ททท.โฮจิมินห์รุก4ตลาดคุณภาพเที่ยวไทยปี’61 ใช้งบพอเพียงผูก5พันธมิตรดึงรายได้3หมื่นล้าน

9.10.17 | 14:38 น.

การเดินหน้าขับเคลื่อนแผนตลาดการท่องเที่ยวขานรับนโยบาย “พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” ของ “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย” (ททท.) ที่มี “นายยุทธศักดิ์ สุภสร” ผู้ว่าการ ททท. กระตุ้นทุกสำนักงาน ททท.เร่งเจาะนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพจากนานาชาติเข้ามาใช้จ่ายเงินกระจายสู่ชุมชนทั่วประเทศในปี 2560 ต้องเข้าเป้า 2.76 ล้านล้านบาท และปี 2561 ตั้งไว้ 3.03 ล้านล้านบาท คือความท้าทายอย่างมากที่จะต้องสร้างกลยุทธ์และแม่เหล็กดึงดูดรายได้ตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้


“นภสร ค้าขาย” ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานโฮจิมินห์ สาธารณรัฐเวียดนาม ดูแลพื้นที่ CLVT เวียดนาม กัมพูชา สปป.ลาว เปิดเผยว่าตลอดปี 2560 นักท่องเที่ยวเวียดนามชื่นชอบเมืองไทยทั้งเรื่องกีฬา อาหาร ศิลปวัฒนธรรม สินค้า Made in Thailand  ทำให้ปีนี้จำนวนและรายได้จากตลาดเวียดนามเข้าเมืองไทยเติบโตถึง 11-12% มีแนวโน้มจะทำเงินเข้าประเทศแตะ 30,000 ล้านบาท จากจำนวนนักท่องเที่ยวราว 8.96 แสนคน ต่อเนื่องในปี 2561 มีเป้าหมายจะเพิ่มรายได้ 7% หรือประมาณ 33,000 ล้านบาท ส่วนนักท่องเที่ยวเติบโตไม่ต่ำกว่า 6% จำนวนอาจทะลุ 1 ล้านคนก็เป็นได้

ด้วยการบุกเจาะนักท่องเที่ยวตลาดดาวรุ่งมาแรงที่สนใจเที่ยวเมืองไทย 4 กลุ่ม ประกอบด้วย 1.นักท่องเที่ยวคุณภาพ 2.ท่องเที่ยวหรูหรา (luxury) เพราะจากผลสำรวจและงานวิจัยมีข้อมูลเบื้องต้นมีเศรษฐีเวียดนามอยู่ราว 500,000 คน คนรวยส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในโฮจิมินห์ 80% และมีบางส่วนอยู่ทางเหนือและภาคกลางเป็นกลุ่มเศรษฐีรุ่นใหม่อีกราว 20% ทุกสุดสัปดาห์จะบินมาซื้ออาหารตามกูเมร์ในกรุงเทพฯใช้บริการเสริมความงามในไทยในราคาสูงๆ อย่างเต็มที่ 3.นักท่องเที่ยวเดินทางอิสระคนรุ่นใหม่วัยเริ่มทำงานหรือ White Collar และ 4.ท่องเที่ยวเชิงกีฬามวยไทย กอล์ฟ เมดิคัล เวลเนสสปา กำลังมาแรงสุดๆ เห็นได้จากในเวียดนามลงทุนเปิดค่ายมวยไทยมากกว่า 20 ค่าย และวัยรุ่นทั้งชายและหญิงกว่า 100,000 คน หันมาเรียนมวยไทย โดยมีจำนวนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี

Advertisement

ททท.โฮจิมินห์จะไฮไลต์สร้างกระแสให้ “ประเทศไทย” เป็นจุดหมายปลายทางการพักผ่อนและท่องเที่ยวทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ (weekend destination) ของเวียดนามในกลุ่มคนรุ่นใหม่ White Collar นิยมใช้ออนไลน์และภาษาอังกฤษดี กับกลุ่มพนักงานต่างชาติที่พำนักอยู่ในเวียดนาม (Expat) โดยเพิ่มการรับรู้ทุกช่องทางให้ทั้งสองกลุ่มต้องคิดถึงและเลือกเที่ยวเมืองไทยก่อนเป็นอันดับแรก เลือกซื้อตั๋ว ห้องพัก โปรแกรมทัวร์ ผ่านออนไลน์ ตอบสนองเป้าหมายการเพิ่มรายได้เติบโตอย่างรวดเร็ว

ผลจากไทยมีความได้เปรียบเรื่องระยะทางบินจากเวียดนามมาไทยใช้เวลา 1 ชั่วโมงเศษเท่านั้น จึงมีเที่ยวบินตรงจากเมืองต่างๆ สัปดาห์ละกว่า 200 เที่ยว ทั้งการบินไทย บางกอกแอร์เวย์ส เวียดนามแอร์ไลน์ ไทยแอร์เอเชีย ไทยไลออนแอร์ อาหรับเอมิเรตส์แอร์ไลน์ บินจากเมืองใหญ่ๆ โฮจิมินห์ ฮานอย ดานัง

ดังนั้น ททท.โฮจิมินห์ จึงเน้นบริหารจัดการงบประมาณปี 2561 ให้อยู่ในกรอบพอเพียงแล้วหันไปใช้กลยุทธ์บูรณาการทำงานกับเครือข่ายพันธมิตร 5 กลุ่มเริ่มตั้งแต่ตุลาคม 2560 นี้เป็นต้นไป

กลุ่มแรก จะจับมือกับ “ค่ายมวยไทยไทเกอร์” ในโฮจิมินห์ จัดโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงกีฬา วางขายในตลาดแพกเกจ 5 วัน  4 คืน ราคาคนละ 28,000-30,000 บาท เดินทางมาดูและเรียนมวยไทยตามเส้นทางยอดนิยม กรุงเทพฯ พัทยา พร้อมทั้งจะแนะนำเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ผนวกเข้าไว้ด้วย เช่น โชว์การ์ตูนเน็ตเวิร์ค ไร่องุ่นผลิตไวน์

กลุ่มที่ 2 บริษัทตัวแทนการท่องเที่ยว แนะนำแหล่งช็อปปิ้ง เนื่องจากชาวเวียดนามนิยมซื้อสินค้าไทยเพราะเชื่อมั่นเรื่องคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็น แฟชั่นเสื้อผ้า เครื่องใช้ เฟอร์นิเจอร์ อาหาร แหล่งช้อปขวัญใจเวียดนามจะอยู่ในย่านประตูน้ำ แพลทินัม บิ๊กซี และอื่นๆ

 กลุ่มที่ 3 ใช้บุคคลที่มีชื่อเสียงของเวียดนามเป็นแม่เหล็กดึงดูดคนมาเที่ยว ล่าสุดเชิญคุณโฮ หงก ฮา ลูกครึ่งฝรั่งเศสเวียดนามเป็นบุคคลยอดนิยมทั้งนักร้อง นางแบบ ผู้จัดรายการเกี่ยวกับผู้หญิง มีแฟนคลับติดตามมากมาย มาร่วมโครงการ Women Jouney และเชิญดาราที่มีครอบครัวไปภูเก็ตเพื่อฉายภาพให้เห็นถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวครอบครัว และยังมี นู ฟุก ถุ่น นำทีม The Voice Kid ไปเที่ยวภูเก็ต รุกเจาะตลาดคนมีเงินตอกย้ำเมืองไทยซึ่งมีที่พักหรูหรา 6 ดาว มีสปา เรือยอร์ช ดีๆ เหมาะกับมหาเศรษฐีเวียดนาม

กลุ่มที่ 4  ดิจิตอลออนไลน์ แนะนำแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ เพื่อให้กลุ่มเดินทางครั้งแรกและเที่ยวซ้ำมาเที่ยวต่อเนื่องกระจายจากกรุงเทพฯ พัทยา ทยอยเพิ่มจุดใหม่ไปยัง หัวหิน (ประจวบคีรีขันธ์) เขาใหญ่ (นครราชสีมา) ราชบุรี ตลาดน้ำอัมพวา สมุทรสงครามและรอบปริมณฑล

กลุ่มที่ 5 นักลงทุนด้านคมนาคมทางอากาศ 2 กลุ่มใหญ่ คือสายการบินและเรือสำราญ แบ่งเป็น “ทางอากาศกลุ่มสายการบิน” เข้าร่วมสนับสนุน “เจ็ตสตาร์ แปซิฟิก” โลว์คอสต์แอร์ไลน์ เปิดบริการตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2560 บินตรง ไป-กลับ กว่างบินห์-เชียงใหม่ ใช้เวลาเพียง 1.10 ชั่วโมง กว่างบินห์เป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวเวียดนามซึ่งมีถ้ำจำนวนมากชื่อเสียงติดอันดับคือถ้ำซินด่องขนาดใหญ่ของโลก จึงเป็นช่องทางส่งเสริมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงเข้าสู่เมืองหลักและเมืองรองของไทยกับเวียดนามได้

และร่วมมือกับ “บางกอกแอร์เวย์ส” จะเปิดบินเส้นทางใหม่เริ่ม 29 ตุลาคม 2560 เป็นต้นไป กรุงเทพฯ-ฟูกว๊วก เป็นเกาะท่องเที่ยวทางตอนใต้ของเวียดนาม บินสัปดาห์ละ 4 เที่ยว จากนั้นช่วงปลายเดือนมีนาคมปี 2561 จะเปิดเพิ่มอีกเส้นทางระหว่าง ฮานอย-เชียงใหม่ วันละ 1 เที่ยว หรือสัปดาห์ละ 7 เที่ยว

สำหรับ “ทางน้ำ-บริการเรือสำราญ” ได้ร่วมหารือกับทางกลุ่มบินห์ อัน นักลงทุนเวียดนาม เตรียมส่งเสริมเปิดเส้นทางท่องเที่ยวเรือสำราญเชื่อมชายทะเลฝั่งตะวันออก จันทบุรี ตราด กับ เกาะฟูกว๊วก ซึ่งมีภูมิประเทศ อากาศ ทัศนียภาพ ใกล้เคียงภูเก็ตของไทยและกำลังพัฒนาตามแบบภูเก็ต

หากเปิดการท่องเที่ยวเชื่อมโยงเกาะฟูกว๊วก เมืองไทยเองก็จะได้ประโยชน์จากกลุ่มนักท่องเที่ยวยุโรปเข้ามาพักผ่อนเดินทางต่อเนื่องเข้าไทย เนื่องจากบนเกาะฟูกว๊วกมีชาวเวียดนามฐานะดี ทำประมง การเกษตร ส่งออกต่างประเทศ แหล่งผลิตน้ำปลาคุณภาพดีของอาเซียน มีกลุ่มทุนใหม่เข้าไปลงทุนท่องเที่ยว อาทิสายการบินสแกนดิเนเวียน

ปัจจุบันนักท่องเที่ยวเวียดนามมาเที่ยวเมืองไทย 5 วัน 4 คืน ใช้เงินเฉลี่ยคนละ 30,000 บาท/ทริป โดยไม่รวมค่าช้อปปิ้ง จึงนับว่าสูงเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงเป็นอันดับต้น ๆ ในอาเซียน และหากเพิ่มตลาดคุณภาพและนักท่องเที่ยวหรูหรามากขึ้นจะยิ่งทำให้รายได้เข้าเมืองไทยเติบโตสูงขึ้นอย่างแน่นอน

ผอ.นภสรกล่าวว่า หากผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยสนใจเจาะตลาดเวียดนามให้สำเร็จควรไปพบปะคู่ค้าในเวียดนามบ่อยๆ ใช้กลยุทธ์รวมตัวกันทำเป็นแพ็กไปเสนอขายโดยมีห้องพักโรงแรม ตั๋วโดยสารของสายการบิน บริษัทนำเที่ยว หรือคูปองเข้าชมการแสดงโชว์วัฒนธรรม มวยไทย ซึ่งสามารถขอคำแนะนำจากกองตลาดอาเซียน ททท.สำนักงานใหญ่กรุงเทพฯ หรือ ททท.โฮจิมินห์ ได้

ล่าสุด ททท.โฮจิมินห์ ร่วมมือกับนายมานพชัย วงศ์ภักดี เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงฮานอย หัวหน้าทีม ไทยแลนด์ ทูตพาณิชย์ สายการบางกอกแอร์เวย์ส การบินไทย สร้างความยิ่งใหญ่ในการจัดงาน THAILAND FEST 2017” ณ สวนสาธารณะ ท้ง เญิด กรุงฮานอย ต่อเนื่อง 2 วัน ระหว่าง 30 กันยายน – 1 ตุลาคม 2560 ซึ่งทาง ททท.ทุ่มทุนสร้างเวทีมวยไทยพร้อมจัดแสดงและแข่งขันชกมวยไทยอย่างถูกต้องตามศิลปะไทยวันละ 2 รอบ

ผลปรากฎว่ากระแสแฟนคลับชาวเวียดนามและต่างชาติที่พำนักอยู่ในเวียดนามตอบรับดีมาก มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 30,000 คน ส่งผลให้สินค้าไทยหมวดต่างๆ ที่นำไปจำหน่ายภายในงาน ทั้งผลิตภัณฑ์แฟชั่นผ้าไทย ข้าวฮาง เนื้อโพนยางคำสกลนคร อาหารไทย สินค้าอุปโภคบริโภคไทย การแสดงวัฒนธรรมไทยจากสะบันงา ราชภัฎสกลนคร ได้รับความสนใจอย่างคับคั่ง

อนาคตตลาดเวียดนามมาท่องเที่ยวเมืองไทยจะสดใสทั้งเรื่องรายได้และกำลังซื้อกลุ่มคุณภาพหลั่งไหลเข้ามาต่อเนื่องตลอดปี 2561 อย่างแน่นอน

เรื่องโดย…เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน :บล็อกเกอร์ gurutourza