Gulf Labs จับมือ Injective รุกระบบการเงินบนบล็อกเชนเปิดผู้ตรวจสอบยืนยันธุรกรรมระดับสถาบัน เชื่อมตลาดสู่เอเชีย

9.10.26 | 15:42 น.

Gulf Labs จับมือ Injective รุกระบบการเงินบนบล็อกเชนเปิดผู้ตรวจสอบยืนยันธุรกรรมระดับสถาบัน เชื่อมตลาดสู่เอเชีย

Gulf Labs เดินหน้าขยายบทบาทในระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัล ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Injective บล็อกเชนที่พัฒนาขึ้นเพื่อรองรับบริการทางการเงินโดยเฉพาะ พร้อมเริ่มดำเนินงานในฐานะ Institutional Validator (ผู้ตรวจสอบและยืนยันธุรกรรมระดับสถาบัน) บนเครือข่าย Injective อย่างเป็นทางการ เพื่อร่วมวางโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการพัฒนาระบบการเงิน Onchain (ระบบการเงินที่ดำเนินธุรกรรมและบันทึกข้อมูลบนบล็อกเชน) สำหรับภาคสถาบันในประเทศไทย และต่อยอดโอกาสการเติบโตในภูมิภาคเอเชีย


Gulf Labs และ Injective เตรียมร่วมกันศึกษาโอกาสการพัฒนาในหลายด้าน ทั้ง Tokenization, Stablecoin การขยายช่องทางเข้าถึงผู้ใช้งานในระดับประเทศ การให้ความรู้และจัดกิจกรรม รวมถึง Data Center และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI (ปัญญาประดิษฐ์) เพื่อเชื่อมโยงเทคโนโลยี Blockchain เข้ากับภาคการเงินและเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย

ความร่วมมือดังกล่าวเป็นอีกก้าวของยุทธศาสตร์ขยายเครือข่ายระดับสถาบันของ Injective ในเอเชีย หลังจากเดินหน้าความร่วมมือในเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และประเทศไทย โดยการเข้าร่วมของ Gulf Labs จะช่วยเชื่อมต่อเครือข่าย Injective เข้ากับระบบนิเวศธุรกิจของกลุ่ม GULF ซึ่งครอบคลุมทั้งพลังงาน โทรคมนาคม ธนาคาร สินทรัพย์ดิจิทัล บริการ Cloud (ระบบประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลผ่านเครือข่าย) และ Data Center

ปัจจุบันกลุ่ม GULF มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดประมาณ 27,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีพอร์ตธุรกิจพลังงานที่มีกำลังการผลิตติดตั้งรวมมากกว่า 24 กิกะวัตต์ (GW) ขณะที่ธุรกิจโทรคมนาคมให้บริการผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่มากกว่า 46 ล้านราย ถือเป็นฐานโครงสร้างพื้นฐานและเครือข่ายผู้ใช้งานที่มีศักยภาพในการต่อยอดการพัฒนาเทคโนโลยีและบริการดิจิทัลในอนาคต

Advertisement

วางโครงสร้างพื้นฐาน Blockchain เชื่อมภาคสถาบันภายใต้ความร่วมมือกัน Gulf Labs ได้เริ่มทำหน้าที่ Validator บนเครือข่าย Injective โดยมีบทบาทในการตรวจสอบและยืนยันธุรกรรม รักษาความปลอดภัยของเครือข่าย รวมถึงมีส่วนร่วมในกระบวนการกำกับดูแลเครือข่าย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการเชื่อม Injective เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานทั้งทางกายภาพและดิจิทัลในประเทศไทย

Gulf Labs มุ่งเน้นการลงทุนในธุรกิจ Venture การวิจัยและพัฒนา และโครงสร้างพื้นฐาน Blockchain การอยู่ภายใต้ GULF Holding ทำให้งานดังกล่าวอยู่ใกล้ชิดกับธุรกิจธนาคาร โทรคมนาคม การเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลภายใต้การกำกับดูแล บริการ Cloud และระบบประมวลผลขนาดใหญ่

ประเทศไทยต่อยอดกลยุทธ์ของ Injective ในเอเชีย ปัจจุบัน Injective มีการดำเนินงานในเอเชียครอบคลุมตั้งแต่ Tokenization สำหรับสถาบัน การเข้าถึงตลาดภายใต้การกำกับดูแล งานวิจัย การเป็น Validator และช่องทางเข้าถึงผู้ใช้ในแต่ละประเทศ

ในเกาหลีใต้ POSCO International และ LG CNS เลือก Injective สำหรับโครงการนำร่องเพื่อทำ Tokenization ของลูกหนี้การค้าที่เกิดจากธุรกรรมเชิงพาณิชย์จริง ขณะที่ Four Pillars เปิดดำเนินงาน Institutional Validator บน Injective เพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน การกำกับดูแล และการพัฒนาระบบนิเวศในเกาหลีใต้และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ขณะที่ประเทศไทยมี M-INJ กลยุทธ์จัดการเงินทุน Injective โดย Merkle Capital ผู้จัดการเงินทุนภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต. ที่ลงทุนใน INJ และ Stablecoin อย่าง USDC ความร่วมมือกับ Gulf Labs จะต่อยอดการดำเนินงานในประเทศไทยจากการสร้างช่องทางเข้าถึงสินทรัพย์ ไปสู่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเครือข่าย การเชื่อมต่อภาคสถาบัน การให้ความรู้ และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในเชิงพาณิชย์ ส่งผลให้ประเทศไทยมีบทบาทเพิ่มขึ้นในฐานะหนึ่งในตลาดสำคัญของ Injective ในภูมิภาค

เปิดช่องทางใหม่สำหรับระบบการเงิน Onchain ระดับสถาบัน Gulf Labs จะมีบทบาทในการเชื่อมโยง Injective กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภายในกลุ่มและสถาบันต่าง ๆ ในประเทศไทย ซึ่งอาจรวมถึง Binance TH โดยการหารือในช่วงะแรกจะมุ่งเน้นด้าน Tokenization, Stablecoin และโครงการด้านการเงิน บน Blockchainที่เกี่ยวข้อง โดยรายละเอียดและทิศทางของความร่วมมือยังต้องกำหนดต่อไป

Injective มีโครงสร้างพื้นฐาน Blockchain ที่รองรับการกำหนดสิทธิ์ในระดับ Protocol การควบคุมสินทรัพย์ให้สอดคล้องกับข้อกำหนด ระบบชำระธุรกรรมแบบทันที รวมถึงระบบการเงินบน Blockchain ที่พัฒนาขึ้นสำหรับตลาดทั่วโลก ขณะที่ Gulf Labs มีความพร้อมด้านเครือข่ายในประเทศและความเข้าใจบริบทการดำเนินงานของภาคสถาบัน ซึ่งศักยภาพของทั้งสองฝ่ายจะช่วยเปิดโอกาสในการเชื่อมโครงสร้างพื้นฐานเข้ากับกรณีการใช้งานที่เกิดขึ้นจริง โดยสามารถใช้โครงสร้างเทคโนโลยีที่มีอยู่ร่วมกันและลดความจำเป็นในการพัฒนาระบบใหม่ทั้งหมดสำหรับแต่ละโครงการ

ขยายช่องทางเข้าถึงผู้ใช้งานและการให้ความรู้ทั่วประเทศ อีกหนึ่งแนวทางของความร่วมมือคือการให้ความรู้และขยายการเข้าถึงเทคโนโลยี Blockchain และ Onchain Finance ในวงกว้าง โดยมีโอกาสในการร่วมมือกับ Binance TH ที่สามารถต่อยอดผ่าน Binance TH Academy จัด Roadshow เครือข่ายมหาวิทยาลัย และแคมเปญภายในแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับทิศทางการพัฒนาความร่วมมือในอนาคต ซึ่งแนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายสร้างช่องทางให้ผู้ใช้งานสามารถเรียนรู้ มีส่วนร่วม และเข้าถึงการใช้งาน Onchain ได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมสนับสนุนการพัฒนาความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีและบริการทางการเงินรูปแบบใหม่ในประเทศไทย

ต่อยอดศูนย์ข้อมูลและระบบประมวลผล AI สำหรับนักพัฒนา การผลักดัน Blockchain ให้เกิดการใช้งานจริงไม่ได้ขึ้นอยู่กับ Code เพียงอย่างเดียว แต่ทีมพัฒนายังต้องอาศัยทรัพยากรด้านการประมวลผล Hosting ความสามารถของเครือข่าย และการสนับสนุนด้านการดำเนินงานในแต่ละประเทศ

โดยมี Gulf Edge ลงทุนในธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ครอบคลุม Data Center บริการ Cloud เทคโนโลยีดาวเทียม และสินทรัพย์ดิจิทัล อีกทั้ง ธุรกิจ Data Center เริ่มต้นด้วยกำลังรองรับ 25 เมกะวัตต์ (MW) เพื่อรองรับผู้ให้บริการ Hyperscale และองค์กรในประเทศไทย

Gulf Labs จึงมีศักยภาพในการเชื่อมโยงการหารือระหว่าง Gulf Edge กับโครงการต่าง ๆ ภายในระบบนิเวศ Injective ทั้งด้าน Data Center ระบบประมวลผลสำหรับ AI และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับภาคสถาบัน ช่วยเพิ่มช่องทางให้โครงการและนักพัฒนาที่ต้องการเข้ามาดำเนินงานในประเทศไทยสามารถเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานและพันธมิตรในประเทศได้สะดวกยิ่งขึ้น

ความร่วมมือที่เชื่อมเครือข่ายเข้าสู่การใช้งานจริง Mirza Uddin ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) Injective กล่าวว่า “การที่ Gulf Labs เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศของกลุ่ม GULF ทำให้สามารถเชื่อมโยงกับธุรกิจบริการทางการเงิน ช่องทางเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลภายใต้การกำกับดูแล ช่องทางเข้าถึงผู้บริโภคทั่วประเทศ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลทางกายภาพที่อยู่ภายในกลุ่มเดียวกันได้ โดย Gulf Labs เปิดใช้งาน Validator บน Injective แล้ว ความร่วมมือนี้จึงเริ่มต้นจากการมีส่วนร่วมในเครือข่ายที่ดำเนินงานอยู่จริง จากฐานดังกล่าว เราสามารถทำงานร่วมกับสถาบันไทยในด้านการแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคนและสเตเบิลคอยน์ ให้ความรู้แก่ผู้ใช้งานทั่วประเทศและสนับสนุนบริษัทที่ต้องการพัฒนาโครงการและดำเนินงานในประเทศไทย”

สิรีธร วรสุทธิกา ผู้อำนวยการ Gulf Labs กล่าวว่า “ประเทศไทยมีทั้งสถาบันการเงิน ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล เครือข่ายที่เชื่อมต่อผู้บริโภค และโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการเป็นศูนย์กลางสำคัญของการเงินออนเชนอยู่แล้ว สิ่งที่ยังขาดคือแนวทางที่จะนำศักยภาพเหล่านี้มาทำงานร่วมกัน Validator ของเราทำให้ Gulf Labs มีบทบาทโดยตรงในเครือข่าย Injective ขณะที่ความร่วมมือในภาพรวมช่วยให้เราสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับสถาบัน ช่องทางเข้าถึงตลาด การให้ความรู้ และโครงสร้างพื้นฐาน ภายใต้กลยุทธ์เดียวกัน”

ดร. กร พูนศิริวงศ์ ผู้อำนวยการด้านการบริหารธุรกิจ AI ของ Gulf Edge และผู้อำนวยการ Gulf Labs กล่าวเสริมว่า “ความร่วมมือนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของ Gulf Labs ในการวางรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับโครงสร้างพื้นฐาน Web3 เรายังคงมุ่งนำเทคโนโลยีแห่งอนาคตมาพัฒนาให้ใช้งานได้จริงในวงกว้าง”

ความร่วมมือระหว่าง Gulf Labs และ Injective เริ่มต้นจาก Validator ที่เปิดดำเนินงานบนเครือข่ายแล้ว และเตรียมต่อยอดไปสู่การเชื่อมโยงสถาบัน ผู้ใช้งาน นักพัฒนา และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อผลักดันศักยภาพของ Blockchain ไปสู่การใช้งานจริง

โดย Gulf Labs จะนำความพร้อมด้านการดำเนินงานเครือข่าย การเข้าถึงภาคสถาบัน ช่องทางเข้าถึงผู้ใช้งาน การให้ความรู้ และโครงสร้างพื้นฐาน มาผสานกับเทคโนโลยี Blockchain โมดูลทางการเงิน และระบบนิเวศของ Injective เพื่อเปิดช่องทางให้สถาบัน นักพัฒนา และผู้ใช้งานในประเทศไทยมีส่วนร่วมกับเศรษฐกิจ Onchain พร้อมต่อยอดยุทธศาสตร์การขยายตลาดเอเชียของ Injective ซึ่งครอบคลุมทั้งเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และประเทศไทย