กรุงเทพฯ – บริษัท โอทีที ฟุตแวร์ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย ดร. มาร์ตินส์เพียงผู้เดียวในประเทศไทย จัดงาน “เทล ออฟ เทลส์” (TALE OF TALES) เปิดตัวแฟลกชิปสโตร์แห่งใหม่ล่าสุดที่ได้รับการออกแบบภายใต้คอนเซ็ปท์ใหม่ ณ ชั้น 2 สยามเซ็นเตอร์ พร้อมบอกเล่าประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 57 ปีของรองเท้าแบรนด์ดังระดับตำนานจากเกาะอังกฤษ ผ่าน“ไลฟ์เอ็กซิบิชั่น แฟชั่นโชว์” และจับมือเซเลบริตี้อาร์ทติสชื่อดัง 6 คน อย่าง คุณจิตต์สิงห์ สมบุญ คุณโอ๋ ฟูตอง ป๋าตึก-ภูษิก พัฒนปราการ ซัน Smile Club OCTOBER 29 (ออคโทเบอร์ ทเวนตี้ไนน์) และ BBINKO (บิ๊งโกะ) มาร่วมจัดทำ “DOC’s D.I.Y” ด้วยการตกแต่งและสร้างสรรค์ลวดลายของรองเท้าในสไตล์ของตัวเอง พร้อมทั้งเปิดตัวรองเท้าคอลเลคชั่นใหม่ DM’s Lite Tech Knit โดยมีเหล่าดารา นายแบบ และนางแบบมืออาชีพ อาทิ เจเจ-กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม และ ต้าเหนิง-กัญญาวีร์ สองเมือง ร่วมถ่ายทอดเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของดร. มาร์ตินส์ในแต่ละยุคสมัย ผ่านแฟชั่นโชว์ที่สะท้อนถึงตัวตนที่ไม่เหมือนใคร

นางสาวอวยพร กองพัฒนากูล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โอทีที ฟุตแวร์ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายดร. มาร์ตินส์เพียง ผู้เดียวในประเทศไทย กล่าวถึงประวัติความเป็นมาของแบรนด์ว่า “จุดเริ่มต้นของรองเท้าที่มีตำนานและประวัติความเป็นมาอย่างยาวนานนั้น เริ่มขึ้นเมื่อรองเท้าดร. มาร์ตินส์คู่แรกออกวางจำหน่ายในวันที่ 1 เมษายน ค.ศ. 1960 ความทนทานและดีไซน์ที่ไม่เหมือนใครทำให้ดร. มาร์ตินส์ได้รับความนิยมมากว่า 57 ปี รองเท้าดร. มาร์ตินส์ในแต่ละยุคสมัยนั้นบ่งบอกถึงตัวตนที่แตกต่าง และยังสามารถสะท้อนถึงสไตล์เฉพาะตัวของผู้สวมใส่แต่ละคนได้เป็นอย่างดี ซึ่งเอกลักษณ์ที่ทำให้รองเท้าดร. มาร์ตินส์เป็นที่รู้จักกันดี คือการเย็บด้วยด้ายสีเหลือง (Yellow Stitching) ห่วงแขวนที่ข้อ (Heel-Loop) และลายร่องพื้นรองเท้า (Air Cushion Soles)”

“เพื่อสะท้อนถึงจิตวิญญาณของแบรนด์ ที่มุ่งมั่นให้ทุกคนได้แสดงออกถึงตัวตนและเอกลักษณ์ที่แท้จริง บริษัท โอทีที ฟุตแวร์ จำกัด ในฐานะที่ได้นำเข้าและจัดจำหน่ายรองเท้า ดร. มาร์ตินส์มาเป็นเวลากว่า 14 ปี จึงจัดงาน “TALE OF TALES” เพื่อเปิดตัวแฟลกชิพ สโตร์แห่งใหม่ล่าสุด ณ ชั้น 2 สยามเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นแฟลกชิพสโตร์แห่งที่ 3 ในประเทศไทย และเป็นแห่งแรกและแห่งเดียวที่ได้รับการออกแบบและตกแต่งรูปแบบใหม่ที่ผสมผสาน Industrial look กับ สีแดงคลาสสิคแบบ Modern Contemporary สะท้อนถึงช่วงเวลาที่รองเท้าดร. มาร์ตินส์คู่แรกออกวางจำหน่าย นอกจากนี้ในงานยังได้จัด “ไลฟ์เอ็กซิบิชั่น แฟชั่นโชว์” (Live Exhibition Fashion Show) เพื่อบอกเล่าประวัติศาสตร์อันยาวนานของดร.มาร์ตินส์ ในฐานะที่เป็นรองเท้าสำหรับผู้สวมใส่ทุกเพศ ทุกวัย ที่มีสไตล์เป็นของตัวเอง โดยแบ่งออกตามช่วงยุคของแบรนด์ตั้งแต่ยุคบุกเบิกจนถึงปัจจุบันที่มีสไตล์และคาแร็คเตอร์แตกต่างกัน เริ่มจาก 1960’s ที่ถือเป็นยุคเริ่มต้น

โดยรองเท้าคู่แรกออกวางจำหน่ายในวันที่ 1 เมษายน ค.ศ. 1960 ในยุค 1970’s ดร. มาร์ตินส์ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงออกถึงความเป็นขบถ เมื่อกลุ่มคนในแวดวงดนตรีเริ่มใส่รองเท้าเพื่อแสดงออกถึงความโดดเด่นและความเป็นตัวของตัวเอง (Self-expression) และเมื่อวัฒนธรรมการแต่งตัวแบบใหม่ๆ เกิดขึ้นในยุค 1980’s รองเท้าดร. มาร์ตินส์ไซส์เล็กของผู้ชายถูกนำมาดัดแปลงด้วยลวดลายดอกไม้บนรองเท้ารุ่น 1460 สุดคลาสสิค ทำให้ได้รับความนิยมมากขึ้นในกลุ่มผู้หญิง คอลเลคชั่น Printed ได้ถือกำเนิดขึ้นในยุคนี้ โดยเป็นคอลเลคชั่นที่แสดงถึงความแปลกใหม่ และความเป็นเอกลักษณ์ ด้วยการใช้งานศิลปะชิ้นเอกจากศิลปินยุคเรเนซองส์มาทำเป็นลวดลาย หรือนำรอยสักกลิ่นอายเอเชียมาทำเป็นลวดลายบนรองเท้า

ในยุค 1990’s ดร. มาร์ตินส์ได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของเทศกาลวงดนตรีกลางแจ้ง และเป็นเครื่องแบบของการแต่งตัวสไตล์กรันจ์ (Grunge) ในช่วง 2000’s รองเท้า ดร. มาร์ตินส์เริ่มผสมผสานความคลาสสิคกับแฟชั่น และกลายเป็นไอเท็มหลักของการแต่งตัวในสไตล์สตรีทแฟชั่น นอกจากนี้ยังมีการออกคอลเลคชั่น M.I.E รองเท้าแฮนคราฟท์ที่ผลิตในโรงงานที่ Cobbs Lane ซึ่งรองเท้าบู๊ตคู่แรกถูกผลิตที่โรงงานแห่งนี้ โดยมีการใช้วัสดุพิเศษและหายาก และจนมาถึงยุคปัจจุบัน NOW รองเท้าดร. มาร์ตินส์ยังคงสะท้อนถึงตัวตนที่แตกต่างและเป็นเอกลักษณ์ของผู้สวมใส่ ในโอกาสนี้ จึงได้เปิดตัวรองเท้ารุ่นใหม่ DM’s Lite Tech Knit ที่มีน้ำหนักเบา และผสมผสานดีไซน์คลาสสิคของดร. มาร์ตินส์กับผ้าถัก โดยจะวางขายในแฟลกชิพสโตร์แห่งใหม่ล่าสุด ณ สยามเซ็นเตอร์ เป็นที่แรกในประเทศไทย”

โดยภายในงานนี้ยังได้มีการจัดแสดง “DOC’S D.I.Y.” ที่ได้รับเกียรติจากเซเลบริตี้อาร์ทติสชื่อดังที่มีสไตล์ไม่เหมือนใครทั้ง 6 คน ได้แก่ คุณจิตต์สิงห์ สมบุญ คุณโอ๋ ฟูตอง หรือหทัยรัตน์ เจริญชัยชนะ คุณภูษิก “ป๋าตึก” พัฒนปราการ คุณซัน Smile Club หรือเมธัส เทพนวล OCTOBER 29 (ออคโทเบอร์ ทเวนตี้ไนน์) หรือฐกฤต ครุธพุ่ม และ BBINKO (บิ๊งโกะ) หรือภาพฟ้า พุทธรักษา มาร่วมออกแบบสร้างสรรค์ลวดลายและดัดแปลงรองเท้าให้สะท้อนถึงตัวตนของศิลปินแต่ละคน

จิตต์สิงห์ สมบุญ ศิลปินที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยเทคนิคการสร้างสรรค์ภาพวาดด้วยลายเส้นขาวดำ เล่าถึงผลงานการวาดลวดลายลงบนรองเท้าดร. มาร์ตินส์ในครั้งนี้ว่า “สำหรับผลงาน ‘สไตล์มีสติ’ ชิ้นนี้ ผมได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องราวของตัวผมเอง คือ เราเป็นคนที่ใช้ชีวิตอยู่กับเรื่อง ‘สไตล์’ มาตลอด อะไรที่มีสไตล์หรือสะท้อนความเป็นตัวเราออกมาได้เราเก็บหมด แต่พอถึงจุดหนึ่งอยู่ๆ เราหยุดซื้อทุกอย่าง เหมือนอยู่ๆ เราก็มีสติถามตัวเองว่าทำไมเราต้องซื้ออะไรเยอะแยะมากมายขนาดนี้แค่เพียงเพราะต้องการสะท้อนตัวตนของเรา ผมก็เลยวาดตัวอักษรคำว่า ‘สติ’ ลงไปบนรองเท้าดร. มาร์ตินส์ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นรองเท้าที่บอกสไตล์ของคนใส่ออกมาได้อย่างชัดเจน เพื่อที่จะบอกกับทุกคนว่าการแสดงตัวตนเพื่อบ่งบอกสไตล์ของตัวเองผ่านการใช้ชีวิตรูปแบบต่างๆ ไม่ใช่เรื่องที่ผิดหรือแปลกอะไร แต่เมื่อมาถึงจุดหนึ่งแล้วเราต้องมีสติในทุกการกระทำของเรา พูดง่ายๆ ก็คือ เราทุกคนสามารถที่จะใช้ชีวิตอย่างมีสไตล์ได้ แต่ขอให้ก้าวออกไปอย่างมีสติด้วยครับ”

เมธัส เทพนวล หรือ ซัน Smile Club ตัวแทนจาก Smile Club กลุ่มแฮร์สไตล์ลิสต์สุดแนว บอกเล่าถึงผลงานการสร้างสรรค์ลวดลายให้กับดร. มาร์ตินส์ ที่บอกความเป็นตัวตนของพวกเขาได้อย่างชัดเจน “หลายๆ คนจะรู้จัก Smile Club ว่าเป็นร้านตัดผม แต่จริงๆ แล้วพวกผมทำหลายอย่างมาก ซึ่งหนึ่งในสิ่งที่พวกผมถนัดก็คือ การสัก (Tattoo) เราเลยใช้สิ่งที่พวกเราถนัดมาสร้างสรรค์ผลงานในชื่อ ‘ศิลปะ ABSTRACT’ ในครั้งนี้ ผมว่าน่าจะเป็นครั้งแรกในประเทศไทยเลยนะที่มีการถ่ายทอดศิลปะด้วยวิธีการ “สักรองเท้า” โดยอุปกรณ์ทุกอย่างเหมือนกับที่ใช้สักผิวหนังของคน ส่วนลายที่เราออกแบบก็มาจากแนวคิดที่เราอยากถ่ายทอดความเป็นไทยและบ่งบอกตัวตนของพวกเรา จึงเลือกดึงเอาภาพวาดที่เป็นงานอาร์ตที่เป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นของ ‘การสักยันต์’ มาใช้ อย่างเช่น พวกลายเสือไทย งูไทย ซึ่งพอได้เห็นผลงานที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว ผมชอบเลยนะ เป็นรองเท้าลาย ‘Tattoo สไตล์ไทยไทย’ ที่บอกตัวตนของเราออกมาได้ชัดเจนจริงๆ”

สามารถพบกับดร. มาร์ตินส์ได้ที่แฟลกชิพสโตร์ทั้ง 3 แห่งที่ สยามเซ็นเตอร์ เมกะบางนา และเซ็นทรัลพลาซ่าลาดพร้าว และเคาน์เตอร์ของดร. มาร์ตินส์ ณ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั้วประเทศ
###
เกี่ยวกับ ดร. มาร์ตินส์
รองเท้าบูทคู่แรกของดร. มาร์ติเริ่มผลิตเพื่อเข้าสู่ตลาดเมื่อวันที่ 1 เมษายน ค.ศ. 1960 โดยมาพร้อมกับเอกลักษณ์อันโดดเด่น คือ การเย็บด้วยด้ายสีเหลือง (Yellow Stitching) ห่วงแขวนที่ข้อ (Heel-Loop) และลายร่องพื้นรองเท้า (Air Cushion Soles) ในช่วงแรก ดร. มาร์ตินส์เป็นที่นิยมในหมู่บุรุษไปรษณีย์และตำรวจ เพราะมีน้ำหนักเบา ใส่สบายและทนทานกว่าคู่แข่งในยุคเดียวกัน ถือเป็นรองเท้าสำหรับชนชั้นแรงงานโดยแท้จริง
ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ดร. มาร์ตินส์ผ่านการดัดแปลง ปรับปลี่ยน และถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มวัฒนธรรมย่อยหลายต่อหลายรุ่น สะท้อนความหลากหลายและเฉพาะตัวของผู้สวมใส่ ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นักดนตรี หรือคนหนุ่มสาว รองเท้าดร. มาร์ตินส์จึงเป็นส่วนหนึ่งในเส้นทางการแสดงออกถึงความเป็นตัวของตัวเอง (Self-expression) ของพวกเขาเสมอ
รูปทรงที่เรียบง่ายของรองเท้าดร.มาร์ตินส์เปิดทางให้ผู้สวมใส่สามารถเติมแต่งลวดลายเฉพาะของตัวเองได้ พร้อมทั้งมอบความทนทานและการสวมใส่แสนสบายจากรองเท้าที่เป็นตำนานโด่งดัง ดร. มาร์ตินส์คือรองเท้าในอุดมคติในโลกของสตรีทแฟชั่นและแวดวงดนตรี ในด้านคุณค่าทางจิตใจ ดร. มาร์ตินส์คือสัญลักษณ์บ่งบอกทัศนคติและพลัง
ปัจจุบัน โรงงานนอร์ธแฮมตันเชอร์ ที่เป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์ยังคงเปิดดำเนินการอยู่ในหมู่บ้านวอลลัสตัน โดยมีทีมผลิตกลุ่มเล็กๆ ทำหน้าที่ผลิตสินค้า “Made In England” ของดร. มาร์ตินส์ประจำการ สมาชิกทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดตามธรรมเนียมของผู้ที่ได้รับการฝึกฝนวิธีผลิตรองเท้าแบบดั้งเดิมและเทคนิคเฉพาะที่ทำให้ดร. มาร์ตินส์คือรองเท้าที่ไม่เหมือนรองเท้าคู่ใดในโลกใบนี้

