ศิลปะที่มองผ่านปลายนิ้ว ยูโอบีนำ ‘ศิลปะสัมผัสได้’ สู่หอศิลปกรุงเทพฯ จากภาพวาดบนผืนผ้าใบสู่ผลงานนูนต่ำสามมิติ

29.09.26 | 22:07 น.

ศิลปะที่มองผ่านปลายนิ้ว ยูโอบีนำ ‘ศิลปะสัมผัสได้’ สู่หอศิลปกรุงเทพฯ จากภาพวาดบนผืนผ้าใบสู่ผลงานนูนต่ำสามมิติ

ประสบการณ์ในหอศิลป์ครั้งแรกของบรรชัน หมวกคำ ซึ่งเป็นผู้พิการทางการเห็น ชวนให้ค้นพบว่า ศิลปะชิ้นเดิม สามารถเปิดรับผู้ชมได้กว้างขึ้น เมื่อการสัมผัสกลายเป็นส่วนหนึ่งของการชมงาน


ในหอศิลป์ ผู้ชมส่วนใหญ่มักเริ่มต้นทำความรู้จักกับงานศิลปะผ่านการมอง แต่สำหรับ บรรชัน หมวกคำ ซึ่งเป็นผู้พิการทางการเห็น การทำความรู้จักกับผลงานเริ่มต้นที่ปลายนิ้ว

เขาค่อยๆ สำรวจเส้น รูปทรง พื้นผิว และองค์ประกอบต่างๆ ที่อยู่ตรงหน้า ก่อนนำรายละเอียดเหล่านั้น มาประกอบขึ้นเป็นภาพในจินตนาการ วันนั้นเป็นครั้งแรกที่บรรชันได้สัมผัสงานศิลปะภายในหอศิลป์ในลักษณะนี้

“รายละเอียดที่สัมผัสผ่านปลายนิ้วช่วยให้ผมจินตนาการถึงรูปทรงและองค์ประกอบของผลงานได้ชัดเจนขึ้น เป็นประสบการณ์ที่ทั้งสนุกและน่าประทับใจมาก” บรรชันกล่าว

Advertisement

บรรชันเป็นหนึ่งในผู้พิการทางการเห็น 30 คนจากโครงการส่งเสริมการจ้างงานคนพิการของธนาคารยูโอบี โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ และศูนย์ฝึกอาชีพหญิงสามพราน ที่เข้าร่วมโครงการ “UOB Please Touch ศิลปะสัมผัสได้” ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)

จากภาพวาดสู่งานที่รับรู้ผ่านการสัมผัส
หัวใจของการจัดแสดงครั้งนี้คือ ผลงาน 10 ชิ้นจาก UOB Art Collection ซึ่งล้วนเป็นผลงานรางวัล จากการประกวดจิตรกรรมยูโอบี หรือ UOB Painting of the Year ที่ได้รับการถ่ายทอดจากภาพวาดสองมิติ ให้เป็นงานศิลปะนูนต่ำสามมิติ เพื่อให้ผู้ชมรับรู้องค์ประกอบสำคัญของภาพผ่านการสัมผัส

ผลงานทั้งหมดจัดทำโดยก้องเกียรติ์ พิษณุลักษณ์ ศิลปินงานสามมิติ โดยใช้ไฟเบอร์และเรซินเป็นวัสดุหลัก เคลือบด้วยสีปลอดสารพิษที่ปลอดภัยต่อการสัมผัส รายละเอียดของผลงานแต่ละชิ้นผ่านเทคนิคที่แตกต่างกัน ทั้งการปั้นดิน การหล่อขึ้นรูป และการสร้างต้นแบบด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ

ตลอดกระบวนการพัฒนา ทีมงานยูโอบีและศิลปินเจ้าของผลงานร่วมทดลองและปรับแก้รายละเอียด เพื่อให้ระดับความนูน พื้นผิว และเส้นสาย สามารถทำหน้าที่แทนสี แสง และมิติในภาพต้นฉบับได้ โดยยังคงลักษณะสำคัญและเจตนาของผลงานไว้

ตัวอย่างเช่น ชุมชนแออัด ผลงานของพิมพ์พิศา อนุฤทธิ์ ใช้การปั้นและหล่อเรซินถ่ายทอดสิ่งของจำนวนมากที่ซ้อนทับ กันจนคล้ายพื้นที่อยู่อาศัย ขณะที่ Ctrl + Alt + Destruct ของธัญญภัทร มานะสาระกุล นำองค์ประกอบของคีย์บอร์ด ที่ก่อตัวเป็นลูกระเบิดมาสร้างเป็นรูปทรงที่รับรู้ได้ผ่านการสัมผัส ส่วน กรุณาหยุด หยุดเพื่อโลก หยุดเพื่อทุกคน ของทองไมย์ เทพราม ใช้ความแตกต่างของระดับความนูนและพื้นผิวเพื่อถ่ายทอดสัตว์นานาชนิดที่เรียงตัวเป็น สัญลักษณ์เรียกร้องให้เกิดความสงบสุขบนโลก

การบรรยายที่ไม่กำหนดคำตอบ

นอกจากงานนูนต่ำ นิทรรศการยังมีข้อมูลอักษรเบรลล์ประกอบผลงาน และเปิดโอกาสให้ผู้ชมทั่วไปทดลองปิดตา เพื่อสำรวจงานผ่านการสัมผัส กิจกรรมดังกล่าวไม่ได้มุ่งจำลองประสบการณ์ของผู้พิการทางการเห็น หากชวนให้ผู้ชมตระหนักว่า งานศิลปะชิ้นเดียวกันอาจถูกรับรู้ได้มากกว่าหนึ่งวิธี

พนักงานอาสาสมัครยูโอบี 28 คนร่วมอธิบายรายละเอียดและเรื่องราวของผลงาน บทบาทของผู้บรรยาย ไม่ใช่การบอกว่าผู้ชมควรเห็นหรือรู้สึกอย่างไร หากเป็นการให้ข้อมูลที่เพียงพอสำหรับแต่ละคนจะสร้างภาพและ ความหมายของตนเอง

นางรัตติยา มหัตโกมล ผู้อำนวยการอาวุโส Legal and Secretariat ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย หนึ่งในพนักงานจิตอาสายูโอบี สะท้อนว่า “การอธิบายงานศิลปะไม่ใช่เพียงการบอกว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคืออะไร แต่คือการช่วยกันสร้างภาพขึ้นในจินตนาการ ผู้ชมแต่ละคนรับรู้และตีความรายละเอียดของผลงานแตกต่างกันออกไป”

พนักงานจิตอาสายูโอบี นางรัตติยา มหัตโกมล ผู้อำนวยการอาวุโส Legal and Secretariat ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย

UOB Please Touch เริ่มต้นขึ้นที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) ในปี 2558 ด้วยการนำผลงานของศิลปินผู้พิการทางการเห็นมาจัดแสดงเคียงข้างผลงานของศิลปินอาชีพ ก่อนขยายกิจกรรมไปยังโรงเรียนสอนคนตาบอดในหลายจังหวัด

ในปี 2568 ยูโอบีได้นำผลงานรางวัลจาก UOB Art Collection มาถ่ายทอดจากภาพวาดเป็นงานนูนต่ำสามมิติ และจัดแสดงในโรงเรียนสอนคนตาบอดสี่แห่ง ก่อนนำผลงานชุดเดียวกันกลับมาจัดแสดงที่ BACC ในปีนี้ เปิดโอกาสให้ผู้ชมทำความรู้จักกับงานศิลปะผ่านการสัมผัส

นางสาวธรรัตน โอฬารหาญกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริหารสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “คุณค่าของคอลเลกชันศิลปะไม่ได้อยู่เพียงที่การเก็บรักษาผลงาน แต่อยู่ที่การทำให้ ผลงานได้พบกับผู้คนและเปิดรับการตีความใหม่ๆ การจัดแสดงครั้งนี้นำการสัมผัสมาเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ เพื่อให้ผู้ชมที่มีวิธีรับรู้ต่างกันสามารถเข้าถึงและตีความผลงานได้ด้วยตนเอง”

นางสาวธรรัตน โอฬารหาญกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริหารสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย

สำหรับบรรชัน ประสบการณ์ในวันนั้นแสดงให้เห็นว่า งานศิลปะชิ้นเดิมอาจพบผู้ชมได้มากขึ้น เมื่อมีวิธีเข้าถึงมากกว่า การมองเห็นเพียงอย่างเดียว
-End-

เกี่ยวกับธนาคารยูโอบี ประเทศไทย

ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เป็นธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศไทย ให้บริการผ่านเครือข่าย 140 สาขาทั่วประเทศ และเครื่องเบิกเงินสดอัตโนมัติกว่า 342 เครื่อง รวมถึงการเชื่อมต่อกับเครือข่ายเครื่องเบิกเงินสดของธนาคารยูโอบีมากกว่า 56,800 เครื่องทั่วประเทศ (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568)

ธนาคารได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากสถาบันจัดอันดับชั้นนำ ได้แก่ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ส เซอร์วิส (อันดับความน่าเชื่อถือเงินฝากระยะยาวที่ A3) และฟิทช์ เรทติ้งส์ (อันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ระยะยาวที่ A- และอันดับความน่าเชื่อถือภายในประเทศระยะยาวที่ AAA(tha))

เกี่ยวกับยูโอบีและศิลปะ

การมีส่วนร่วมของธนาคารยูโอบีในวงการศิลปะเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ทศวรรษ 1970 ด้วยการสะสมผลงานจิตรกรรมของศิลปินชาวสิงคโปร์ ปัจจุบัน UOB Art Collection มีผลงานสะสมมากกว่า 3,000 ชิ้น โดยส่วนใหญ่เป็นผลงานจิตรกรรมของศิลปินทั้งรุ่นใหญ่และศิลปินรุ่นใหม่จากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ธนาคารยูโอบีมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนชุมชนทั่วทั้งภูมิภาค โดยเฉพาะการสนับสนุนด้านศิลปะอย่างต่อเนื่องในระยะยาว ในฐานะหนึ่งในผู้สนับสนุนศิลปะชั้นนำของเอเชีย ธนาคารมุ่งมั่นทำให้ศิลปะเข้าถึงผู้คนในวงกว้างผ่านโครงการด้านทัศนศิลป์ ความร่วมมือกับองค์กรต่างๆ และกิจกรรมเพื่อสังคมที่จัดขึ้นทั่วภูมิภาค

โครงการศิลปะหลักของธนาคารคือการประกวดจิตรกรรมยูโอบี (UOB Painting of the Year) ซึ่งก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในประเทศสิงคโปร์เมื่อปี 2525 เพื่อยกย่องศิลปินในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเปิดโอกาสให้พวกเขาได้แสดงผลงานสู่สาธารณชน ต่อมาได้ขยายการประกวดไปยังประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย และล่าสุดเวียดนามในปี 2566 ปัจจุบัน UOB Painting of the Year นับเป็นหนึ่งในการประกวดศิลปะที่มีชื่อเสียงและดำเนินต่อเนื่องยาวนานที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ตลอดเวลากว่า 40 ปีที่ผ่านมา การประกวดดังกล่าวมีส่วนสำคัญในการบ่มเพาะและส่งเสริมเส้นทางอาชีพของศิลปินจำนวนมากในสิงคโปร์ ตัวอย่างศิลปินที่มีชื่อเสียง ได้แก่ Goh Beng Kwan ผู้ชนะในปี 2525 รวมถึง Anthony Poon ผู้ชนะในปี 2526 และ Chua Ek Kay ผู้ชนะในปี 2534 ซึ่งล้วนได้รับรางวัล Singapore Cultural Medallion อันเป็นรางวัลสูงสุดด้านศิลปวัฒนธรรมของประเทศสิงคโปร์

การประกวดยังให้การยอมรับศิลปินมากความสามารถจากทั่วภูมิภาคผ่านรางวัล UOB Southeast Asian Painting of the Year โดยผู้ได้รับรางวัลในช่วงที่ผ่านมา ได้แก่ ยามีล๊ะ หะยี จากประเทศไทย (2568), Yong Wee Loon จากสิงคโปร์ (2567), ปรัชญา เจริญสุข จากประเทศไทย (2566), ชมรวี สุขโสม จากประเทศไทย (2565), Saiful Razman จากมาเลเซีย (2564), Prabu Perdana จากอินโดนีเซีย (2563), Anagard จากอินโดนีเซีย (2562), Suvi Wahyudianto จากอินโดนีเซีย (2561), สุกิจ ชูศรี จากประเทศไทย (2560), Gatot Indrajati จากอินโดนีเซีย (2559) และ Anggar Prasetyo จากอินโดนีเซีย (2558)

นอกจากความร่วมมือกับศิลปินผู้ชนะการประกวด UOB Painting of the Year แล้ว ธนาคารยูโอบียังจัดเวิร์กชอปศิลปะสำหรับเยาวชนที่ขาดโอกาส และเยาวชนที่มีความต้องการพิเศษอย่างสม่ำเสมอ โดยเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้เทคนิคทางศิลปะจากผู้เชี่ยวชาญและศิลปินเจ้าของรางวัล

จากการสนับสนุนวงการศิลปะอย่างต่อเนื่องในระยะยาว ธนาคารยูโอบีได้รับรางวัล Distinguished Patron of the Arts Award จาก Singapore National Arts Council เป็นครั้งที่ 24 ในปี 2569 เพื่อยกย่องความมุ่งมั่นในการส่งเสริมและสนับสนุนศิลปะอย่างยั่งยืนของธนาคาร