ลุยสร้างความเข้าใจวัคซีน HPV ป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูก ปลอดภัยแน่นอน

1.10.17 | 13:38 น.

มูลนิธิวัคซีนฯลุยสร้างความเข้าใจวัคซีน HPV ป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูก รับประกันปลอดภัยแน่นอน ชี้มีผลวิจัยมากว่า 20 ปี มั่นใจว่าคุ้มค่ากับการคุ้มครองชีวิตเด็กไทย

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม นพ.มานิต ธีระตันติกานนท์ ประธานกรรมการมูลนิธิวัคซีนเพื่อประชาชน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดการบรรยายวิชาการความร่วมมือภาคีสุขภาพด้านการป้องกันโรค “สร้างภูมิเสริมรักษ์” ณ เทศบาลตำบลสันทรายหลวง อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ว่า วัตถุประสงค์ของการบรรยายเพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อที่พบบ่อยในชุมชน ตลอดจนชี้ให้เห็นความสำคัญของโรคมะเร็งปากมดลูก ซึ่งเป็นโรคร้ายแรงและเป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับสองในหญิงไทย ให้แก่ พยาบาล คณะครู นักเรียน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และประชาชนผู้สนใจ โดยมีการให้ความรู้ในเรื่องการป้องกันโรคด้วยการใช้วัคซีนในแผนการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันแห่งชาติ ซึ่งรวมถึงวัคซีนใหม่ที่กระทรวงสาธารณสุขได้เริ่มฉีดให้แก่เด็กนักเรียนหญิงชั้น ป.5 ทุกคนทั่วประเทศในปีนี้คือ วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก (HPV) ด้วย

นพ.มานิต กล่าวต่อว่า วัคซีนเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ หากโรคติดต่อโรคไหนไม่มีวัคซีนป้องกันก็จะเป็นปัญหาตลอด แต่หากโรคไหนมีวัคซีนป้องกันก็จะมีคนป่วยน้อยลง ทางมูลนิธิฯได้ทำงานร่วมกับหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องในการสนับสนุนให้ประชาชนเห็นคุณค่าของวัคซีน และรณรงค์ให้ประชาชนไปรับวัคซีน พร้อมเผยแพร่ความรู้ ความสำคัญของวัคซีน ให้กับประชาชนทางช่องทางต่าง ๆ และอีกด้านหนึ่งเรามุ่งมั่นให้ประชาชนมีวัคซีนป้องกันโรคที่สมควรจะใช้ บางครั้งประชาชนอาจยังไม่เข้าใจถึงการฉีดวัคซีน เพราะไม่ได้เห็นผลในทันที อย่างวัคซีน HPV ที่ฉีดให้กับเด็กอายุ 11-12 ปี ผลที่เห็นจะเกิดประโยชน์ในอีก 20-30 ปีข้างหน้า ต้องเข้าใจก่อนว่าวัคซีนต้องอาศัยระยะเวลา ไม่เหมือนการให้ยารักษา ที่เห็นผลได้ทันที

“การฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันในเด็กเป็นความคุ้มค่ามาก เพราะว่าโรคบางอย่างเป็นแล้วจะรักษาได้ แต่ถ้ารักษาไม่ทันก็อาจจะถึงชีวิต หรือบางโรคอาจจะทำให้พิการตลอดชีวิต ซึ่งจะทำให้เกิดภาระของพ่อแม่ที่ต้องมาดูแลลูกที่ต้องพิการ และภาครัฐก็จะต้องให้การช่วยเหลือ เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่คุ้มค่ามาก เพราะวัคซีนไม่ได้ป้องกันชีวิตอย่างเดียว มันสามารถป้องกันได้ถึงความพิการ และสุดท้ายสามารถป้องกันถึงความเจ็บป่วยด้วย” นพ.มานิต กล่าว