พม.รับสมัครผู้แทนไทยในคณะกรรมาธิการอาเซียน

7.03.16 | 18:50 น.

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 7 มีนาคม ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะพานขาว กรุงเทพฯ นางเสาวนีย์ โขมพัตร โฆษกกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในฐานะหน่วยประสานงานหลักของไทยในคณะกรรมาธิการอาเซียนว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิสตรีและสิทธิเด็ก มีความประสงค์จะรับสมัครบุคคล ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อคัดเลือกสำหรับการทำหน้าที่ผู้แทนไทยในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิเด็ก เพื่อร่วมเป็นคณะกรรมาธิการอาเซียนว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิสตรีและสิทธิเด็ก (ASEAN Commission on the Promotion and Protection of the Rights of Women and Children-ACWC) มีระยะเวลาในการดำรงตำแหน่ง 3 ปี แทนผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิเด็กของไทย ซึ่งจะครบวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ 7 เมษายน 2559

นางเสาวนีย์ กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ เพื่อให้การคัดเลือกผู้แทนไทยสามารถทำหน้าที่ดังกล่าวเป็นไปด้วยความโปร่งใส ยุติธรรม เปิดกว้าง และมีส่วนร่วมในทุกภาคส่วน กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ จึงเปิดรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกสำหรับการทำหน้าที่ผู้แทนไทย ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิเด็กของ ACWC โดยมีคุณสมบัติที่เหมาะสม อาทิ 1. เป็นบุคคลสัญชาติไทย 2. มีความรู้ความสามารถในเรื่องสิทธิเด็ก โดยมีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการทำงานด้านสิทธิเด็กทั้งในและต่างประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง และมีผลงานด้านสิทธิเด็กเป็นที่ประจักษ์และยอมรับอย่างกว้างขวาง 3.มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินงานของอาเซียน โดยเฉพาะประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน 4. มีความสามารถในการประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐ องค์กรเอกชน องค์กรภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ และ 5. มีทักษะด้านภาษาอังกฤษดีเยี่ยม (ฟัง พูด อ่าน เขียน) โดยสามารถเป็นประธานและดำเนินการประชุมในเวทีการประชุมต่างประเทศได้ เป็นต้น

“สำหรับผู้ที่สนใจสมัครเข้ารับการคัดเลือก สามารถสมัครด้วยตนเองได้ที่ กองอาเซียน สำนักงานปลัดกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เลขที่ 34 ซี.พี.ทาวเวอร์ 3 อาคาร เอ ชั้น 14 ถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ โทรศัพท์ 0-2202-9095 ในวันและเวลาราชการ หรือทางอีเมล [email protected] ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 10 มีนาคม 2559 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ www.m-society.go.th” นางเสาวนีย์ กล่าวในตอนท้าย