กสก.จับมือเอกชน เดินเครื่อง Matching สินค้าเกษตรแปลงใหญ่

7.07.17 | 13:41 น.

กรมส่งเสริมการเกษตรร่วมกับ บริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด ร่วมเจรจาธุรกิจ Matching สินค้าเกษตรในโครงการแปลงใหญ่ โดยมีภาครัฐเป็นแกนกลางในการประสานงาน หวังสร้างความเข้าใจการทำตลาดในช่องทางของห้างสรรพสินค้าให้ทั้งผู้ประกอบการและเกษตรกรมีความเข้าใจที่ตรงกัน


นายสำราญ  สาราบรรณ์  รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า จากนโยบายในการส่งเสริมการทำเกษตรในรูปแบบการรวมแปลงใหญ่ ส่งผลให้ขณะนี้มีสินค้าอยู่หลายกลุ่มที่มีการผลิตได้คุณภาพมาตรฐาน เป็นผลมาจากการวางแนวทางการผลิตด้วยการวางแผนการผลิตอย่างชัดเจน ทำให้สามารถบริหารจัดการผลผลิตได้ดีโดยไม่กระทบต่อราคาสินค้า เนื่องจากเกษตรกรในโครงการแปลงใหญ่นั้นจะใช้แนวทางการส่งเสริมการลดต้นทุนการผลิต แต่สามารถผลิตสินค้าให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น จึงทำให้การรวมกลุ่มกันทำตลาดเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเพิ่มอำนาจการต่อรองจากตลาดที่จะเข้ามารับซื้อสินค้า

Advertisement

นอกจากเกษตรกรจะสามารถทำตลาดได้ด้วยตนเองส่วนหนึ่งแล้ว ในส่วนของภาครัฐกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมเสริมการเกษตรก็ได้วางแผนการขยายช่องทางการตลาดให้กับเกษตรกรด้วยอีกทางหนึ่ง โดยเฉพาะการทำตลาดในห้างสรรพสินค้าทั่วไป ซึ่งปัจจุบันกลุ่มตลาดดังกล่าวมีความต้องการผลผลิตสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าคุณภาพ ฉะนั้นกรมฯ จึงได้จัดทีมจับมือกับผู้ประกอบในกลุ่มของห้างสรรพสินค้าโลตัสทำการเจรจาธุรกิจ Matching สินค้าเกษตรแปลงใหญ่

โดยการประชุมหารือดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมประกอบด้วย เกษตรกรผู้ผลิตสินค้าในโครงการเกษตรแปลงใหญ่ ผู้จัดการแปลงใหญ่ เจ้าหน้าที่หน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เป้าหมาย ใช้พื้นที่นำร่องที่กลุ่มจังหวัดทางภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ชุมพร ระนอง พัทลุง และจังหวัดนครศรีธรรมราช ประกอบไปด้วยสินค้าประเภทไม้ผล เช่น มังคุด ทุเรียน เงาะ ส้มโอทับทิมสยาม มะพร้าว ลองกอง และกล้วยหอมทอง ผักกินใบ และกุ้งทะเล ซึ่งในรายละเอียดของการประชุมหารือในเบื้องต้นนั้น ได้มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ ในการวางแผนการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และระเบียบวินัยในการทำธุรกิจร่วมกัน และการพัฒนาคุณภาพผลผลิตสินค้าให้ได้ตามมาตรฐานที่ตลาดต้องการ เน้นความต้องการของตลาดนำการผลิต

“สำหรับการประชุมดังกล่าวได้มีการแบ่งกลุ่มย่อยตามชนิดของสินค้าเกษตร เพื่อให้เกษตรกรและตลาดมีการแลกเปลี่ยนความคิดในการดำเนินธุรกิจร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งพูดคุยในเรื่องของการวางแผนการผลิต กำลังการผลิต พื้นที่ปลูก ฤดูกาลเก็บเกี่ยว เกรดสินค้า ราคาสินค้า และข้อจำกัดต่างๆ ของแต่ละชนิดสินค้า รวมถึงข้อมูลส่วนตัวของเกษตรกรเพื่อให้ตลาดลงพื้นที่ดูของจริง ซึ่งผลการประชุมดังกล่าวก็ได้ผลตอบรับที่ดีจากผู้ประกอบการ และคาดว่าเกษตรกรจะสามารถส่งผลผลิตสินค้าคุณภาพจากโครงการแปลงใหญ่ขึ้นห้างได้ ทั้งนี้การจัดประชุมดังกล่าวจะมีการดำเนินงานในพื้นที่อื่นๆ ทั่วทุกภาคต่อไป” รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าว