น้ำบริสุทธิ์และน้ำสะอาด แตกต่างกันอย่างไร?

24.08.17 | 09:00 น.

น้ำสำคัญต่อทุกชีวิต ร่างกายของคนเราขาดน้ำไม่ได้ เพราะน้ำจะเข้าไปทำหน้าที่หลายอย่าง ช่วยย่อยอาหาร ละลายสารอาหารและออกซิเจน เพื่อขนส่งให้เซลล์ต่างๆ ในร่างกาย ควบคุมอุณหภูมิ ทำให้เลือดไหลเวียน ละลายสารพิษต่างๆ เพื่อขับออกจากร่างกาย ทั้งยังทำให้ข้อเคลื่อนไหวสะดวกและกันการกระทบกระแทกของอวัยวะต่างๆ และประโยชน์อื่นๆ อีกมาก การที่ร่างกายได้รับน้ำไม่เพียงพอจนถึงขั้นขาดน้ำเรื้อรัง (Chronic Dehydration) จะทำให้เกิดโรคต่างๆ ตามมามากมาย ด้วยเหตุนี้ ในแต่ละวันทุกคนจึงควรใส่ใจให้ร่างกายได้รับน้ำอย่างพอเพียงและเหมาะสมทั้งในปริมาณและคุณภาพ


หลายคนอาจยังสงสัยว่า น้ำสะอาดกับน้ำบริสุทธิ์แตกต่างกันอย่างไร การดื่มน้ำสะอาดกับน้ำบริสุทธิ์จะส่งผลกับร่างกายต่างกันอย่างไร? จริงอยู่ การดื่มน้ำบริสุทธิ์ อาจไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะสั้น แต่ในระยะยาวแล้วอาจทำให้ร่างกายขาดแร่ธาตุที่จำเป็นหลายอย่าง เพราะในแต่ละวัน ร่างกายไม่ได้ต้องการเพียงแค่น้ำเพื่อดับกระหาย แต่ยังต้องการแร่ธาตุมากมายหลายอย่างจากน้ำดื่ม เพื่อเสริมสร้างการทำงานของระบบต่างๆ ภายในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น แคลเซียม แมกนีเซียม ฟลูออไรด์ และอื่นๆ หากร่างกายไม่ได้รับแร่ธาตุที่จำเป็นเหล่านี้เพียงพอก็จะทำให้เกิดอาการผิดปกติต่างๆ หรือโรคภัยไข้เจ็บได้

น้ำบริสุทธิ์นั้น เป็นน้ำที่ผ่านด้วยวิธีการกรองแบบออสโมซิสย้อนกลับผ่านเยื่อกรอง (Reserve osmosis : RO) เป็นระบบการกรอง ซึ่งจะทำให้น้ำที่ได้มาค่อนข้างมีความบริสุทธิ์สูง จนแทบจะเรียกว่าไม่มีสารอะไรตกค้างอยู่เลย นอกจากน้ำเปล่าๆ เท่านั้น หรือแทบจะเรียกว่ามีคุณภาพเทียบเท่าน้ำกลั่นเลยทีเดียว แต่คุณภาพนี้ก็ขึ้นกับว่า แผ่นกรองที่นำมาใช้มีประสิทธิภาพเพียงไร ถ้าแผ่นกรองที่ใช้มีสภาพดี มีรูพรุนขนาดเล็กที่เชื้อจุลินทรีย์ผ่านไม่ได้ และมีการดูแลอย่างดี ก็จะให้น้ำสะอาด สามารถใช้บริโภคได้ อย่างไรก็ตาม การดื่มน้ำ RO ย่อมทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารประเภทแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการซึ่งมีอยู่ในน้ำน้อยลงกว่าปกติ การดื่มน้ำบริสุทธิ์ไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพในระยะยาว เพราะร่างกายจะได้น้ำที่ไม่มีแร่ธาตุที่มีประโยชน์อยู่เลย หากดื่มเป็นประจำ แร่ธาตุที่สะสมอยู่ตามอวัยวะต่างๆ จะถูกดึงออกไป ทำให้ร่างกายขาดแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย

Advertisement

น้ำดื่มที่มีคุณภาพและดีต่อสุขภาพนั้น ควรเป็น “น้ำสะอาด”  ที่ยังคงไว้ซึ่งแร่ธาตุต่างๆ ตามธรรมชาติที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ ทั้งนี้ ประโยชน์ของแร่ธาตุในน้ำดื่มนั้นมีมากจนเราอาจคาดไม่ถึงเลยทีเดียว ตัวอย่างเช่น แคลเซียม ที่นอกจากมีส่วนสำคัญต่อการเสริมสร้างและบำรุงกระดูกและฟันแล้ว ยังช่วยป้องกันความดันโลหิตสูง อาการโรคหัวใจ มะเร็งลำไส้ อาการปวดประจำเดือน และยังช่วยชะลอวัยอีกด้วย แมกนีเซียม ช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรงขึ้น สร้างระบบภูมิคุ้มกัน รักษาอาการเต้นของหัวใจให้เป็นปกติ และยังช่วยบรรเทาอาการที่เกี่ยวกับสมอง เช่น อาการซึมเศร้า เครียด ปวดไมเกรน และยังช่วยลดอาการตะคริวสำหรับผู้ตั้งครรภ์ได้ ฟลูออไรด์ ช่วยในการป้องกันฟันผุ เสริมกระบวนการคืนกลับมาของแร่ธาตุบนผิวเคลือบฟัน ช่วยให้ฟันแข็งแรง เป็นต้น

ปกติวันหนึ่งๆ เราควรดื่มน้ำให้ได้วันละ 2 ลิตร นอกจากการดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอแล้ว การดื่มน้ำที่สะอาดยังจะช่วยให้เราปลอดภัยจากโรคต่างๆ เช่น โรคบิด อุจจาระร่วง และอื่นๆ ทั้งนี้ การเลือกน้ำดื่ม

ที่สะอาดควรคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ ที่สำคัญ ได้แก่ การที่ผู้ผลิตผ่านการรับรองด้านคุณภาพและความปลอดภัยตามหลักเกณฑ์ของสำนักคณะกรรมการอาหารและยา มีกระบวนการผลิตจากแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีคุณภาพ ผ่านขั้นตอนการกรองอย่างละเอียด แต่ยังสามารถเก็บแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายไว้ได้ เช่น แคลเซียม ฟลูออไรด์ และแมกนีเซียม ซึ่งแร่ธาตุเหล่านี้จะช่วยให้ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานได้อย่างสอดคล้องกัน

บอกกล่าวให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องของน้ำสะอาดกับน้ำบริสุทธิ์มาถึงตรงนี้ หลายคนคงคลายความสงสัยถึงการที่มีผู้นำน้ำดื่มบรรจุขวดแต่ละยี่ห้อมาทดสอบด้วยอุปกรณ์ทดสอบคุณภาพน้ำที่เรียกว่า TDS Meter ซึ่งเป็นอุปกรณ์วัดค่าของแข็งที่ละลายอยู่ในน้ำ ผู้ทดสอบ (ซึ่งก็รวมทั้งคนขายน้ำดื่มบรรจุขวด คนขายเครื่องกรองน้ำต่างๆ) มักจะนำน้ำแร่หรือน้ำที่มีเกลือแร่ต่างๆ ในปริมาณสูงมาใช้ในการพิสูจน์ ผลการทดสอบมักลวงให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดว่า ค่า TDS ที่สูงหมายถึงมีสารปนเปื้อนมาก ทั้งที่จริงแล้วค่าที่ทดสอบเหล่านั้นไม่ใช่ค่าความสกปรกของน้ำ หากแต่เป็นค่าของสารหรือแร่ธาตุที่มีคุณประโยชน์และเป็นองค์ประกอบที่มีอยู่ตามธรรมชาติในน้ำนั่นเอง

รู้อย่างนี้แล้ว ดื่มน้ำคราใด ควรใส่ใจเลือกน้ำดื่มสะอาด (ที่ไม่ใช่น้ำบริสุทธิ์) จะช่วยให้สุขภาพของเราแข็งแรง และได้รับประโยชน์จากแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายอย่างเต็มที่ เพื่อการมีสุขภาพที่ดีและชีวีที่เป็นสุขอย่างยั่งยืน