ดีแทคชี้ 4 กลยุทธ์ปั้น “คนพันธุ์ดิจิทัล” เสริมพลังขับเคลื่อนสู่ “ผู้นำองค์กรดิจิทัล 2020”

28.11.17 | 16:51 น.

เพราะการสร้างสรรค์และพัฒนาอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีทำให้โลกวันนี้กลายมาเป็น “โลกดิจิทัล” ปฏิเสธไม่ได้ว่า ถึงเวลาที่ทุกธุรกิจจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่สู่การเป็น “องค์กรดิจิทัล” เพื่อให้รับมือและสามารถแข่งขันทางธุรกิจเพื่อความอยู่รอดบนโลกยุคใหม่


เมื่อองค์กรพร้อมที่จะเปลี่ยน เฟืองจักรสำคัญที่จะทำให้เป็นไปตามเป้าหมายก็คือ “พนักงาน” เพราะนั่นคือพลังในการขับเคลื่อนสู่การเป็น “องค์กรดิจิทัล” อย่างสมบูรณ์แบบ

หนึ่งในธุรกิจที่วางโรดแมปการเป็นองค์กรดิจิทัลและให้ความสำคัญกับ “บุคลากร” อย่าง บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค โดย นาฏฤดี อาจหาญวงศ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานบริหารทรัพยากรบุคคล อธิบายถึงแนวทางการปรับองค์กร การเฟ้นหาและการบริหารบุคลากร เพื่อให้สอดรับกับธุรกิจที่เปลี่ยนผ่านไปสู่ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่น ซึ่งดีแทคลงมือทำมาเป็นเวลา 2 ปีแล้วเพราะต้องการเป็น “ผู้ให้บริการด้านดิจิทัลที่ดีที่สุดในเมืองไทย”

นาฏฤดีบอกว่า จากการศึกษาโดย ม.ออกซ์ฟอร์ด ระบุว่า เทคโนโลยีและหุ่นยนต์จะทำให้ตำแหน่งงานในตลาดของประเทศที่พัฒนาแล้วหายไปถึง 47% ภายใน 25 ปีข้างหน้า ขณะเดียวกัน 55% ของบริษัททั่วโลกจะเกิดความเหลื่อมล้ำทางทักษะดิจิทัลของพนักงานในองค์กรและจะขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ พร้อมๆ กับงานด้านเทคโนโลยีที่ยังคงเป็นที่ต้องการ และคาดว่าจะเกิดภาวะขาดแคลนแรงงานด้านเทคโลยีถึง 30% ในปี 2563

Advertisement

“สำหรับดีแทคเอง นับจากนี้ไปจนถึงปี 2020 ต้องการผู้ร่วมงานมากกว่า 200 ตำแหน่งที่เป็น “คนดิจิทัล” หรือมีทักษะในด้านดิจิทัล การเฟ้นหาและการบริหารบุคลากรเหล่านี้จึงเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง องค์กรก็จะต้องปรับหรือเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างแรงจูงใจให้คนดิจิทัลมาร่วมงาน จึงได้มีการวางกลยุทธ์ดังนี้

1.ปรับรูปแบบโครงสร้างองค์กรให้คล่องตัว ลดขั้นตอนเพื่อให้ตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว เปิดโอกาสให้เกิดการโอนย้ายกับทำงานระหว่างหน่วยธุรกิจภายใต้เทเลนอร์ 2.สร้างวัฒนธรรมองค์กร ให้มีลักษณะการทำงานที่เน้นการสร้างผลงานมากกว่าการทำงานแบบกิจวัตร 3.ส่งเสริมให้มีทักษะและความคิด ทั้งทักษะความรู้และทักษะเชิงอารมณ์ เช่น การเขียนโค้ด การวิเคราะห์บิ๊กดาต้า ความคิดสร้างสรรค์ 4.สร้างเส้นทางพนักงานดิจิทัล กระตุ้นให้ใช้ชีวิตแบบดิจิทัลในออฟฟิศ เช่น ใช้มือถือชำระค่าอาหาร เครื่องดื่ม หรือสินค้าต่างๆ ในดีแทคช็อป รวมถึงโปรแกรมหลักสูตรออนไลน์เพื่อให้พนักงานได้เรียนรู้ด้วยตัวเองผ่านดีแทค อคาเดมี และเทเลนอร์ แคมปัส”

นาฏฤดียังบอกอีกว่า มี 6 อย่างที่เป็นพฤติกรรมของคนดิจิทัล อย่างแรกคือ ต้องการทำงานในองค์กรที่มีลักษณะงานเป็นโปรเจ็กต์ไม่ใช่รูทีนเพราะการทำซ้ำๆ นานๆ เป็นเรื่องที่น่าเบื่อ อย่างที่สองคนดิจิทัลเป็นมนุษย์ที่หวังผลสำเร็จ ต้องการทำงานที่มีคุณค่าและภูมิใจในความสำเร็จซึ่งเป็นผลงานของเขา ไม่ใช่ภูมิใจในชื่อเสียงขององค์กร อย่างที่สามคนดิจิทัลมีความฝันอยากจะเป็นสตาร์ทอัพ หรือถ้าองค์กรใดสามารถให้ผลตอบแทนคืนกลับในลักษณะเป็นเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาได้จะเป็นที่ดึงดูดใจคนดิจิทัลอย่างมาก

อย่างที่สี่สถานที่สำหรับทำงานที่มีสภาพแวดล้อมไม่เป็นทางการจะเป็นที่โปรดปรานยิ่งของคนดิจิทัล หากเป็นออฟฟิศก็จะต้องเป็นโอเพ่น สเปซ มีพื้นที่ให้พนักงานนั่งรวมกัน อย่างที่ห้าคนดิจิทัลจะชอบทำงานข้ามแผนกข้ามประเภท บางครั้งก็ข้ามบริษัทเพราะต้องการความหลากหลาย สุดท้ายอย่างที่หก เนื่องจากคนดิจิทัลไม่ชอบทำงานซ้ำๆ เดิมๆ จึงแฮปปี้อย่างยิ่งที่จะได้มีโอกาสเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ตลอดเวลา

“ดีแทคให้ความสำคัญและลงทุนเกี่ยวกับการพัฒนาบุคลากร มั่นใจว่าสามารถพัฒนาทักษะพนักงานให้พร้อมที่จะรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต นอกจากนี้ยังมั่นใจว่าเป็นองค์กรที่มีแรงจูงใจให้คนดิจิทัลมาร่วมงานรวมถึงสามารถรักษาไว้ เพื่อให้เป็นตามเป้าหมายการเป็นผู้นำองค์กรดิจิทัลอย่างสมบูรณ์แบบในปี 2020”