก แช่หมักในโอ่งดินเผาด้วยน้ำสะอาด 1–2 คืน แยกกากออก เติมปูนขาว แล้วกวนตีครามอย่างสม่ำเสมอเพื่อดึงออกซิเจนช่วยให้สีตกตะกอน กรองแยกน้ำใสออกจนได้ “เนื้อครามเปียก” บริสุทธิ์
3. การก่อหม้อและย้อมคราม (ชีววิทยาหม้อย้อมเย็น): นำเนื้อครามมาปรุงอาหารเลี้ยงจุลินทรีย์ด้วยน้ำด่างขี้เถ้า น้ำหมักผลไม้ และเหล้าโรง จนเกิดปฏิกิริยารีดักชัน น้ำย้อมเปลี่ยนเป็นสีเขียวอมเหลืองมีฟองพรายสีน้ำเงิน เมื่อจุ่มย้อมเส้นใยและยกสัมผัสอากาศ ออกซิเจนจะเปลี่ยนเส้นใยเป็นสีน้ำเงินครามเข้มสวย โดยย้อมซ้ำหลายรอบเพื่อให้สีซึมลึกและติดทนนาน
4. การอิ้ว อีด และปั่นฝ้ายเข็นมือ: นำปุยฝ้ายธรรมชาติมา “อิ้ว” เอาเมล็ดออก นำไปดีดหรือ “อีด” ให้ฟูนุ่ม ม้วนเป็นหลอด แล้วบรรจงปั่นด้วย “ไนปั่นฝ้าย” เกิดเป็นเส้นด้ายเข็นมือที่มีผิวสัมผัสนุ่มและมีปุ่มปมธรรมชาติอันเป็นเอกลักษณ์
5. การทอผ้าและมัดหมี่ (ศิลปะกี่ทอมือ): นำเส้นฝ้ายย้อมครามขึ้นกี่ทอมือพื้นบ้าน หรือมัดหมี่สร้างลวดลายมงคลดั้งเดิม เช่น ลายพญานาค ลายขอเจ้าฟ้าฯ และลายพันธุ์ไม้ ทอประสานเส้นพุ่งและเส้นยืนอย่างประณีต จนได้ผืนผ้าที่แน่น นุ่ม และทิ้งตัวสวย

ถอดรหัสความปัง “ครามธรรมชาติ 100%”: ออร์แกนิกแท้ มัดใจตลาดโลก
สิ่งที่ยกระดับให้ผ้าครามบ้านอูนดงยืนหนึ่งในฐานะผืนผ้าพรีเมียมระดับสากล อยู่ที่คุณสมบัติอันน่าทึ่งของ ครามธรรมชาติ 100% ที่สารเคมีใดๆ ก็ไม่อาจลอกเลียนแบบได้:
• มหัศจรรย์แห่งการปรับอุณหภูมิ (Thermal Comfort): ด้วยโครงสร้างเส้นใยฝ้ายเข็นมือบริสุทธิ์ที่ผสานกับผลึกครามธรรมชาติอย่างลงตัว ทำให้เนื้อผ้ามีคุณสมบัติพิเศษสุดว้าว “หน้าร้อนใส่แล้วเย็นสบาย ถ่ายเทอากาศยอดเยี่ยม ส่วนหน้าหนาวกลับกักเก็บความอบอุ่นได้อย่างละมุนผิว”
• อโรมาบำบัด & ปกป้องผิวพรรณ: ครามแท้จากหม้อย้อมธรรมชาติมีกลิ่นหอมสะอาดเฉพาะตัว ช่วยสร้างความผ่อนคลายขณะสวมใส่ ทั้งยังมีคุณสมบัติตามธรรมชาติในการยับยั้งแบคทีเรีย ลดกลิ่นอับชื้น ป้องกันรังสี UV และอ่อนโยนเป็นมิตรต่อทุกสภาพผิว แม้กระทั่งผิวบอบบางแพ้ง่าย
• เฉดสีแห่งกาลเวลา (Indigo Aging): ผืนผ้าย้อมครามธรรมชาติแท้จะคงความสดใส ยิ่งผ่านการซักและใช้งาน เนื้อผ้าจะยิ่งนุ่มนวลและเผยเฉดสีน้ำเงินครามลุ่มลึกที่มีมิติ มีเสน่ห์เฉพาะตัวราวกับงานศิลปะชั้นสูง
• ลวดลายมัดหมี่ร่วมสมัย: ร้อยเรียงลวดลายโบราณ ทั้งลายนาค ลายขอ ลายพันธุ์ไม้ เข้ากับดีไซน์มินิมอลที่ทันสมัย จนกลายเป็นผืนผ้าที่ตอบโจทย์ทั้งชุดทำงานและแฟชั่นระดับสากล

พลังหญิงแกร่งแห่งกุดบาก: สร้างเศรษฐกิจชุมชน ไม่ต้องทิ้งถิ่นฐาน
ความแข็งแกร่งของกลุ่มทอผ้าครามบ้านอูนดงภายใต้การนำของพี่ต่าย ยังช่วยสร้างโมเดลเศรษฐกิจฐานรากที่ยั่งยืน (Local Economy):
• เปลี่ยนใต้ถุนบ้านเป็นลานสร้างรายได้: สร้างงานและรายได้ที่มั่นคงให้กับกลุ่มสตรี แม่บ้าน และผู้สูงอายุ ให้มีรายได้เสริมควบคู่กับการทำเกษตรกรรม โดยไม่ต้องย้ายถิ่นฐานไปทำงานในเมืองใหญ่
• ยกระดับสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ (Creative Tourism): เปิดชุมชนเป็นห้องเรียนมีชีวิต ต้อนรับนักท่องเที่ยวสายกรีนและผู้หลงใหลในงานคราฟต์ ให้ได้ลงมือสัมผัสประสบการณ์จริง ตั้งแต่การเก็บใบคราม การก่อหม้อย้อม ไปจนถึงการมัดลายและย้อมผ้าด้วยตนเอง
“แม่ๆ ป้าๆ ในหมู่บ้านแต่ก่อนพอหมดหน้านาก็ต้องรอเงินจากลูกหลานที่ไปทำงานกรุงเทพฯ แต่วันนี้ใต้ถุนบ้านของทุกคนกลายเป็นกี่ทอผ้า เป็นลานปั่นฝ้าย ทุกคนมีเงินเก็บ มีรอยยิ้ม ได้นั่งทอผ้าไปด้วยคุยกันไปด้วย ไม่ต้องพลัดพรากจากครอบครัว นี่คือความสุขที่เงินซื้อไม่ได้” พี่ต่ายเผยด้วยความภาคภูมิใจ

ต่อยอดซอฟต์พาวเวอร์ จากใต้ถุนบ้านสู่รันเวย์ครามโลก
การผนึกกำลังร่วมกันระหว่าง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต, มรภ.สกลนคร, คณะผู้วิจัยจาก 5 มหาวิทยาลัยชั้นนำ, บพข. และ กลุ่มทอผ้าครามบ้านอูนดง ในครั้งนี้ จึงเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนหัตถศิลป์พื้นบ้านสู่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ โดยเตรียมต่อยอดผลิตภัณฑ์สู่เสื้อผ้า Ready-to-wear และของตกแต่งบ้านระดับพรีเมียม เพื่อผลักดันให้ภูมิปัญญาครามธรรมชาติแท้ของแม่ๆ ชุมชนสกลนคร ก้าวไกลสู่เวทีแฟชั่นระดับสากลอย่างสง่างามและยั่งยืน
“การที่อาจารย์และนักวิจัยลงมาช่วยพวกเรา มันทำให้เรามองเห็นคุณค่าของสิ่งที่ทำอยู่ชัดเจนขึ้น พวกเราอยากเห็นคนรุ่นใหม่ใส่ผ้าครามด้วยความเท่ และอยากให้ชาวต่างชาติรู้ว่า ผ้าครามไทยจากบ้านอูนดง สกลนคร คือความงามที่มาจากธรรมชาติและความรักของคนทออย่างแท้จริง” พี่ต่ายกล่าวทิ้งท้ายด้วยแววตาเปี่ยมประกายความหวัง

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
รองศาสตราจารย์ ดร.พรรณี สวนเพลง อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัย “การพัฒนานวัตกรรมและยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ผ้าไหมศิลปาชีพสู่ตลาดสากลเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง”. มหาวิทยาลัยสวนดุสิต. เลขานุการโครงการ ดร.นวนันทน์ ศรีสุขใส
โทร 080-228-2290 / 02-244-5972

เว็บไซต์ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญทางด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหาร มหาวิทยาลัยสวนดุสิต: https://hubgastro.com/

เว็บไซต์ “สืบสายใย มรดกไหมไทย” โครงการวิจัย “ตามรอยเส้นทางสายไหม สายใยรักจากพระพันปีหลวง” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

thaisilkheritage.com

นายปุระชัย สุราราช : ถ่ายภาพ