“หาดใหญ่ต้องพร้อมก่อนฝนมา” อธิบดีฯ วิทยา ลุยสงขลา เร่งซ่อมคลอง ร.1  รับมือฝนหนัก

26.10.26 | 17:22 น.

กรมชลประทาน เดินหน้าเตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา หลังกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ช่วงวันที่ 26–28 ตุลาคมนี้ จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมกำชับกรมชลประทานเตรียมรับมืออย่างเต็มที่ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซาก เพื่อป้องกันและลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด ด้านอธิบดีกรมชลประทานลงพื้นที่หาดใหญ่ เร่งรัดติดตามการซ่อมแซมคลองระบายน้ำ ร.1 เสริมความแข็งแรงของโครงสร้างหลักให้รองรับการระบายน้ำได้ 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เตรียมพร้อมเครื่องจักรเครื่องมือและเจ้าหน้าที่รับสถานการณ์ เพื่อสร้างความมั่นใจและลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด


วันนี้ (26 ตุลาคม 2569) นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา ติดตามการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ โดยเริ่มจากการประชุมติดตามสถานการณ์น้ำและวางแผนรับมือฝนตกหนัก ณ สำนักงานชลประทานที่ 16 โดยมี นายชุติมันต์ สกุลพราหมณ์ ผู้อำนวยการกองแผนงาน ดร.ธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา นายฐิติกร ศรีนิติวรวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 16 นายทวีวัฒน์ สืบสุขมั่นสกุล ผู้อำนวยการสำนักเครื่องจักรกล นายณัฐพล วุฒิจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนา และคณะผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ก่อนลงพื้นที่ติดตามความพร้อมของระบบระบายน้ำในจุดสำคัญ รวมถึงงานซ่อมแซมคลองระบายน้ำ ร.1 เพื่อให้มั่นใจว่าระบบระบายน้ำและเครื่องจักรต่าง ๆ พร้อมทำงานทันทีหากเกิดฝนตกหนัก

สำหรับพื้นที่หาดใหญ่ จุดที่ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ คือ คลองระบายน้ำ ร.1 ซึ่งเป็นเส้นทางหลักในการช่วยระบายน้ำจากพื้นที่หาดใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียงออกสู่ทะเลสาบสงขลา โดยขณะนี้กำลังเร่งซ่อมแซมคลอง เพื่อเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างและรักษาประสิทธิภาพการระบายน้ำให้รองรับได้ 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยเฉพาะช่วงที่มีฝนตกหนักและมีน้ำไหลมาจากพื้นที่ตอนบนพร้อมกัน ซึ่งอาจทำให้ระดับน้ำในคลองเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

Advertisement

 

ความคืบหน้าการซ่อมแซมคลอง ร.1 ล่าสุด งานตอกแผ่นเหล็กชีทไพล์เสริมความแข็งแรงตลอดแนวคลองระยะทางกว่า 2 กิโลเมตรแล้วเสร็จ 100% ส่วนงานคอนกรีตเสริมเหล็ก คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ ขณะที่งานถมและบดอัดคันคลองกำลังเร่งทำงานส่วนที่เหลือให้แล้วเสร็จตามแผน ทั้งนี้ กรมชลประทานให้ความสำคัญกับความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างหลักและความพร้อมในการระบายน้ำเป็นอันดับแรก เพื่อให้ระบบสามารถรองรับสถานการณ์ฝนในช่วงนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

นอกจากการซ่อมแซมคลอง ร.1 แล้ว กรมชลประทานยังเร่งเพิ่มประสิทธิภาพทางน้ำสายต่าง ๆ ในพื้นที่หาดใหญ่และจังหวัดสงขลา ทั้งการขุดลอกคลองอู่ตะเภา คลองท่าช้าง–บางกล่ำ และคลองระบายน้ำสายต่าง ๆ เพื่อเปิดทางให้น้ำไหลได้สะดวก ลดสิ่งกีดขวางทางน้ำ และช่วยให้น้ำจากพื้นที่ชุมชนสามารถระบายออกได้รวดเร็วขึ้น โดยเน้นบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ ตั้งแต่พื้นที่ต้นน้ำ ผ่านตัวเมืองหาดใหญ่ ไปจนถึงพื้นที่ปลายน้ำที่รับน้ำออกสู่ทะเลสาบสงขลา

 

ขณะที่สถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดสงขลาล่าสุด วันที่ 26 ตุลาคม 2569 ระดับน้ำในคลองอู่ตะเภายังอยู่ต่ำกว่าตลิ่งประมาณ 4.7–6.7 เมตร และมีแนวโน้มลดลง ถือเป็นช่วงที่ยังมีพื้นที่รองรับน้ำได้อีกระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม กรมชลประทานยังไม่ประมาท เพราะหากมีฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ต้นน้ำ อาจทำให้ปริมาณน้ำไหลลงสู่พื้นที่หาดใหญ่เพิ่มขึ้นได้ จึงต้องติดตามทั้งปริมาณฝน ระดับน้ำ และความสามารถในการระบายน้ำอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง

 

ด้านการคาดการณ์ฝน กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนว่า ช่วงวันที่ 26–28 ตุลาคม 2569 ภาคใต้จะมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ โดยอาจมีฝนตกหนักมากบางแห่ง เนื่องจากร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้มีความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ส่วนช่วงวันที่ 29–31 ตุลาคม แม้ภาพรวมฝนจะเริ่มลดลง แต่ภาคใต้ยังมีโอกาสเกิดฝนตกหนักบางแห่ง จึงต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจังหวัดสงขลาและพื้นที่ใกล้เคียง

 

ในส่วนของการเตรียมเครื่องจักรเครื่องมือ กรมชลประทานระดมความพร้อมจากทั้งสำนักงานชลประทานที่ 16 และสำนักเครื่องจักรกล โดยสำนักงานชลประทานที่ 16 เตรียมเครื่องจักรและเครื่องมือพร้อมใช้งานรวม 488 หน่วย ขณะที่ส่วนบริหารเครื่องจักรกลที่ 8 สำนักเครื่องจักรกล เตรียมพร้อมสนับสนุนอีก 179 หน่วย พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ติดตามจุดเสี่ยงและเตรียมเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยเฉพาะพื้นที่ชุมชนและพื้นที่ลุ่มต่ำที่มีประวัติน้ำท่วมซ้ำซาก

สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ อธิบดีกรมชลประทานเน้นติดตามความพร้อมของระบบระบายน้ำในภาพรวม เพื่อให้การบริหารน้ำเชื่อมโยงกันทั้งพื้นที่ สามารถเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำได้อย่างเหมาะสม พร้อมเฝ้าระวังผลกระทบต่อชุมชนและพื้นที่การเกษตร โดยคำนึงถึงสถานการณ์น้ำทั้งต้นทางและปลายทางควบคู่กัน

 

ทั้งนี้ กรมชลประทานยืนยันว่า ได้เตรียมความพร้อมรับมือฝนภาคใต้อย่างเต็มกำลัง โดยเฉพาะพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญอย่างอำเภอหาดใหญ่ ที่ต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันและลดผลกระทบจากน้ำท่วมเป็นพิเศษ พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานติดตามพยากรณ์อากาศและระดับน้ำอย่างใกล้ชิด ตรวจสอบความพร้อมของเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ และประตูระบายน้ำให้พร้อมใช้งานตลอดเวลา รวมถึงประสานหน่วยงานท้องถิ่นแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้าหากพบความเสี่ยง โดยขอให้ประชาชนมั่นใจว่า กรมชลประทานจะทำงานอย่างเต็มที่ ทั้งการเตรียมรับมือก่อนฝนมาและการเร่งระบายน้ำหากเกิดฝนตกหนัก เพื่อช่วยลดความเสียหายและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุด