นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า เกือบ 2 เดือน หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติวงเงินงบประมาณเพื่อดำเนินการ “โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน ให้กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยให้กรมส่งเสริมการเกษตรเป็นเจ้าภาพหลักในการดำเนินงานในโครงการดังกล่าว จากตัวเลขความคืบหน้าขณะนี้ สรุปผลในภาพรวมได้ว่ามีชุมชนที่ข้าร่วมโครงการ 9,101 ชุมชน วงเงินที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีสำหรับการดำเนินโครงการของชุมชน 22,752.50 ล้านบาท จำนวนโครงการที่สำนักงบประมาณให้ความเห็นชอบแผนปฏิบัติงาน และแผนการเบิกจ่ายงบประมาณ จำนวน 24,168 โครงการ เป็นวงเงิน 19,867.20 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 99.07 ของวงเงินที่ชุมชนเสนอขอ ซึ่ง คิดเป็นสัดส่วนของรายการใช้จ่ายงบประมาณ ประกอบด้วย ค่าวัสดุและอุปกรณ์ 9,876.88 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 49.72 ค่าจ้างแรงงาน 9,990.32 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 50.28 โดยมีจำนวนสมาชิกกลุ่มที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณให้ดำเนินโครงการ 1.56 ล้านราย และมีจำนวนเกษตรกรที่คาดว่าได้รับประโยชน์จากโครงการฯ ทั้งประเทศ 7.78 ล้านราย

สำหรับประเภทโครงการที่ชุมชนสนใจที่จะดำเนินการ 3 ลำดับแรก ได้แก่ 1.การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ จำนวน 8,505 โครงการ งบประมาณ 10,572.39 ล้านบาท 2.การผลิตพืชและพันธุ์พืช ร้อยละ 20.87 จำนวน 5,043 โครงการ งบประมาณ 3,157.92 ล้านบาท 3.การปศุสัตว์ ร้อยละ 14.37 จำนวน 3,474 โครงการ งบประมาณ 2,044.07 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังนำไปจัดทำผลิตอาหาร การแปรรูปผลผลิต และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร การประมง ฟาร์มชุมชน เป็นต้น
นายสมชาย กล่าวเพิ่มเติมว่า ตามมติ ครม.ได้กำชับ ให้มีการเบิกจ่ายให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม นั้น ขณะนี้ มีจังหวัดที่ดำเนินการแล้วเสร็จและสามารถเบิกจ่ายได้ ตามเป้าหมายที่วางไว้ มั่นใจว่า สำเร็จครบตามเป้าหมายที่ตั้งไว้แน่นอน
นอกจากนี้ๆ ได้รับเสียงตอบรับ เสียงขอบคุณจากประชาชนส่วนใหญ่เป็นจำนวนมาก สำหรับ “โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน” มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรและชุมชน ด้วยการน้อมนำหลักการ ทฤษฎีและแนวทางการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรต่าง ๆ ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานไว้ โดยส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรทำการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ เน้นการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต พัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรให้ได้มาตรฐาน และเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรและชุมชน
โดยสนับสนุนให้ ศพก. และเครือข่าย เป็นศูนย์กลางในการพัฒนาภาคการเกษตรของชุมชนมีส่วนร่วมแบบประชารัฐอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายพื้นที่ 9,101 ชุมชน ประกอบด้วย ชุมชนใน ศพก. หลัก 882 แห่ง และเครือข่าย 8,219 แห่ง

