มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ครบรอบ 19 ปี เพื่อสังคม

25.09.17 | 14:48 น.

มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) ได้รับการสถาปนาเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับรัฐ เมื่อวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2541 ที่จังหวัดเชียงราย ตามความต้องการของประชาชนและเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และครบรอบ 19 ปี ในวันนี้

19 ปี มฟล.พัฒนาได้ตามความคาดหวัง
ในโอกาสครบรอบ 19 ปีแห่งการสถาปนามหาวิทยาลัย รศ.ดร.วันชัย ศิริชนะ อธิการบดี กล่าวถึงโอกาสสำคัญนี้ว่า 19 ปีที่ผ่านมาของ มฟล. เป็นเวลาของความพยายาม ที่ได้ผลักดันให้มหาวิทยาลัยแห่งนี้ก้าวเดินไปข้างหน้าสู่ความยอมรับของสังคมและนานาประเทศ

มฟล.รับนักศึกษาครั้งแรก จำนวน 62 คน ใน 2 สำนักวิชา ปัจจุบันมีนักศึกษาราว 15,000 คน มาจากทั่วประเทศและต่างประเทศ เพื่อศึกษาใน 72 หลักสูตร ใน 14 สำนักวิชา ผลิตบัณฑิตไปแล้วจำนวนกว่า 20,000 คน กระจายตัวทำงานอยู่ในทุกภาคส่วนของสังคม

14 สำนักวิชาที่เปิดสอน ได้แก่ สำนักวิชาศิลปศาสตร์ สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ สำนักวิชาการจัดการ สำนักวิชาอุตสาหกรรมเกษตร สำนักวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักวิชานิติศาสตร์ สำนักวิชาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง สำนักวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ สำนักวิชาเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ สำนักวิชาแพทยศาสตร์ สำนักวิชาทันตแพทยศาสตร์ สำนักวิชานวัตกรรมสังคม และสำนักวิชาจีนวิทยา

Advertisement

โดยในปี พ.ศ.2555 ได้ก่อตั้งสำนักวิชาแพทยศาสตร์และสำนักวิชาทันตแพทยศาสตร์ ก่อนที่เปิดรับนักศึกษาแพทยศาสตร์รุ่นแรกในปี 2556 ปัจจุบันรับนักศึกษาแพทยศาสตร์เป็นรุ่นที่ 5 และเปิดรับนักศึกษาทันตแพทยศาสตร์รุ่นแรกในปี 2557 ปัจจุบันรับนักศึกษาทันตแพทยศาสตร์เป็นรุ่นที่ 4 ด้วยวัตถุประสงค์ในทิศทางเดียวกันที่ว่าเพื่อเตรียมกำลังคนด้านสุขภาพที่มีคุณลักษณะพิเศษ มีความรู้ความเชี่ยวชาญในวิชาชีพแล้วยังมีใจมีความสามารถที่จะทำงานกับชุมชนหรือในพื้นที่ชนบทห่างไกล เพื่อรองรับการทำงานดูแลสุขภาพประชาชนในเขตภาคเหนือตอนบน และทั่วประเทศ ตลอดจนประเทศในเขตอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง

ส่งบัณฑิตคุณภาพรับใช้สังคม
19 ปี ที่ มฟล.สร้างกำลังคนออกไปรับใช้สังคม ทำงานอยู่ทั้งในภาครัฐภาคเอกชน ทั่วประเทศและต่างประเทศ โดยได้รับเสียงสะท้อนจากผู้ใช้บัณฑิตว่ามีความพึงพอใจบัณฑิต มฟล.ไม่ว่าจะเป็นความรู้ความสามารถในวิชาชีพหรือทักษะการใช้ภาษาต่างประเทศ ตลอดจนการเป็นคนไม่เกี่ยงงาน มีน้ำใจ และมีความพร้อมทำงานเป็นทีม

รศ.ดร.วันชัย กล่าวต่อว่า การสร้างบัณฑิตให้สามารถทำงานได้นั้นสำคัญจริง และมากกว่านั้นคือการสร้างมหาวิทยาลัยให้เป็นแหล่งเรียนรู้ เป็นแหล่งที่สร้างเสริมปัญญา สร้างเสริมความคิด สร้างเสริมอนาคตให้กับบ้านเมือง นอกจากผลิตบัณฑิตให้ออกไปเพื่อทำงานได้แล้ว มหาวิทยาลัยยังต้องสร้างบัณฑิตให้ออกไปรับใช้สังคมได้ด้วย ฉะนั้นเป้าหมายการผลิตบัณฑิตคือทำงานได้ ขณะเดียวกันก็ต้องเป็นนักคิดและเป็นนักริเริ่ม เป็นผู้มีที่มีความคิดสร้างสรรค์ในสังคมให้ได้

“บทบาทหน้าที่ของมหาวิทยาลัยที่ต้องทำให้คนของตัวเอง ให้มหาวิทยาลัยของตัวเองนั้น เป็นที่พึ่งทางความรู้ต่างๆ ให้ได้ เราสอนเขาให้มีความรู้พื้นฐานเพียงพอในการปรับตัวให้เข้ากับงานที่เขาจะทำได้ ไม่อย่างนั้นก็ต้องสร้างคนเฉพาะทางเป็นอย่างๆ ไป ซึ่งระดับมหาวิทยาลัยไม่ประสงค์อย่างนั้น แต่สิ่งที่เราประสงค์คือให้มีความรู้รอบพอที่จะไปเรียนรู้งานในสถานที่ที่เขาไปอยู่ได้อย่างเร็วที่สุด สามารถปรับประยุกต์สิ่งต่างๆ ในที่ทำงานได้ด้วยความรู้ของเขา เขาจะสามารถทำงานได้ดีกว่า”

ตามรอยสมเด็จย่า ปลูกป่า – สร้างคน
นอกจากนี้ มฟล.ยังได้รับการกล่าวขานถึงอย่างมากในแง่ของภูมิทัศน์และการเป็นเมืองมหาวิทยาลัย  ซึ่งอธิการบดี ยอมรับว่า ใช้เวลาดำเนินการค่อนข้างมาก แต่ขณะเดียวกันผลตอบแทนที่ได้รับก็ถือว่าคุ้มค่า

“มฟล.ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่มีความงดงามในเชิงของกายภาพและภูมิประเทศมากที่สุดแห่งหนึ่ง ต้องถือว่าได้เดินตามรอยปณิธานสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ตามแนวพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช คือ การฟื้นคืนสภาพป่า การทำให้ธรรมชาตินั้นกลับคืนมา การทำให้คนนั้นมีจิตใจที่จะรักธรรมชาติ และเชื่อว่าธรรมชาติที่สูญเสียไปจากฝีมือมนุษย์นั้นสามารถที่จะฟื้นคืนได้ด้วยมือของเราหากมีความตั้งใจอย่างแท้จริง จึงทำให้ มฟล.พลิกฟื้นพื้นที่ดั้งเดิมที่เป็นป่าเสื่อมโทรมให้กลายเป็นสวนพฤกษศาสตร์ในมหาวิทยาลัยได้”

ทั้งยังได้ทำโครงการรักษ์ป่าน่าน ซึ่งเป็นการนำรูปแบบของการพลิกฟื้นพื้นที่ป่าของ มฟล.ในการศึกษาวิจัยเพื่อค้นหาสาเหตุการสูญเสียป่าในพื้นที่จังหวัดน่านซึ่งเป็นป่าที่มีความสำคัญกับแม่น้ำที่มีผลต่อความมั่นคงทางนิเวศลุ่มน้ำ เพื่อค้นหาสาเหตุ ปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จ และนำมาถอดบทเรียนในการอนุรักษ์ฟื้นฟุอย่างยั่งยืน

 สร้างตนเป็นที่พึ่งทางปัญญาสังคม
อธิการบดี มฟล.กล่าวว่า มหาวิทยาลัยต้องเป็นที่พึ่งทางปัญญาให้กับสังคม ในส่วนนี้ มฟล.ได้ให้การส่งเสริมและผลักดันให้อาจารย์ทำงานวิจัยอย่างต่อเนื่อง มีผลงานวิจัยเชิงประยุกต์สามารถที่จะนำไปสู่การปฏิบัติได้เป็นจำนวนมาก ยังมีผลงานหลายชิ้นได้จดสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการบริการวิชาการแก่ชุมชนอย่างจริงจัง โดยมีงานวิชาการเพื่อบริการชุมชนต่อเนื่องตลอดปี

สำหรับผลงานวิจัยในช่วงเวลามีหลายโครงการที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการนำความรู้ความเชี่ยวชาญจากศาสตร์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้วิทยาศาสตร์หรือเทคโนโลยี เข้าไปพัฒนาเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าการเกษตรหรือพืชสมุนไพรไทยต่างๆ อย่างโครงการเชียงรายเมืองสมุนไพร เป็นการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับสมุนไพรชนิดต่างๆ และมหาวิทยาลัยต้องการผลักดันการใช้สมุนไพรให้มีมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับ

โดยมีเป้าหมายให้จังหวัดภาคเหนือตอนบน เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน เป็นแหล่งผลิตวัตถุดิบสมุนไพรที่สำคัญของประเทศ ยกระดับรายได้จากพืชสมุนไพรที่มีคุณภาพแก่เกษตรกร และเพื่อให้ยาและผลิตภัณฑ์สมุนไพรมีศักยภาพในการแข่งขันในทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ รายได้ของจังหวัดและประเทศเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 1 เท่าตัว และมีการใช้สมุนไพรในระบบสุขภาพเพิ่มขึ้น โดยโครงการวิจัยได้ผลิต ผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อเป็นต้นแบบ จำนวน 11 ชนิด ภายใต้แบรนด์ ‘เจ้าคุณวัน’

สานต่องานยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน
มฟล.อยู่ระหว่างดำเนินการจัดตั้งศูนย์การแพทย์ โดยสำนักวิชาแพทยศาสตร์ มูลค่า 6,000 ล้านบาท เพื่อเป็นศูนย์การแพทย์ที่ได้มาตรฐานสูง และเป็นโรงพยาบาลขนาด 400 เตียง มีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2561 และเปิดให้บริการอย่างเต็มตัวในปี 2562 เพื่อสู้กับภาวะขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์และยกระดับคุณภาพชีวิตด้านสุขอนามัยประชาชนในเขตภาคเหนือตอนบนและประเทศเพื่อนบ้าน

และเมื่อเร็วๆ นี้ มฟล.ได้รับงบประมาณให้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์บริการสุขภาพแบบครบวงจรแห่งภาคเหนือและอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงเพื่อให้บริการด้านการดูแลสุขภาพที่ทันสมัยครบวงจร สำหรับประชาชน นักท่องเที่ยว นักธุรกิจ นักลงทุน และผู้สูงอายุ ภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคการผลิตและบริการสู่การเป็นศูนย์กลางการให้บริการสุขภาพของภูมิภาคอาเซียนต่อไป

19 ปี ของ มฟล.จึงเป็น 19 ปี แห่งการทำงานรับใช้สังคมอย่างแท้จริง