อีอีซี หรือ Eastern Economic Corridor คือ ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เป็นโครงการที่รัฐบาลผลักดันควบคู่กับไทยแลนด์ 4.0
เป็นโครงการที่รัฐบาลทำเพื่อให้ไทยแลนด์ก้าวทันยุคสมัย
เป็นอีกก้าวใหญ่ที่รัฐบาลขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเดินหน้า
ด้วยเหตุนี้ “มติชน” ซึ่งดำเนินกิจการเข้าสู่ปีที่ 40 จึงได้จัดกิจกรรมพิเศษ จัดสัมมนาขึ้นอีกครั้ง ระหว่างเวลา 08.30-12.30 น. วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน 2560
เสวนาด้วยหัวข้อ “อีอีซี แม่เหล็กเศรษฐกิจไทยเชื่อมโลก”
งานสัมมนาครั้งนี้จะเริ่มต้นโดยนายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม เปิดงานและปฐกถาพิเศษว่าด้วย ทิศทางนโยบายอีอีซีในบทบาทแม่เหล็กเศรษฐกิจที่จะดึงดูดการลงทุน เพื่อทำให้เศรษฐกิจไทยเชื่อมต่อกับภูมิภาคและโลก
จากนั้นนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจจะกล่าวถึงกรอบการดำเนินงานที่ก่อให้เกิดผลประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้น การพัฒนาสนามบิน ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น
ช่วงเวลาสำคัญที่พลาดไม่ได้ คือ การสัมมนาที่งานนี้นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการฯอีอีซีจะรับบทเป็นผู้ดำเนินการเสวนาหรือโมเดอเรเตอร์ด้วยตนเอง
โดยมีผู้ร่วมสัมมนา ได้แก่ นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการ กนอ. นายกลินท์ สารสิน ประธานหอการค้าไทย นายสรัญ รังคสิริ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย ปตท.
สาระที่จะได้จากเวทีนี้คือการลงลึกไปถึงรายละเอียดของสิ่งที่จะอยู่ในพื้นที่”ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก”
ทั้งนโยบายการลงทุน นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม นโยบายการการต่อยอดเอสเอ็มอีจากพื้นที่อีอีซี การท่องเที่ยว การกระจายผลไม้ และผลผลิตต่าง ๆ การฝึกอบรม การสร้างพื้นที่ทางการศึกษา เพื่อบ่มเพาะบุคลากรสำหรับอีอีซี
การสร้างเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศน์ รวมถึงอุตสาหกรรมใหม่อย่างรถไฟฟ้า และหุ่นยนต์ หรือโรโบติกส์ เป็นต้น
ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นในครึ่งวันแรกของวันที่ 21 กันยายน
ก่อนหน้านี้ เนื่องในโอกาสที่มติชนก้าวสู่ปีที่ 40 มติชนได้จัดงานเสวนาเรื่อง “สตาร์ตอัพ” ต่อด้วยเรื่อง “ฟินเทค” มาแล้ว
สัมมนาเป็นเรื่องของ”อีอีซี”ครั้งนี้ จึงถือเป็นครั้งที่ 3
น่าสนใจตรงที่วิทยากรที่มาร่วมเวที ล้วนเป็นผู้รู้จริง ทุกคนสามารถอธิบายให้เห็นภาพทั้งด้านกว้างและด้านลึกของระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ
ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษที่เป็นอนาคตการลงทุนของประเทศ
เป็นโครงการที่น่าจะเป็น”โมเดล”สำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจไทยทั้งในปัจจุบัน และในอนาคต
เพื่อให้ประเทศไทยก้าวล้ำไปข้างหน้า กลายเป็นประเทศในแถวหน้าของประเทศในภูมิภาคนี้ตลอดไป

