บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา รามอินทรา ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.) และบริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) จัดงาน BUA la Fiesta 2017 ในวันที่ 10–20 สิงหาคม 2560 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อร่วมฉลองในวโรกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ เจริญพระชนมายุครบ 85 พรรษา ภายในงานท่านจะได้ร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่ไปกับความมหัศจรรย์ที่หลากหลายของบัว ซึ่งถือเป็นหนึ่งในดอกไม้ทรงโปรดและทรงเคยรับสั่งว่า “เป็นดอกไม้ที่สวยที่สุดที่ไม้ฝรั่งเทียบไม่ได้” จะถูกนำมาเนรมิตรให้ลานกิจกรรมหน้าศูนย์การค้ากลายเป็นลานบัวที่งดงามแบบที่ไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน ที่สามารถให้คุณมาชื่นชมความงามได้ทั้งกลางวันและกลางคืน โดยรับอรุณยามเช้าด้วยดอกบัวที่เบ่งบานสะพรั่งเต็มสระและพบกับย่ำค่ำที่ตื่นตาตื่นใจไปกับ แสง สี ประดับประดาสร้างสีสันให้กับดอกบัวดูมีชีวิตในยามค่ำ, สนุกสนานกับลานใบบัวยักษ์ที่พร้อมรองรับร่างกายของคุณให้ล่องลอยอยู่เหนือน้ำ, พบกับการรวมตัวของบัวนับ 10 สายพันธุ์หาชมยากในประเทศไทย ที่จะนำมาให้ท่านได้รู้จักกันในงานนี้ อีกทั้งยังมีเมนูอาหารต่างๆที่สร้างสรรค์อย่างพิถีพิถันมาจากส่วนต่างๆของบัว รวมถึงเมนูไฮไลท์ “เมี่ยงบัวหลวง” สูตรต้นตำรับ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ที่เปิดให้ชิมฟรีภายในงานนี้ที่แรกและที่เดียว กิจกรรมจัดขึ้น ณ บริเวณลานหน้าศูนย์การค้าและลานกิจกรรมภายในศูนย์การค้า ชั้น G และ ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา รามอินทรา
สัมผัสสุดยอดประสบการณ์กับกิจกรรมไฮไลท์ภายในงาน
- ครั้งแรกของการรวมตัวบัวกว่า 10 สายพันธุ์หาชมยากในประเทศไทย
- บัวหลวงพระราชินี ค้นพบโดยสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ
- บัวฉลองขวัญ หรือทั่วโลกรู้จักกันในชื่อ King Of Siam
- บัวยักษ์ขาว/คราม/ม่วง เป็นบัวพื้นเมืองของทวีปออสเตรเลีย
- บัวจงกลนี เป็นบัวพื้นเมืองของไทย มีแห่งเดียวในโลก
- บัวยักษ์เอทรานต์ เป็นบัวที่ดอกสามารถเปลี่ยนสีได้ในรอบของการบานทั้งหมด 5 วัน
- บัวปทุม เป็นบัวหลวงสีชมพู คนไทยจะคุ้นเคยกับบัวหลวงพันธุ์นี้มากที่สุด
- บัวบุณฑริก หรือ ปุณฑริก เป็นบัวหลวงสีขาว สายพันธุ์เดียวกับบัวปทุม
- บัวสาย บัวกินสาย ดอกสีชมพู หรือที่คนทั่วไปมักนำมารับประทาน
- บัวกระด้ง บัวใบใหญ่ยักษ์ ขอบใบยกตัวขึ้นคล้ายกระด้ง ลอยอยู่บนผิวน้ำ สามารถรับน้ำหนักได้ถึง 100 กก.
- บัวนางกวัก เป็นสายพันธุ์จากประเทศอินเดีย กลีบเลี้ยงจะมีกลีบย่อยที่ปลาย รูปร่างคล้ายมือกวั
- เมนูบัวสุดพิเศษที่สร้างสรรค์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ธัญบุรี
- ชิมฟรี “เมี่ยงบัวหลวง” สูตรต้นตำรับ ที่หารับประทานยาก พร้อมทั้งสาธิตวิธีการทำในงานเป็นครั้งแรก
- กิจกรรมเวิร์คช็อปสาธิตทำอาหารจากดอกบัว อาทิ เมี่ยงบัวหลวง ยำเกสรดอกบัว
- บัวมิสสยาม เป็นความภาคภูมิใจของ นักผสมพันธุ์บัวชาวไทยซึ่งได้รับรางวัล Best New Hardy Waterlily 2007
- ลานดอกบัว LED ขนาดยักษ์
- ตระการตากับลานดอกบัวเรืองแสงขนาดยักษ์ บนพื้นที่กว่า 200 ตร.ม. ณ ลานด้านหน้าศูนย์การค้า
- ใบบัวกระด้ง บัวยักษ์ใหญ่ เปิดประสบการณ์ใหม่ที่สุดท้าทายโดยให้คุณได้ลงไปยืนอยู่บนใบบัวกระด้งที่สามารถรับน้ำหนักได้ถึง 100 กก.พร้อมโพสท่าเก๋ๆ แชร์ประสบการณ์สนุกสนานผ่าน Social Media
- เมนูบัวสุดพิเศษที่สร้างสรรค์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ธัญบุรี
- ชิมฟรี “เมี่ยงบัวหลวง” สูตรต้นตำรับ ที่หารับประทานยาก พร้อมทั้งสาธิตวิธีการทำในงานเป็นครั้งแรก
- กิจกรรมเวิร์คช็อปสาธิตทำอาหารจากดอกบัว อาทิ เมี่ยงบัวหลวง ยำเกสรดอกบัว
- โดยคณะคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
- ครั้งแรกกับการรวบรวมผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับบัวไว้มากที่สุด
- บูธจำหน่ายเมนูคาว–หวาน ที่ทำมาจากบัว อาทิเช่น ข้าวห่อใบบัว, ขนมสายบัวมะพร้าวอ่อน, ฝักบัวหลวงสด, รากบัวต้มน้ำตาล, ขนมฝักบัวเสวย สายบัวผัดกุ้งสด, แกงส้มไหลบัว เป็นต้น
- ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบัว บัวเป็นชื่อเรียกของไม้น้ำที่มีใบลอยหรือชูพ้นน้ำ ดอกหลากสีเห็นได้ทั่วไปตามแหล่งน้ำที่เราๆ ท่านๆ รู้จัก ที่จริงแล้วมีการกล่าวถึงไม้น้ำชนิดนี้มานานมากแล้ว ในแหล่งอารยธรรมต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งมีความเกี่ยวข้องหรือมีหลักฐานเป็นภาพปรากฏตามแหล่งวัฒนธรรมสำคัญมาก ทั้งในอียิปต์ เมโสโปเตเมีย จีน อินเดีย ฯลฯอุบลชาติ และปทุมชาติ ก็เป็นชื่อเรียกของบัวเช่นกัน แต่เป็นชื่อเรียกคำกลางๆ ที่มีรากศัพท์มาจากภาษาสันสกฤต “อุบลชาติ” แปลงมาจากคำว่า อุบล หรือ อุตฺปล ในภาษาบาลีสันสกฤต หมายถึง บัวกินสาย บัวก้านอ่อน บัวผัน บัวเผื่อน บัวขาบ ที่นักพฤกษศาสตร์จัดอยู่ในวงศ์ (Family) เดียวกัน คือ Nymphaeaceae ชื่อสามัญในภาษาอังกฤษคือ Waterlily ส่วน “ปทุมชาติ” นั้นแปลงมาจากคำว่าปทุม หรือ ปทฺม ในภาษา
แผนโบราณ นอกจากเป็นสมุนไพรแล้วบัวหลวงยังใช้ประโยชน์ในทางอี่น เช่น กลีบแห้งใช้มวนบุหรี่ในอดีต เรียกว่า บุหรี่กลีบบัว ใบแก่นำมาตากแห้งใช้เป็นส่วนผสมของยากันยุง เปลือกบัวนำมาเป็นวัสดุในการปลูกเห็ดชนิดหนึ่งเรียกว่า เห็ดบัว
“บัว” ถือเป็นพืชไม้น้ำที่มีความเกี่ยวข้องกับวิธีชีวิต ความเชื่อทางศาสนาและเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์และความเบิกบานซึ่งเห็นได้จากการนำดอกบัวมาใช้ประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาอยู่เสมอ
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับดอกบัว
ข้อมูลสายพันธุ์บัวที่หาชมยากภายในงาน Bua La Fiesta
1.บัวหลวงพระราชินี
ชื่อสามัญ: Lotus
ชื่อไทย: บัวหลวงพระราชินี
ถิ่นกำเนิด: ประเทศไทย
ผู้ค้นพบ: สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถทรงรับสั่งให้เจ้าหน้าที่ไปเก็บต้นพันธุ์บัวที่พระองค์ทรงโปรดจากจังหวัดเพชรบุรี ไปปลูกอนุรักษ์ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง จังหวัดนราธิวาส เมื่อปี พ.ศ.2543
ประวัติ: หลังจากทราบแหล่งที่มาของบัวหลวงที่สมเด็จพระบรมราชินีนาถทรงสนพระทัย ชมรมผู้รักบัวจึงได้ไปเก็บต้นพันธุ์ชุดหนึ่งจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง และ ดร.เสริมลาภ ได้นำมาปลูกศึกษาที่ปางอุบล ปี พ.ศ.2544 และขยายพันธุ์เผยแพร่เพื่อร่วมกันอนุรักษ์ ปี พ.ศ.2546
ลักษณะพันธุ์: เป็นบัวหลวงที่มีลักษณะพิเศษคือ ต้นสูงใหญ่ ก้านใบก้านดอกยาวท่วมศรีษะ ดอกบานสีชมพูสูงพ้นน้ำ 1-1.5 เมตร ดอกตูม ทรางดอกโคนกว้างปลายเรียว เส้นผ่าศูนย์กลาง 4-6 เซนติเมตร ยาว 10-15 เซนติเมตร ช่วงแรกสีเขียวอ่อน เมื่อแก่เต็มที่ก่อนจะเริ่มบานสีกลีบด้านนอกจะเริ่มอ่อนลงเป็นสีชมพูอ่อนเกือบขาวปลายกลีบสีชมพูจะเด่นขึ้น ดอกบาน โคนกลีบสีขาวเหลือบเขียวอ่อนปลายกลีบสีชมพูเข้ม วันที่สองและสาม ปลายกลีบสีอ่อนลง วันที่สี่ หลังจากแผ่บานเต็มที่แล้วดอกจะโรยกลีบร่วง

2.บัวฉลองขวัญ
หรือทั่วโลกรู้จักกันในชื่อ “King of Siam”เป็นบัวสกุลบัวผัน ที่เกิดความงามได้เพราะความสามารถของคุณชัยพล ธรรมสุวรรณ ที่นำเกสรของไดเรกเตอร์ จี.ที.มอร์ (Director G.T.Moore) มาผสมกับทองสุก เมื่อปี พ.ศ.2542แล้วนำไปปลูกยังดินแดนต่างประเทศจนได้ชื่อภาษาอังกฤษว่า “คิง ออฟ สยาม” ฉลองขวัญความงามเด่นอยู่ด้วยที่สีสันม่วงน้ำเงินดอกมีกลีบซ้อนกันมากและไร้เกสรเพศผู้

3.บัวยักษ์ขาว / คราม / ม่วง
บัวยักษ์ออสเตรเลีย (Giantea) เป็นบัวพื้นเมืองของ ทวีปออสเตรเลีย ใบและดอกมีขนาดใหญ่ เป็นบัวใบหยักขอบใบไม่เรียบ ดอกชูพ้นน้ำ ดอกดกและออกมาทดแทนกันตลอดเวลา มีกลิ่นหอมเล็กน้อย
No Photo
4.บัวจงกลนี
เป็นบัวพื้นเมืองของไทย มีแห่งเดียวในโลก มีการกล่าวถึงตั้งแต่สมัยสุโขทัย ลักษณะใบรี ขอบใบหยัก ออกดอกดกและทยอยออกดอกมีสีชมพูอ่อน กลิ่นหอมเล็กน้อย ดอกลอยเหนือผิวน้ำ ดอกบานแล้วไม่หุบ

-
- บัวยักษ์เอทรานต์
เป็นบัวที่ดอกสามารถเปลี่ยนสีได้ในรอบของการบานทั้งหมด5วัน จากดอกสีขาว ค่อยๆ เปลี่ยนไปเป็นสีชมพูและเข้มจนเป็นสีบานเย็นในวันสุดท้าย

- บัวปทุม
เป็นบัวหลวงสีชมพู บางทีก็เรียก บัวแหลมแดง หรือแดงดอกลา กลีบดอกไม่ซ้อนดอกมีขนาดใหญ่ สีชมพูจนถึงแดง เป็นพันธุ์ที่ขึ้นแพร่หลายทั่วไป คนไทยจะคุ้นเคยกับบัวหลวงพันธุ์นี้มากที่สุด เพราะขึ้นในธรรมชาติทั่วไป ในภาษากวีมีชื่อเรียกหลายชื่อ เช่น ปทุม ปทุมมาลย์ ปัทมา โกกนุต กลีบดอกเรียงซ้อนกันประมาณ 4–5 ชั้น ชั้นในสุดติดกับเกสรตัวผู้ จำนวน 500–600 อัน เกสรตัวเมียถูกห่อหุ้มเป็นฝักขนาดเล็ก ภายในมีเมล็ดเล็กๆ ประมาณ 25–30 เมล็ด อาจจะเป็นเพราะมีเกสรตัวผู้ค่อนข้างมาก ทำให้มีการผสมเกสรทำได้ง่าย จึงทำให้มีการแพร่พันธุ์ของบัวชนิดนี้มากกว่าพันธุ์อื่น เวลาดอกบานจะมีกลิ่นหอมเย็น และกลิ่นค่อนข้างแรง
No Photo
- บุณฑริก หรือ ปุณฑริก
ชื่อสามัญเรียก บัวแหลมขาว ทรงดอกแหลมสีขาวถึงขาวอมเขียว กลีบดอกไม่ซ้อน บัวชนิดนี้มีน้อยลักษณะดอกตูมรูปสามเหลี่ยมปลายแหลมสีเขียวอ่อน เมื่อดอกบานกลีบดอกจะเปลี่ยนเป็นสีขาว ดอกมีกลิ่นหอมเย็น โคนกลีบดอกเป็นที่อยู่ของเกสรตัวผู้เกสรตัวเมียรวมกันเป็นฝักขนาดเล็ก ภายในมีเมล็ดบัว จำนวน 15–20 เมล็ด

- บัวสาย
มีลักษณะใบลอยอยู่บนผิวน้ำ ขอบใบจักถี่ แหลม เป็นระเบียบ ดอกชูพ้นน้ำ บานกลางคืน พันธุ์พื้นเมืองไทยมี 3 พันธุ์ คือ สัตตบรรณ หรือ สัตอุบล ดอกสีแดงเศวตอุบล หรือ กุมุท ดอกสีขาว บัวกินสาย ดอกสีชมพู หรือที่คนทั่วไปมักนำมารับประทาน

- บัวกระด้ง
บัวใบใหญยักษ์ ขอบใบยกตัวขึ้นคล้ายกระด้ง ลอยบนผิวน้ำ ใบ ก้านใบ ก้านดอกมีหนามแหลมอยู่ทั่ว ดอกสีขาว และ สีชมพู ดอกมีกลิ่นหอมแรง บานตอนกลางคืนและหุบในตอนเช้า เป็นบัวที่ต้องใช้พื้นที่ปลูกมาก
- บัวนางกวัก
บัวสายพันธุ์นี้ เป็นสายพันธุ์จาก ประเทศอินเดีย ถูกนำเข้ามาขยายพันธุ์ปลูกในประเทศไทยนานหลายปีแล้ว แต่ไม่ค่อยมีคนรู้จักหรือนิยมปลูกกันมากนัก เนื่องจากสีสันของดอกไม่ฉูดฉาดดึงดูดใจเท่าที่ควร แต่เป็นบัวที่มีความแตกต่างจากบัวสวยงามทั่วไป คือ กลีบเลี้ยงจะมีกลีบย่อยที่ปลายกลีบแตกก้านซ้อนขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง รูปร่างคล้ายมือกวัก เลยถูกเรียกว่า “บัวนางกวัก”

- บัวมิสสยาม
เป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของ นักผสมพันธุ์บัวชาวไทยคือ พี่ไพรัตน์ ทรงพานิช ซึ่งความสวยงาม สะดุดตาของบัวฝรั่งสัญชาติไทยต้นนี้ ก็จับใจกรรมการและคนดู จนได้รางวัลชนะเลิศ ในประเภท บัวฝรั่งชนิดใหม่ (best new hardy waterlily)ประจำปี 2007
ข้อมูลเกี่ยวกับประโยชน์และสรรพคุณของดอกบัว
ดอกบัว ถือเป็นดอกไม้ที่สวยงาม ประชาชนหาซื้อไปบูชาพระมากกว่าดอกไม้ชนิดอื่น เพราะสามารถคงความงามไว้ได้นานกว่าดอกไม้หลายชนิด
เม็ดบัว สามารถนำมากินได้ทั้งสดและแห้ง เม็ดบัวมีปริมาณสารอาหารที่สำคัญ คือ โปรตีน ประมาณ 23% ซึ่งสูงกว่าข้าวถึง 3 เท่า และเป็นแหล่งรวมธาตุ อาหารหลายชนิดด้วยกัน เม็ดบัวนำมาประกอบอาหารได้ทั้งคาวหวาน เช่น สังขยา เม็ดบัว ขนมหม้อแกงเม็ดบัว เม็ดบัวเชื่อม สาคูเม็ดบัว เป็นต้น
รากบัว นิยมนำมาเชื่อมแห้งกินเป็นของหวาน หรือนำไปต้มกับน้ำตาลกรวด แก้ร้อนใน ชาวอินเดีย จะให้เด็กดื่มน้ำรากบัว เพื่อระงับอาการท้องร่วง
ไหลบัว หรือต้นกล้าบัว สามารถนำมาประกอบอาหารได้ทั้งสด ทั้งแห้ง โดยมากจะนำมาแกงส้ม แกงเลียง ผัดเผ็ดต่างๆ
สายบัว สามารถปรุงอาหารแทนผักได้หลายชนิด ทั้งแกงส้มสายบัว แกงสายบัวกับปลาทู ฯลฯ ชาวอินเดีย กินเพื่อแก้อาการท้องร่วง
ใบบัว นิยมนำมาห่อข้าว ห่อของ เช่น ข้าวห่อใบบัว ส่วนใบอ่อนสามารถนำมากินเป็นผักสดแกล้มน้ำพริก หรือนำมาหั่นฝอยๆชงดื่มแทนน้ำชา ช่วยแก้ร้อนในกระหายน้ำได้เป็นอย่างดี
เกสรบัว ส่วนของเกสรสีเหลือง สามารถใช้เข้าเครื่องยาทั้งไทยและจีน โดยเฉพาะยาลม ยาหอม ยาบำรุงหัวใจ และยาขับปัสสาวะ
ดีบัว เป็นส่วนของต้นอ่อนที่อยู่ภายในเม็ดบัว มีรสขมจัด สามารถนำมาเป็นส่วนผสมของยาโบราณ มีฤทธิ์ขยายหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้

