ก.เกษตรฯ…ชงปั้น “ปลากัด” เป็นสัตว์น้ําประจําชาติ พร้อมเสริมศักยภาพเกษตรกรไทยสู่ผู้ประกอบการ SMEs 4.0

23.11.17 | 18:17 น.

ก. เกษตรฯ เตรียมปั้น ปลากัด เป็นปลาประจําชาติ สร้างอัตลักษณ์ให้สัตว์น้ำ สวยงามไทย พร้อมขับเคลื่อนการสร้างสรรค์ธุรกิจด้วยนวัตกรรมผ่านการพัฒนาผู้ประกอบการใหม่ ภายใต้ ความร่วมมือระหว่างกรมประมงและสสว. ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าจากสินค้าและผลิตภัณฑ์ปีละ กว่าร้อยล้านบาท


นายสัตวแพทย์ธนิตย์ เอนกวิทย์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ได้ให้ความสําคัญในการยกระดับและส่งเสริมการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันสินค้า ภาคการเกษตรของไทยภายใต้แนวคิดไทยแลนด์ 4.0 โดยสนับสนุนให้เกษตรกรได้พัฒนาศักยภาพในการผลิต สินค้าเกษตรที่มีคุณภาพตอบโจทย์ความต้องการของตลาด พร้อมนํานวัตกรรมเข้ามาร่วมขับเคลื่อนเพื่อสร้าง มูลค่าเพิ่ม ซึ่งปัจจุบันสินค้าปลาสวยงามของไทยเป็นหนึ่งในสินค้าเกษตรที่ยังมีแนวโน้มการขยายตัวในตลาด ส่งออกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ “ปลากัด” ซึ่งไทยมีปัจจัยพื้นฐานทั้งในด้านพร้อมของศักยภาพการเลี้ยงและ การพัฒนาสายพันธุ์เป็นอย่างดีจนเป็นที่ยอมรับและมีชื่อเสียงในระดับสากล

Advertisement

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ เล็งเห็นศักยภาพดังกล่าว จึงเตรียมผลักดันให้ปลากัดเป็นสัตว์น้ําประจําชาติ ซึ่งเป็นแสดงถึง อัตลักษณ์ให้ สัตว์น้ําสวยงามไทย ที่มีตํานานเกี่ยวพันกับวิถีชีวิตสังคมและวัฒนธรรมไทยมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา รวม ระยะเวลานานกว่า 667 ปี จนถึงปัจจุบันยังคงมีการสืบสานการเลี้ยงปลากัดในแทบทุกจังหวัด ทั้งการเลี้ยงเพื่อ อนุรักษ์สายพันธุ์ การเลี้ยงเป็นงานอดิเรกและใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ซึ่งเป็นการสานสัมพันธ์ของคนใน ครอบครัวและชุมชน

ขณะเดียวกันยังมีการพัฒนาปรับปรุงสายพันธุ์และขยายสู่เชิงพาณิชย์ สามารถสร้างอาชีพ หลักและสร้างรายได้เสริม ตลอดจนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน นํารายได้เข้าประเทศปีละไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท

นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง กล่าวเพิ่มเติมในรายละเอียดว่า “ปลากัด” เป็นสัตว์น้ํา สวยงามชนิดหนึ่งที่กรมประมงได้ต่อยอดพัฒนายกระดับการผลิตและการตลาดอย่างต่อเนื่องภายใต้ ยุทธศาสตร์ปลาสวยงาม ปี 2556-2560 โดยได้มีการพัฒนาระบบการผลิตสู่มาตรฐาน พัฒนาสายพันธ์ให้มี ความหลากหลาย อาทิเช่น ปลากัดสีเดี่ยว ปลากัดหม้อหางคู่ ปลากัดหางคู่ยาว (หางกรรไกร) ปลากัดฮาฟมูน หางคู่ ปลากัดฮาฟมูนยักษ์ ปลากัดหม้อคราวเทล ปลากัดคราวเทล ปลากัดหม้อฮาฟมูนหูช้าง และปลากัดจีน เป็นต้น พร้อมสนับสนุนการรวมกลุ่มการผลิตและสร้างเครือข่าย ส่งเสริมการซื้อขายผ่านระบบตลาดออนไลน์ เปิด โอกาสและเพิ่มช่องทางการจําหน่ายสู่ตลาดโลก โดยปัจจุบันมีตลาดที่สําคัญ ได้แก่ จีน สหรัฐอเมริกา และ สิงคโปร์ ซึ่งมูลค่าการส่งออกมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี และเพื่อเป็นการสนับสนุนให้เกษตรกร ผู้เพาะเลี้ยงปลา กัดรายย่อยสามารถต่อยอดกิจการเชิงพาณิชย์มากยิ่งขึ้น

กรมประมงจึงร่วมกับสํานักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาด กลางและขนาดย่อม (สสว.) ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการพัฒนาผู้ประกอบการใหม่ “START UP” 2561 ซึ่งจะทําให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลากัดสามารถก้าวสู่ผู้ประกอบการ 4.0 ที่มีศักยภาพสามารถเริ่ม ต้นธุรกิจด้วยความคิดสร้างสรรค์ได้มากขึ้น “การประกาศให้ปลากัดเป็นสัตว์น้ําประจําชาติ นอกจากจะเกิดการพัฒนาและอนุรักษ์ปลากัดให้อยู่คู่ บ้านคู่เรือนคนไทยอย่างยั่งยืนสืบไปแล้ว คาดว่า จะเกิดการต่อยอดพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative economic) โดยมีการสร้างนวัตกรรมสินค้าและบริการต่อยอดจากเทรนด์ (Trend) ปลากัดป้อนเข้าสู่ตลาด เพิ่มมากขึ้น เช่น เคสโทรศัพท์ พวงกุญแจ แก้วกาแฟ ผ้าพันคอ หมอน เสื้อผ้า กระเป๋า แฟชั่นคอลเลคชั่นปลา กัดไทย เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านลายปลากัด และแสตมป์ เป็นต้น ซึ่งอาจเป็นสินค้าสร้างสรรค์ส่งออก ไปต่างประเทศเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต” อธิบดีรมประมง กล่าว