ฝนหลวงฯ โปรยเมล็ดพันธุ์พืช สร้างความชุ่มชื้นและเพิ่มผืนป่า

25.07.17 | 15:09 น.

พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าภารกิจสำคัญที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินงานเป็นประจำทุกปีตามโครงการพระราชดำริ คือ โครงการพระราชดำริฝนหลวง ด้วยตลอดระยะเวลากว่า 6 ทศวรรษ ที่ได้ดำเนินการสามารถสร้างความชุ่มชื้นให้ทั่วผืนป่าพื้นที่การเกษตรและเพิ่มน้ำต้นทุนในเขื่อนต่างๆของประเทศ


กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แสวงหาวิธีการและความร่วมมือร่วมใจของหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ในการอนุรักษ์ป่าไม้ไม่ให้ถูกทำลายเพิ่มขึ้น และการฟื้นฟูสภาพผืนป่าที่ถูกทำลายให้กลับคืนสู่สภาพเดิม ในบางครั้งไม่สามารถดำเนินการเข้าถึงพื้นที่ป่าทางภาคพื้นได้ จึงมีการบูรณาการจากหน้าที่ความรับผิดชอบหลักของแต่ละหน่วยงาน

โครงการ “โปรยเมล็ดพันธุ์พืช เพื่อสร้างความชุ่มชื้นและเพิ่มผืนป่า ทั่วประเทศไทย สานต่อพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ์บดินทรเทพยวรางกูร” เป็นโครงการที่ไม่ได้ใช้งบประมาณเพิ่มเติม และทำงานโดยบูรณาการงานของหลายหน่วยเข้าด้วยกัน ได้แก่ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมป่าไม้ กรมชลประทาน กองทัพภาคที่ 2 มณฑลทหารบกที่ 15 และมณฑลทหารบกที่ 31 กรมการปกครอง และกรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้การฟื้นฟูผืนป่าเกิดประสิทธิภาพและเป็นไปตามวัตถุประสงค์พระบรมราโชวาทรัชกาลที่10 และตามพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9

พลเอก ฉัตรชัย กล่าวว่า “เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ์บดินทรเทพยวรางกูร และเพื่อสานต่อพระราชปณิธาน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจไว้อย่างมากมาย สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช ก็ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจที่เกื้อหนุนกัน โดยทรงเน้นเรื่องป่าและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติไว้ให้ลูกหลานไทย ทรงมีความห่วงใย และทรงช่วยเหลือฟื้นฟูธรรมชาติ ดั่งพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช “พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า ป่าที่ถวายความจงรักภักดีต่อน้ำ พระเจ้าอยู่หัวสร้างอ่างเก็บน้ำ ฉันก็จะสร้างป่า” ส่งผลให้พสกนิกรชาวไทยและประชาชนในประเทศใกล้เคียงได้รับการยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

Advertisement

และในโอกาสที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ์บดินทรเทพยวรางกูร ทรงเจริญพระชนมพรรษา 65 พรรษา 28 กรกฎาคม 2560 นี้ จึงถือเป็นนิมิตหมายอันดีที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ร่วมมือกับหน่วยงานภาคราชการ ภาคเอกชน และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ร่วมกันสร้างเครือข่ายและการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติฟื้นฟูป่าต้นน้ำ เพื่อประโยชน์ต่อพื้นที่ชุมชน ควบคู่ไปกับการปฏิบัติการฝนหลวงในแต่ละวัน”

นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า “การดำเนินการ ในโครงการ โปรยเมล็ดพันธุ์พืชเพื่อสร้างความชุ่มชื้นและเพิ่มผืนป่าทั่วประเทศไทย ฯ แบ่งออกเป็น 2 กิจกรรม ได้แก่

1.กิจกรรมโปรยเมล็ดพันธุ์ ซึ่งเปิดโครงการ ฯ ณ เขื่อนลำตะคอง อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา

2.กิจกรรมปลูกป่า ณ บริเวณป่าชุมชนตำบลคลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา พื้นที่บริเวณตำบลหนองกลับ ทุ่งทอง หนองบัว อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ และพื้นที่บริเวณอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งเป็นการปลูกป่าในพื้นที่ลุ่มน้ำ โดยได้รับการสนับสนุนพันธ์ไม้ต่างๆ จากกรมป่าไม้”

“เมล็ดพันธุ์พืชต่างๆ ปี 2560 มีจำนวน 14 ชนิด ได้แก่ มะค่าโมง มะค่าแต้ สีเสียดแก่น แดง สาธร พฤกษ์ ไผ่รวก กัลปพฤกษ์ กาฬพฤกษ์ ประดู่ผล พยุง คูน ขี้เหล็กบ้าน และนนทรีป่า ขณะนี้ เข้าสู่ระยะดำเนินการ ที่ 2 ปฏิบัติการโปรยเมล็ดพันธุ์พืชทางอากาศ ดำเนินการในพื้นที่เป้าหมาย ประกอบด้วยพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง (อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ) , ภาคกลาง (อุทยานแห่งชาติเขาค้อ อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ) และภาคใต้ตอนบน (อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน) ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ศูนย์ปฏิบัติการ ฝนหลวงภาคกลาง และศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคใต้

โดยปฏิบัติการภายหลังเสร็จสิ้นจากการปฏิบัติการฝนหลวงประจำวัน จากนั้นจะมีการเก็บรวบรวมข้อมูลผลการปฏิบัติการโปรยเมล็ดพันธุ์พืชในแต่ละวัน แล้วจัดทำระบบฐานข้อมูล เพื่อวางแผนดำเนินการในช่วงระยะเวลาต่อไป ระยะดำเนินการที่ 3.การประเมินผลและติดตามโครงการโปรยเมล็ดพันธุ์พืช จะทำการประเมินผลและสรุปรายงานความสำเร็จของโครงการฯโดยกรมฝนหลวงและการบินเกษตร และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช”