สถาบันคิดใหม่ เตรียมพร้อมรับวัยเกษียณ จัดเสวนาพิเศษ “อยู่อย่างโสด สูงวัย หัวใจสตรองฯ”

3.09.17 | 20:18 น.
sdr

​สถาบันคิดใหม่ กรุงเทพฯ วันที่ 30 สิงหาคม 2560 – ณ เวทีเสวนาหัวข้อ “อยู่อย่าง โสด สูงวัย หัวใจสตรอง เทรนด์ใหม่มาแรง” จัดโดยสถาบันคิดใหม่ สมาคมบ้านปันรัก และกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเวทีเพื่อสร้างความตระหนักรู้ สู่การวางแผนบริหารชีวิตสำหรับคนโสด เพื่อการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและยั่งยืนก่อนเข้าสู่การเป็นผู้สูงวัย

ปี พ.ศ. 2548 ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งมีบุคคลที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปอยู่ประมาณ10%จากประชากรทั้งประเทศสถานการณ์นี้เป็นผลมาจากหลายเหตุปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นการลดภาวะการเจริญพันธุ์อย่างรวดเร็ว รูปแบบการดำเนินชีวิตที่กลุ่มคนส่วนหนึ่งนิยมครองตนเป็นโสด หรืออยู่คนเดียวมากขึ้น การที่ครอบครัวนิยมมีจำนวนบุตรน้อยลง รวมถึงการลดลงของระดับการตายของประชากรอย่างต่อเนื่องทำให้จำนวนและสัดส่วนประชากรสูงผู้อายุของไทยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ศิริวรรณ อรุณทิพย์ไพฑูรย์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านผู้สูงอายุ กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า จากข้อมูลสถานการณ์ผู้สูงวัยของโลก กลุ่มผู้สูงวัยในความหมาย คือ ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปมีจำนวนประมาณ 900 ล้านคน หรือ 12% จากประชากรโลกทั้งหมด 7,000 ล้านคน และสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีประชากรผู้สูงวัยจำนวน 9% จากประชากรทั้งหมด 600 ล้านคนนับว่าเป็นตัวเลขที่ไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับทั้งโลก โดยมี 3 ประเทศในอาเซียนที่เข้าสู่สังคมผู้สูงวัย ได้แก่ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม

ในปี พ.ศ. 2564 มีการคาดการณ์ว่าประเทศไทยจะมีอัตราผู้สูงวัยถึง 20% ซึ่งตัวเลขนี้จะทำให้สังคมไทยกลายเป็นสังคมผู้สูงวัยอย่างสมบูรณ์ และในปี พ.ศ. 2574 ประเทศไทยเราจะเข้าสู่ยุคสังคมสูงวัยระดับสุดยอด Super Aged Society คือ อัตราของผู้สูงวัยอยู่ที่ 28% ของประชากรทั้งหมด

Advertisement
ศิริวรรณ อรุณทิพย์ไพฑูรย์

“ในส่วนนโยบายการดูแลผู้สูงวัยจากภาครัฐ ประเทศไทยเรามีสิทธิประโยชน์ทางกฎหมาย พระราชบัญญัติผู้สูงอายุซึ่งเกิดจากเจตจำนงของรัฐบาลในยุค พ.ศ.2546 ที่ต้องการเปิดสิทธิประโยชน์ให้คนไทยทุกคนโดยไม่แบ่งชนชั้น เช่น เบี้ยยังชีพ และการใช้บริการรักษาพยาบาล ซึ่งปัจจุบันได้มีการปรับปรุงในหลายพื้นที่ทั้งในเรื่องการเปิดบริการและปรับระบบการให้บริการที่เอื้อต่อผู้สูงวัย อย่าง เรื่องของเวลาเปิดให้บริการ ระบบการรอคิวเพื่อให้เอื้อต่อผู้สูงวัย เป็นต้น เพราะในปัจจุบันผู้มาใช้บริการรักษาพยาบาลส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สูงวัยแทบทั้งสิ้น เรื่องของผู้สูงอายุเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับเรื่องสุขภาพ ดังนั้น จึงควรให้ความสำคัญในการดูแลรักษาสุขภาพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโรคที่ไม่ติดต่อเรื้อรังอันเกิดมาจากพฤติกรรมในการใช้ชีวิต”

ด้านเรื่องเศรษฐกิจวัยสูงอายุควรจะต้องมีการออมมาตั้งแต่แรก เพื่อให้มีปัจจัยเพียงพอต่อการดำรงชีวิตในวัยบั้นปลาย ส่วนเรื่องที่อยู่อาศัยก็ควรจะต้องมีการปรับสภาพแวดล้อมให้สอดคล้องกับการใช้ชีวิตให้มากที่สุด อีกโจทย์หนึ่งที่มีความท้าทาย คือ คนที่ทำหน้าที่ดูแลผู้สูงวัยในประเทศไทยนั้นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ด้านนี้ยังไม่มีมาตรฐานในการดูแลผู้สูงวัยเท่าที่ควรและยังขาดบุคลากรด้านนี้อีกจำนวนมาก

เรื่องแหล่งรายได้นอกจากตัวเลขที่แสดงถึงอัตราการเติบโตของประชากรผู้สูงวัยแล้ว สิ่งที่ทำให้น่าเป็นห่วงเกี่ยวกับผู้สูงวัย คือ เรื่องของรายได้และแหล่งที่มาของรายได้ผู้สูงวัย แม้ยังโชคดีว่าในประเทศไทยความกตัญญูรู้คุณยังคงเป็นเอกลักษณ์ที่อยู่คู่สังคมไทย แต่ถึงกระนั้นสถิติก็แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการเลี้ยงดูผู้สูงอายุที่ลดน้อยลง

“ทำให้เรายังเห็นผู้สูงอายุจำนวนมากที่ยังคงทำงานต่อเนื่องเพื่อการเลี้ยงชีพ จากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ในเรื่องสภาวะการทำงานของประชากรไทย พบว่า ประชากรสูงอายุกว่า 36.8 % ยังคงทำงานเพื่อหาเลี้ยงชีพ”

ศิริวรรณ กล่าวทิ้งท้ายว่า “กระบวนการสูงวัยเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมนุษย์ทุกคน ดังนั้นเราควรเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงที่ได้มีโอกาสดูแลผู้สูงวัยในครอบครัว เพื่อนำสิ่งเหล่านั้นมาเตรียมความพร้อมให้เราในวัยบั้นปลาย สิ่งที่สำคัญที่สุดที่อยากจะเน้นย้ำ คือ “เรื่องสุขภาพ” ผู้สูงวัยต้องดำรงตนในหลักที่ว่าไม่ล้ม ไม่ลืม ไม่ซึมเศร้า กินข้าวอร่อย”

นอกจากนี้ เรื่องของที่อยู่อาศัยต้องเตรียมปรับสภาพบ้านให้รองรับการอยู่อาศัยในวันสูงวัย โดยมีความพร้อมในอุปกรณ์ช่วยเหลือต่างๆ และถ้าสูงวัยแล้วอย่าอยู่บ้านให้เหงาและเฉา ถ้าออกจากบ้านได้ต้องออกเพื่อคลายเหงา ภาครัฐมีโรงเรียนผู้สูงอายุอยู่ในหลายภูมิภาค เปิดโอกาสให้ได้เข้าไปเรียนรู้หรือปรับตนเองเพื่อถ่ายทอดภูมิปัญญาแก่ลูกๆ หลานต่อไป และในกรณีที่ผู้สูงวัยอยู่คนเดียวก็ควรมีการจับกลุ่ม มีระบบเพื่อนบ้าน อาสาสมัคร เพื่อดูแลกันและกัน สร้างชุมชนท้องถิ่นแห่งการเอื้ออาทร ดูแลกันและกัน

ด้านเรื่องการเงินนั้นหากผู้สูงวัยยังมีความจำเป็นต้องหาเลี้ยงชีพอยู่ กรมการจัดหางาน ก็ยังมีการจัดการเพื่อเชื่อมโยงงานกับผู้สูงวัยซึ่งมีหลายหน่วยงานที่ยังรับผู้สูงวัยเข้าทำงาน เช่น ซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์, บิ๊กซี,  ซีพีออลล์ เป็นต้น แต่ที่สำคัญที่สุด คือ ผู้สูงวัยต้องทำหัวใจให้เข้มแข็ง ให้มีพลังในการใช้ชีวิตในแต่ละวัน อย่างมีคุณค่าและมีความสุขที่สุด

ผศ.ดร.วีรณัฐ โรจนประภา

ผศ.ดร.วีรณัฐ โรจนประภา ในฐานะนักวิชาการด้านสังคมผู้สูงวัย ผู้อำนวยการสถาบันคิดใหม่ และนายกสมาคมบ้านปันรัก กล่าวว่า “เรื่องผู้สูงวัย เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่งจึงได้ชักชวนกลุ่มผู้สูงอายุมาร่วมกันจัดตั้งสมาคมบ้านปันรักเพื่อมาเติมเต็มคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัย สำหรับในประเด็นเรื่องของเงินออมนั้น แม้หลายหน่วยงานจะมีเครื่องมือที่ทำให้เห็นตัวเลขอย่างชัดเจนว่าผู้สูงวัยแต่ละคนควรมีเงินเก็บมากเท่าใด จึงจะเพียงพอต่อการดำรงชีวิตในช่วงบั้นปลายแต่จากการเก็บข้อมูลจริงมาอย่างต่อเนื่อง พบว่า ถึงแม้ผู้สูงวัยจะสามารถเก็บเงินได้ตามเป้าหมายแต่ก็จะไม่มีวันรู้สึกมั่นคงอย่างแท้จริง เพราะจิตใจของผู้สูงวัยนั้นยังคงรู้สึกระแวงและหวาดกลัว ยังมีความกังวลว่าเงินที่มีตามตัวเลขนั้นจะพอเพียงจริงไหม เงินจะเฟ้อมากกว่าที่คำนวณไหม หรือจะเกิดวิกฤติใดๆ ที่ทำให้เงินต้องหมดไปมากกว่าที่สำรองไหม ดังนั้น การแก้จึงมิใช่แค่ในเรื่องของเงิน แต่ต้องมองไปที่ความมั่นคงในปัจจัย 4 โดยเฉพาะการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ถึงจะสามารถสร้างความมั่นคงทางจิตใจในบั้นปลายได้จริง

ขณะที่ในเรื่องของการเป็นโสดในยุคนี้ที่คนส่วนใหญ่สามารถสร้างความรื่นรมย์ได้ด้วยตนเองได้ผ่านโลกออนไลน์ จึงลดการมีคู่และการมีบุตรกันมาก ซึ่งปัญหานี้ถือเป็นครั้งแรกของมนุษยชาติที่ผู้คนหันมามีพฤติกรรมและดำรงชีวิตกันในลักษณะนี้ นั่นคือ สุขในการอยู่คนเดียว ไร้คู่ และมีชีวิตที่ผูกติดกับเทคโนโลยี สภาพสังคมในวันนั้นจะเป็นอย่างไร ก็ไม่อาจคาดเดาได้ ด้วยเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์โลก ในมุมมองของ ผศ.ดร.วีรณัฐ โรจนประภา แม้นจะไม่มีคู่ แต่ถ้าไม่ได้อยู่คนเดียว ปัญหานี้ก็จะไม่เกิด นั่นหมายถึงอาจจะได้อยู่กับญาติ กับเพื่อน หรืออยู่ในความดูแลของรัฐรวมถึงสถานรับรอง

แต่ในเรื่องของจิตใจนั้น เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงเป็นพิเศษ เพราะการมีคู่นอกเหนือจากเรื่องทางกายภาพว่าจะมีคนดูแลซึ่งกันและกันแล้วยังเป็นการเติมเต็มความรู้สึกถึงการมีคุณค่าระหว่างกันและนั่นคือ “พลังใจ” ที่จะใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้อย่างมีความสุข ดังนั้นผู้ที่วางแผนจะอยู่เป็นโสดนอกจากจะต้องเตรียมความพร้อมด้านกายภาพแล้ว สำคัญยิ่ง คือ ต้องเตรียมความพร้อมทางด้านการตระหนักรู้คุณค่าในตนเองด้วยการออกไปทำกิจกรรมงานด้านจิตอาสา ช่วยเหลือผู้อื่น หรือสร้างเป็นประโยชน์ เพื่อให้ในทุกๆ เช้าที่ตื่นขึ้นมา มีความสุขและเห็นคุณค่าในตัวเอง ซึ่งเรื่องนี้ทาง “สมาคมบ้านปันรัก” ได้เปิดพื้นที่และให้โอกาสแก่กลุ่มผู้สูงวัย ที่มีใจและความพร้อม เปิดเวทีเพื่อให้ผู้สูงวัยแสดงศักยภาพและแบ่งปัน การทำความดีไม่มีคำว่า เล็กหรือใหญ่ ความดี คือ ความดี ซึ่งเมื่อทำแล้วย่อมเกิดสิ่งดีงามเสมอ ไม่จำเป็นว่าจะต้องรวยก่อน แล้วถึงจะแบ่งปัน ความดีสามารถทำได้เลยทันที หากใครต้องการจะมาแบ่งปันสิ่งใดสามารถติดต่อทางสมาคมได้

แชมเปญ เอ็กซ์

แชมเปญ เอ็กซ์ ในฐานะผู้หญิงยุคใหม่ ที่พึ่งพาตนเองและการทำงานเพื่อส่งมอบคุณค่าต่อสังคม กล่าวว่า “เรามีความโชคดีที่เกิดในบ้านเมืองที่สมบูรณ์ เป็นอู่ข้าวอู่น้ำ ทุกวันนี้ใช้ชีวิตเดินตามรอยเบื้องพระยุคลบาท ในหลวงรัชกาลที่ 9 ศึกษาธรรม ได้มีโอกาสบวชและเรียนรู้ธรรมชาติของชีวิตตื่นมาด้วยจิตที่สดใสและตั้งใจทำประโยชน์สร้างคุณค่าให้กับชีวิตในทุกๆ วันโดยตนเองทำงานด้านจิตอาสามาเป็น 10 ปี เรียนรู้วิถีการใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับธรรมชาติ ทำเกษตรเพื่อการบริโภคเอง ซึ่งเป็นชีวิตที่มีต้นทุนต่ำ พึ่งพาตนเอง จึงอยากจะเชิญชวนให้ทุกคนลุกขึ้นมาทำอะไรก็ได้ให้เกิดประโยชน์ทั้งกับตนเองและผู้อื่น นั่นคือความภูมิใจ และมีพลังใจให้กับการดำรงชีวิตในทุกๆ วัน มีแรงบันดาลใจ มีความหวังในการทำสิ่งดีๆ ในทุกวัน มีธรรมะเป็นเครื่องนำทาง ไม่เป็นภาระให้ใคร ยึดหลักตนเป็นที่พึ่งแห่งตน มีเหลือก็แบ่งปันอย่างแท้จริง

สำหรับการมีครอบครัว มีคู่ครอง มีลูกหลาน ไม่ได้เป็นหลักประกันเสมอไปว่าจะมีคนดูแลเมื่อยามแก่เฒ่า ซึ่งสุดท้ายก็ไม่สามารถคาดการณ์อนาคตอะไรไว้ได้เลยนอกเสียจากการวางแผนชีวิตด้วยตัวเราเอง ซึ่งก็มีให้พบเห็นอยู่ในสังคมปัจจุบันว่าพ่อแม่แก่เฒ่าที่ถูกทิ้งไว้ตามลำพัง คู่ครองหรือลูกหลานที่เคยหวังว่าจะได้มาช่วยกันกลับต้องเป็นภาระแก่สังคม ดังนั้น เมื่อคนโสดกลัวเรื่องอนาคตก็ต้องหาสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ หาสิ่งที่จะมาสร้างอนาคตของตนให้มั่นคง

“อย่างตนเองก็จะมีการวางแผนชีวิตสำหรับตนเองในอนาคต หาตัวช่วยให้ตนได้ทำความดี ทำประโยชน์เพื่อสังคมและประเทศชาติซึ่งคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีและสมควรทำเพราะการดำเนินชีวิตแบบคนโสดก็ไม่ต่างอะไรไปจากการมีคู่ครอง ขอให้ยึดตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง เดินตามรอยพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 นั่นคือสิ่งสำคัญของการที่เกิดเป็นมนุษย์ที่สร้างคุณค่าให้กับตนเอง เมื่อเรามอบสิ่งดีๆ ให้ผู้คน สังคมรอบข้างจะดูแลเราเช่นกัน”

บทสรุป การวางแผนชีวิตง่ายๆ ของคนโสด หรือคนที่วางแผนอยู่อย่างโสด หรือผู้ที่คิดว่าไม่อยากจะพึ่งลูกหลานในอนาคต หลังจากเกษียณแล้ว หากสุขภาพร่างกายยังแข็งแรงและได้นำความรู้ความสามารถมาสร้างคุณค่าและประโยชน์ให้แก่สังคม จะเป็นสิ่งยืนยันได้ว่าการใช้ชีวิตโสดของผู้สูงวัยเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมและมีคุณค่าอย่างมาก ซึ่งนับเป็นการได้ใช้ชีวิตที่มีคุณภาพ มีคุณค่าและมีความสุขเป็นที่สุด

ทั้งหมดนี้คือส่วนหนึ่งของมุมมองในงานเสวนา “อยู่อย่าง โสด สูงวัย หัวใจ สตรอง เทรนด์ใหม่มาแรง” ท่านใดที่ต้องการติดตามกิจกรรมดีๆ และเกร็ดความรู้ต่างๆ รวมไปถึงการแบ่งปันผลงานวิจัยดีๆ สามารถติดตามได้ที่ facepage : Kid-Mai by Dr.Veeranut หรือ @ Dr.Veeranut และ www.kid-mai.co.th