“โฟร์โมสต์” จับมือ “นักโภชนาการ” ชวนทำความรู้จัก “กรดอะมิโนจำเป็น และโอเมก้า 369”

6.09.17 | 18:20 น.

“โฟร์โมสต์” จับมือ “นักโภชนาการ” ชวนคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ ทำความรู้จัก “กรดอะมิโนจำเป็น และโอเมก้า 369” สารอาหารตัวช่วยสำคัญเพื่อพัฒนาการสมองของลูกน้อยให้เติบโตสมวัย

เพราะ “สมอง” เป็นอวัยวะสำคัญที่บรรจุเอากลไกในการควบคุมร่างกายไว้อย่างมหาศาล การทำงานของร่างกายทุกอย่างในตัวเรามาจากการทำงานของสมอง และทราบหรือไม่ว่า? สมองมีการทำงานตั้งแต่เป็นทารกอยู่ในครรภ์มารดา จนกระทั่งถึงช่วงเวลาสำคัญที่สุด คือ ช่วงหลังคลอดจนถึง 6 ปีแรก และ “โภชนาการ” คือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะส่งเสริมให้สมองของเด็กสามารถใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพตามวัย ดังนั้นเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ “โฟร์โมสต์” จึงได้จับมือ “นักโภชนาการ” แนะเทคนิคการเลือกอาหาร พร้อมชวนทำความรู้จักสารอาหารสำคัญ “กรดอะมิโนจำเป็น และโอเมก้า 369” ที่จะช่วยพัฒนาสมองของลูกน้อยให้มีพัฒนาการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

พิมจันทร์ วิมุกตานนท์

คุณพิมจันทร์ วิมุกตานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เพราะหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจของโฟร์โมสต์ที่ยึดถือมาอย่างยาวนานกว่า 60 ปี คือ การมุ่งมั่นในการส่งมอบผลิตภัณฑ์น้ำนมโคคุณภาพสูงมาตรฐานโกลด์สแตนดาร์ดของเนเธอร์แลนด์ ที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ในราคาที่เข้าถึงได้ เพื่อให้ครอบครัวคนไทยแข็งแรงเต็มร้อย ซึ่งจากการสำรวจทางการตลาดพบว่า ในทุกๆ ปีอัตราการบริโภคนมของคนไทยขยายตัวสูงขึ้นทั้งในกลุ่มเด็ก และกลุ่มผู้ใหญ่ ด้วยเหตุนี้โฟร์โมสต์จึงได้มีการคิดค้นสูตรและออกผลิตภัณฑ์นมอย่างต่อเนื่อง พร้อมเน้นย้ำเรื่องสารอาหารจากน้ำนมที่ครบถ้วน และเหมาะสมกับผู้บริโภคในทุกช่วงวัย จนสามารถครองความเป็นแบรนด์ชั้นนำในใจผู้บริโภคชาวไทยเสมอมา”

โดยล่าสุดในโอกาสที่ “โฟร์โมสต์” ก้าวสู่ปีที่ 60 จึงได้เปิดตัว “โฟร์โมสต์ โอเมก้า 369” ผลิตภัณฑ์นมพร้อมดื่มยูเอชทีที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่สำคัญเพื่อพัฒนาการสมองของลูกน้อย ทั้ง “โอเมก้า 369 (Omega 369)” กรดไขมันจำเป็นชนิดไม่อิ่มตัวที่ช่วยในเรื่องของการสร้างเครือข่ายใยประสาทในสมองของเด็ก ทำให้เด็กมีพัฒนาการทางสติปัญญาและสมาธิที่ดี และ “กรดอะมิโนจำเป็น (Amino Acid) ทั้ง 9 ชนิด” ที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ต้องได้รับจากอาหารเท่านั้น ซึ่งเป็นหน่วยย่อยที่สุดของโปรตีนที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้ทันที โดยจะช่วยในเรื่องของการควบคุมกลไกภายในร่างกาย ทั้งระบบภูมิคุ้มกัน การเผาผลาญไขมัน การเติบโตของระบบประสาทและความจำ การทำงานของกล้ามเนื้อและกระดูก เป็นต้น ให้สามารถทำงานได้อย่างเป็นปกติ

แววตา เอกชาวนา

ด้าน คุณแววตา เอกชาวนา นักกำหนดอาหารวิชาชีพ กล่าวว่า “อย่างที่เราทราบกันอยู่แล้วว่าสมองของเด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์แม่ จนถึง 6 ขวบแรกนั้นเจริญเติบโตรวดเร็วมาก ทั้งขนาดและกระบวนการทำงานของสมอง ซึ่งตั้งแต่ 1-6 ขวบ สมองจะเติบโตถึง 90% และเซลล์ในสมองจะสร้างการเชื่อมโยงเข้าหากันทีละเล็กละน้อย เปรียบเสมือนการวางโครงสร้างอาคาร ที่ค่อยๆ ต่อเติมไปทีละส่วน ฉะนั้นหากสมองเติบโตได้สมบูรณ์จะส่งผลต่อการเรียนรู้ของเด็กได้อย่างมหาศาล อาทิ เด็กในวัยเพียง 1-6 ขวบนั้น สามารถเรียนรู้ภาษาพร้อมๆ กันได้ถึง 7 ภาษา ในขณะที่นักวิทยาศาสตร์ระบุว่าที่จริงสมองเด็กเรียนรู้ภาษาพูดได้ถึง 5,000 ภาษาเลยทีเดียว”

Advertisement

ทำความรู้จัก “กรดอะมิโนจำเป็น” และ “โอเมก้า” สารอาหารสำคัญต่อพัฒนาการสมองเด็ก

องค์ประกอบหลายอย่างที่ช่วยให้สมองของเด็กเติบโตอย่างสมบูรณ์ หลายคนอาจไม่รู้ว่า 2 สิ่งที่สำคัญมากในกระบวนการเหล่านี้คือ “กรดอะมิโน และโอเมก้า” ซึ่ง “กรดอะมิโนจำเป็น (Amino Acid)” ถือเป็นสารสื่อประสาทอย่างหนึ่งที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ ซึ่งจะช่วยให้สมองทำงานได้ดี มีความตื่นตัว กระตุ้นการคิด ส่งเสริมการจำและเรียนรู้ กรดอะมิโนเป็นสารตั้งต้นสังเคราะห์โปรตีน หากเด็กขาดกรดอะมิโน จะทำให้ร่างกายเจริญเติบโตไม่เต็มที่ ส่งผลเสียต่อร่างกายทั้งระบบ และสมองจะด้อยคุณภาพลงได้ จากการขาดสารสื่อประสาทสมอง ในขณะที่ “โอเมก้า 369 (Omega 369)” คือไขมันที่ร่างกายขาดไม่ได้ จำเป็นในการบำรุงสมอง เพื่อสร้างการมองเห็น ช่วยให้สายตาดี บำรุงประสาทตา ทำให้สมองมีความจำดีและเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย ซึ่งจะเห็นได้ชัดว่าเด็กจะสุขภาพดีได้ทั้งร่างกายและสมอง รวมถึงการมองเห็นและพัฒนาการที่ดี เมื่อร่างกายได้รับกรดอะมิโน และโอเมก้า 369 อย่างเพียงพอ

  

“โภชนาการที่ดี” เพื่อพัฒนาการอย่างสมบูรณ์แบบของลูกน้อย

“นม” นับว่าเป็นอาหารที่มีคุณค่าสำหรับเด็กและคนทุกวัย และเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญมาก มีปริมาณโปรตีนสูงและเป็นโปรตีนคุณภาพดีไม่ด้อยไปกว่าโปรตีนที่ได้รับจาก ไข่ เนื้อสัตว์ และถั่ว นอกจากนี้ในน้ำนมยังอุดมไปด้วยสารอาหารต่างๆ มากมาย อาทิ โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต แคลเซียม ฟอสฟอรัส แลคโตส วิตามินเอ วิตามินบีสอง วิตามินซี น้ำ และเกลือแร่ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ โอเมก้า 369 (Omega 369) และกรดอะมิโนจำเป็น (Amino Acid) ซึ่งจากผลวิจัยพบว่าในนมแม่จะมีกรดอะมิโนครบถ้วนต่อเด็กมากที่สุด ตามมาด้วยนมโคและนมแพะ ส่วนนมที่มีโปรตีนน้อยที่สุดคือนมจากพืช แต่อย่างไรก็ตามเด็กในวัยกำลังเจริญเติบโตควรรับประทานอาหารอย่างเพียงพอ ให้ครบทั้ง 5 หมู่ เมื่อเห็นว่าลูกกินได้น้อย คุณพ่อคุณแม่ควรจัดอาหารระหว่างมื้อมาเพิ่ม แต่ต้องไม่บ่อยจนรบกวนอาหารมื้อหลัก และอาหารต้องไม่มีรสชาติหวานจัด เพราะจะทำให้ลูกไม่อยากอาหารได้ อย่าติดสินบนเพื่อให้เด็กยอมกินอาหาร จะทำให้เด็กติดนิสัยและไม่ยอมกินเมื่อไม่มีของมาแลกเปลี่ยน และพยายามอย่าบังคับ ขู่เข็ญ ให้เด็กกินอาหาร เพราะจะทำให้รู้สึกไม่ดีต่อการกินและไม่อยากกิน จะกลายเป็นคนกินยากไปแทน

เสริมพัฒนาการในด้านอื่นๆ นอกห้องเรียน

นอกจากโภชนาการที่เหมาะสมแล้ว อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความใส่ใจ ก็คือกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของสมอง เพื่อกระตุ้นให้สมองทำงานได้ดีและมีประสิทธิภาพ ผ่านทักษะสัมผัส 7 ประเภท ทั้งการสัมผัส การมองเห็น การได้ยิน การดมกลิ่น การลิ้มรสชาติ การเคลื่อนไหว และการทรงตัว ซึ่งนอกจากจะได้ทั้งความสนุก อารมณ์แจ่มใส ร่างกายแข็งแรง พัฒนาสมอง และยังเป็นการสร้างสัมพันธ์อันดีของครอบครัวอีกด้วย

หวังว่าเทคนิคดีๆ จากโฟร์โมสต์จะช่วยเป็นแนวทางให้คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่สามารถส่งเสริมพัฒนาการให้กับเจ้าตัวน้อยได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และพบกับ “โฟร์โมสต์ โอเมก้า 369” ผลิตภัณฑ์น้ำนมพร้อมดื่มยูเอชทีที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่สำคัญเพื่อพัฒนาการสมองของลูกน้อยได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ที่ร้านสะดวกซื้อ เเละห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ ในขนาด 110 มิลลิลิตร และ 180 มิลลิลิตร ทั้งรสจืด รสช็อกโกแลต และรสหวานกลิ่นวานิลลา สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก Foremost Family หรือศูนย์ข้อมูลผู้บริโภค โทร. 02-620-1980

 ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “กรดอะมิโนจำเป็น”

กรดอะมิโนนั้นมีทั้งแบบที่ร่างกายสร้างเองได้และสร้างไม่ได้ กรดอะมิโนที่ร่างกายสร้างเองได้ที่รู้จักกันทั่วไป มีราว 20 ชนิด ส่วนกรดอะมิโนที่ร่างกายสร้างไม่ได้มีอยู่ 9 ชนิดซึ่งจำเป็นต้องรับจากการรับประทานอาหาร ใน 9 ชนิดนี้สำคัญต่อสมองมาก โดยมีการทำงานที่ซับซ้อนและสำคัญ ได้แก่

  1. ทริปโตเฟน (Tryptophan) มีส่วนเสริมสร้างคุณภาพในการนอนหลับอย่างเป็นธรรมชาติ
  2. ทรีโอนีน (Threonine) ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันแก่ร่างกาย สู้เชื้อโรคและช่วยเผาผลาญไขมัน
  3. ฟีนิลอะลานีน (Phenylalanine) เพิ่มความตื่นตัว และสร้างความทรงจำในสมอง
  4. เมไธโอนีน (Methionine) เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ และช่วยสลายไขมัน
  5. ลิวซีน (Leucine) ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง เพิ่มพลังกล้ามเนื้อ ช่วยให้เซลล์ประสาทแข็งแรงขึ้น
  6. ไลซีน (Lysine) ช่วยเสริมสมาธิ ทำให้กระดูกแข็งแรง
  7. วาลีน (Valine) กระตุ้นการทำงานสมอง ทำให้กล้ามเนื้อประสานกันได้ดี
  8. ไอโซลิวซีน (Isoleucine) เสริมสร้างการเจริญเติบโตของระบบประสาท เตรียมพร้อมสมองต่อพัฒนาการเรียนรู้
  9. ฮิสทิดีน (Histidine) จำเป็นต่อการเจริญเติบโตในเด็ก ช่วยการทำงานของระบบประสาท ป้องกันภาวะพัฒนาการช้า

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “โอเมก้า”

โอเมก้า (Omega) หรือกรดไขมันแบบไม่อิ่มตัวช่วยในการบำรุงสมอง โดยกระตุ้นให้สมองพัฒนาระบบประสาทส่วนกลางและช่วยเรื่องการมองเห็นได้อย่างสมบูรณ์ และทำให้มนุษย์เกิดความจำ อีกทั้งมีส่วนให้ร่างกายปรับสมดุลของสารเคมีที่มีผลให้รู้สึกสบาย ไม่เครียด มีความมั่นคงทางอารมณ์และมีสุขภาพจิตที่ดีด้วย โอเมก้านั้นแบ่งออกเป็นหลายประเภท แต่กลุ่มที่มีประโยชน์โดยตรงต่อการพัฒนาในเด็กก็คือ กรดไขมันโอเมก้า 3 โอเมก้า 6 และโอเมก้า 9

กรดไขมันโอเมก้า-3 (Omega-3) เป็นกรดไขมันจำเป็นต่อโครงสร้างไขมันในสมองและจอประสาทตา เป็นสิ่งที่ร่างกายจะขาดไม่ได้เลย เพราะประกอบไปด้วย EPA – (Eicosapentaenoic acid) เรียกได้ว่าเป็นสารต่อต้านการอักเสบ และ DHA – (Docosahexaenoic acid) เรียกกันว่ากรดไขมันของสมองที่สำคัญมาก เมื่อร่างกายได้รับโอเมก้า 3 เพียงพอ จะทำให้เด็กมีการพัฒนาดีเยี่ยมต่อการรับรู้  และการมองเห็น และโอเมก้า 3 ยังมีบทบาทต่อการปรับระดับโคเลสเตอรอล

  1. และไตรเอธิลกรีเซอรอลในพลาสมา นั่นหมายถึงโอเมก้า 3 มีส่วนให้เกล็ดเลือดมีความสมดุลอยู่เสมอ จึงลดความเสี่ยงในการเป็นโรคทางเดินหายใจ โรคไขมันในเส้นเลือด และโรคหัวใจอีกด้วย
  2. กรดไขมันโอเมก้า-6 (Omega-6) เป็นกรดไขมันที่มีส่วนประกอบของอะตอมคาร์บอน ซึ่ง เป็นส่วนที่ร่างกายไม่สามารถสร้างได้ แต่สำคัญในการสร้างความสมดุลให้สารเคมีในร่างกายทำงานได้อย่างเต็มที่โดยเฉพาะการพัฒนาสมองที่ได้รับจากโอเมก้า นอกจากนี้โอเมก้า 6 มีส่วนประกอบของกรดไลโนเลอิก (Linoleic Acid) ซึ่งมีส่วนให้เลือดไหลเวียนได้ดี รักษาระดับโคเลสเตอรอลที่ดีในร่างกาย ช่วยให้ร่างกายลดอาการปวดและลดการอักเสบได้ รักษาความชุ่มชื้นของผิวพรรณ ช่วยคุมระดับฮอร์โมน และที่สำคัญคือช่วยให้สมองทำงานได้ดี
  3. กรดไขมันโอเมก้า-9 (Omega-9) เป็นกรดไขมัน ซึ่งประกอบด้วยกรด 2 ตัวหลักที่สำคัญมาก คือกรดโอเลอิก (Oleic Acid) และกรดอิรูสิค (Erucic Acid) ความสำคัญของโอเมก้า 9 คือการควบคุมระบบการแข็งตัวของเลือด สร้างฮอร์โมนโพรสตาแกลดินในร่างกาย ทำให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้ดี จึงมีผลให้อวัยวะในร่างกายทำงานได้อย่างสมบูรณ์ขึ้นด้วย

###