กสิกรฯชี้ นักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยไตรมาส 4 ยังโตต่อเนื่อง

2.10.17 | 08:17 น.

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้ตลาดนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยไตรมาส 4 ปี 2560 ยังมีแนวโน้มบวกต่อเนื่อง คาดทั้งปีน่าจะมีจำนวนกว่า 9.70 ล้านคน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้ปรับประมาณการนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยปี 2560 เป็นจำนวน 9.70 ล้านคน (จากเดิมที่คาดว่านักท่องเที่ยวจีนเดินทางท่องเที่ยวไทยน่าจะอยู่ที่ประมาณ 9.20-9.40 ล้านคน) และสามารถเติบโตได้ร้อยละ 10.0 สูงต่อเนื่องจากที่เติบโตร้อยละ 10.5 ในปี 2559 ขณะที่คาดว่ารายได้จากนักท่องเที่ยวจีนน่าจะมีมูลค่าประมาณ 510,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.9 จากที่เติบโตร้อยละ 15.2 ในปี 2559 จากปัจจัยบวกที่คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่มีแผนจะเดินทางท่องเที่ยวไทยในช่วงวันหยุดยาววันชาติจีนน่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยประมาณ 3.30 แสนคน ประกอบกับสถานการณ์ระหว่างประเทศจีนและเกาหลีใต้ที่ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวของจีนยังคงต้องหาแหล่งท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ทำตลาดชดเชยตลาดเกาหลีใต้ รวมถึงการที่นักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยยังคงเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่และมีความสำคัญ ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจไทยได้ให้ความสำคัญในการทำตลาดเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนต่อเนื่อง 

อย่างไรก็ดี แม้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยจะยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่มีประเด็นที่ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวที่จับกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนอาจต้องติดตาม ซึ่งการทำตลาดนักท่องเที่ยวจีนไม่ง่ายเหมือนก่อน  ผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่เน้นกลุ่มทัวร์จีน หรือทำตลาดนักท่องเที่ยวจีนคงต้องมีแผนรองรับกับการแข่งขันจากการทำตลาดของประเทศอื่นๆ ในการที่จะจับกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน และการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมในกลุ่มของนักท่องเที่ยวจีนมากขึ้น จากเดิมที่นิยมเดินทางมากับกลุ่มทัวร์ขนาดใหญ่ ก็ปรับมาเป็นกลุ่มทัวร์ขนาดเล็ก หรือมาเป็นเดินทางเองมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานและนักศึกษา เนื่องจากภาษาที่เคยเป็นอุปสรรคในการสื่อสารลดลง และนักท่องเที่ยวจีนจะค้นหาข้อมูลเปรียบเทียบราคาและค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ จากความสะดวกในการค้นหาข้อมูลบนโลกออนไลน์

เมื่อพิจารณาตำแหน่งการตลาดการท่องเที่ยวของไทยที่จับกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนจากการพิจารณาราคาแพคเกจทัวร์ พบว่า ผู้ประกอบการไทยต้องเผชิญกับการแข่งขันอย่างหนัก โดยเฉพาะราคาแพคเกจท่องเที่ยวของไทยที่ปรับตัวขึ้น จากต้นทุนการทำธุรกิจในประเทศที่สูงขึ้น โดยราคาแพคเกจที่มาไทยจะมีราคาใกล้เคียงกับแพคเกจที่ไปญี่ปุ่น (ราคาเฉลี่ยที่ต่ำที่สุด) ทำให้เกิดการเปรียบเทียบ ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวจีนในกลุ่มที่มีความอ่อนไหวในเรื่องของราคาก็อาจจะพิจารณาไปประเทศที่มีราคาแพคเกจที่ถูกกว่าไทยอย่างเวียดนามหรือกัมพูชา ซึ่งตั้งแต่ต้นปี 2560 ที่ผ่านมา จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางไปเที่ยวยัง 2 ประเทศนี้ เติบโตในอัตราที่เร่งตัวขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการไทยคงจะต้องมีการพิจารณาการปรับเปลี่ยนการนำเสนอผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวที่มีความแปลกใหม่ไปตามเทรนด์ของนักท่องเที่ยวจีนและสอดคล้องกับราคา เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถแข่งขันได้

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ผู้ประกอบการต้องติดตาม เช่น นโยบายของทางรัฐบาลจีน ซึ่งมีแผนที่จะกระตุ้นการเติบโตการท่องเที่ยวภายในประเทศ ปี 2016-2020 สะท้อนให้เห็นได้จากข้อมูลของ CNTA (China National Tourism Administration) พบว่า ในช่วงที่ผ่านมาการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของจีนมีการเติบโตในอัตราที่เร่งตัวขึ้น โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2560 การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของนักท่องเที่ยวจีนเติบโตกว่าร้อยละ 13.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (หรือมีจำนวน 2.54 พันล้านคน-ครั้ง) ทั้งนี้ แผนการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจจีนไม่ว่าจะเป็นบริษัทนำเที่ยว หรือธุรกิจสายการบินของจีนหันมารุกขยายเส้นทางการบินภายในประเทศจีนเพิ่มขึ้น จึงอาจเป็นความท้าทายในการที่จะรักษาระดับการเติบโตของตลาดนักท่องเที่ยวจีนในระยะข้างหน้า

Advertisement