ททท.ปลุกกระแสเที่ยวชุมชนวิถีไทยเก๋ไก๋ยั่งยืน “Go North Thailand”สร้างเงิน1.34แสนล้าน

30.11.17 | 14:56 น.

การเดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศ เพื่อขจัดความยากจนตามนโยบายรัฐบาล “พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” มุ่งให้เกิดการ “กระจายรายได้” ปีละเกือบ 3 ล้านล้านบาท ลงสู่”ชุมชน” ให้มากที่สุด ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2560 “ดร.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์” เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะถือธงนำนโยบายการท่องเที่ยวโดยชุมชนเป็นนโยบายหลักพัฒนาการท่องเที่ยวทั่วประเทศให้มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน


ขณะที่ “ดร.ยุทธศักดิ์ สุภสร” ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้จัดทำโครงการ Village Tourism 4.0 นำร่องมาตลอดปี 2560 พร้อม ๆ กับวางแผนแม่บทให้สำนักงาน ททท.ทั้ง 5 ภูมิภาค เหนือ ใต้ อีสาน ตะวันออก ภาคกลาง ต่อยอดขยายเครือข่ายตลาดการท่องเที่ยวชุมชนเข้มแข็งปี 2561

@”แอ่วเหนือครั้งใหม่”สร้างชุมชนมั่งคั่ง1.34แสนล้าน

“นางสมฤดี จิตรจง” ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคเหนือ ททท.เปิดเผยว่าได้ระดมผู้อำนวยการททท.สำนักงานในภาคเหนือทั้ง 10 แห่ง 17 จังหวัด ร่วมกันจัดทำโครงการ “แอ่วเหนือครั้งใหม่ ไม่เหมือนเดิม –Go North Thailand” จุดประกายการขายท่องเที่ยวชุมชนและสถานที่สำคัญที่โดดเด่นภายใต้แคมเปญหลัก “เหนือฝันล้านแรงบันดาลใจ” ในธีม “แอ่วเหนือครั้งใหม่ ไม่เหมือนเดิม” ปลุกกระแสคนไทยและต่างชาติเดินทางเที่ยวภาคเหนือเพิ่มรายได้ในปี 2561 ให้เข้าเป้า 134,800 ล้านบาท เพิ่มสูงสุดถึง 8.7 %

Advertisement

ททท.ภูมิภาคภาคเหนือ จะใช้กลยุทธ์ทำรายได้เข้าเป้าปี 2561 เพิ่มขึ้นอีก 8.7  % จากการผลักดันผ่าน6 กลยุทธ์ ได้แก่ 1.กระจายเชิงพื้นที่และเวลา 2.เพิ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มศักยภาพสูงด้วยการสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวให้เข้าไปสัมผัส Local Experience ผ่านวิถีการบิน 3.ทั้งภาคเหนือพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวครอบคลุมทุกกลุ่มหรือ Tourism for All ผู้สูงวัย คนพิการ วัยรุ่น ครอบครัว 4.สร้างสรรค์เรื่องราวการท่องเที่ยวเชิงมูลค่า 5.สร้างกิจกรรมส่งเสริมการเป็นเจ้าบ้านที่ดี และ 6.Go North Thailandเที่ยวเหนือครั้งใหม่ ไม่เหมือนเดิม

นำเสนอโปรดักซ์ท่องเที่ยว 8 แรงบันดาลใจ ประกอบด้วย 1.โครงการหลวง โครงการพระราชดำริ 2.ชุมชนตามวิถีชีวิตท้องถิ่นทั้งภาคเหนือตอนบนและตอนล่าง สร้างมิตรภาพและธุรกิจ 3.เมืองดอกไม้นานาพันธุ์ตามท้องถิ่นต่าง ๆ ที่น่ามหัศจรรย์คือ ดอกกระเจียวยักษ์ จังหวัดตาก 4.ผ้าพื้นเมือง ภาคเหนือมีทั้งผ้าเอกลักษณ์ล้านนาและผ้าไทยเหมาะกับคนรุ่นใหม่ สามารถทำ D.I.Y. 5.อาหารถิ่น 6.ธรรมมะ ภาคเหนือมีวัดสถานที่ปฏิบัติธรรม อาทิ ไร่เชิงตะวัน และอื่น ๆ ซึ่งมีคนรุ่นใหม่นิยมเข้ามาปฏิบัติธรรมพร้อมกับท่องเที่ยวช่วยเติมเต็มช่วงนอกฤดูท่องเที่ยว

7.ท่องเที่ยวเชิงผจญภัย ตอนนี้กำลังนิยมคือ Tree Top Walk การเดินบนสะพานแขวนเหนือผืนป่า โดย ททท.จะจับมือกับสายการบินท้าภาคอื่นมาเดินลอยฟ้า 8.ธรรมชาติ ภาคเหนือมีสถานที่สวยงามตลอดฤดู โดยเฉพาะหน้าฝน อาทิ กว๊านพะเยา ช่วงฝนตกมีไอน้ำส่วยงาม ทะเลหมอก หรือภาพวิถีชีวิตการยกยอในแม่น้ำลำคอลง หรือทุ่งนาเขียวขจี

ควบคู่การพัฒนา “โลจิสติกส์” การคมนาคมขนส่งส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งภาคเหนือ สามารถเดินทางบกหรือทางถนน ต้องขอให้ภาครัฐสนับสนุนนโยบายความปลอดภัย ส่วนทางอากาศหรือเครื่องบิน ปัจจุบันภาคเหนือมี 10 สนามบิน ทุกฝ่ายจะร่วมมือกันขยายสนามบินเพื่อจูงใจให้สายการบินเปิดเที่ยวบินตรงเข้าสู่พื้นที่อย่างต่อเนื่องทุกฤดู

@เชียงรายเน้นมูลค่าดัน35ชุมชนแจ้งเกิด5ปีหน้า

นายเลิศชาย หวังตระกูลดี” ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงราย กล่าวว่าในปี 2561 เชียงรายเป็นต้นแบบการท่องเที่ยวยั่งยืนจึงมุ่งเน้นพัฒนาตลาการท่องเที่ยวในมุมใหม่ด้วยการเพิ่มมูลค่าโดยศิลปะแปลกตาเพิ่มมากขึ้น เทศกาลช่วงฤดูหนาว ทะเลหมอก ดอกไม้ต่าง ๆ ศิลปวัฒนธรรม ใหม่ ๆ ที่แตกต่างจากเดิม  อีกทั้งอากาศจะหนาวเย็นกว่าจังหวัดอื่น ๆ 1-2 องศาเซลเซียส พุ่งเป้าสร้างจุดขายวิถีชุมชนทั้งการสร้างแหล่งท่องเที่ยวและรายได้เป็นเครือข่าย โดยบูรณาการทำงานร่วมกับท่องเที่ยวกีฬาจังหวัด สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชียงราย คัดเลือกไว้แล้ว 35 ชุมชน วางพัฒนาทีละชุมชนให้ยืนอยู่อย่างเข้มแข็งด้วยตนเองภายในเวลา 5 ปีข้างหน้า ตลอดการทำงานจะมีฝ่ายสินค้า กิจกรรม ททท.ส่วนกลาง เข้ามาช่วยออกแบบสินค้าท่องเที่ยว

เมื่อปี 2559 ได้พัฒนาชุมชนแรกบ้านแซว อำเภอแม่สาย ปี 2560 นำเสนอขายจนแจ้งเกิดแล้วมีรายได้ปีละกว่า 3 ล้านบาท  และติดอันดับหนึ่งใน Village Explorer สามารถทำเป็นเศรษฐกิจชุมชนสำเร็จแล้ว โดยมีแกน กระบวนการ และชาวบ้านสามารถดำเนินการได้ด้วยตนเอง

องค์ประกอบการทำตลาดชุมชนท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนนั้น ททท. เน้น 3 เรื่อง คือ 1.ต้องกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นอย่างทั่วถึง 2.ความเป็นอยู่ของสังคมทั้งชาวบ้านและนักท่องเที่ยวต้องสุขใจ 3.ความยั่งยืนเมื่อ ททท.ถอนตัวออกแล้วจะอยู่ได้ไม่มีปัญหาขยะ น้ำเสีย มลพิษ ตอนนี้ ททท.เชียงรายร่วมกับเครือข่ายกับอาหารปลอดภัย สสส.เน้นเรื่องอาหารปลอดภัย นำร้านแนะนำใหม่ ๆ เช่น เจ็ดพยาง ผักและวัตถุดิบปลอดสารเคมี แต่ราคาจะค่อนข้างสูงกว่าอื่น ๆ เล็กน้อย

ขณะเดียวกันในปี 2560 ได้ประชาสัมพันธ์ชุมชนแห่งที่สอง “บ้านปางห้า” หมู่บ้านที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นทำกระดาษสา จากนั้นจะทยอยทำให้ครบทุกชุมชน

ส่วนการทำตลาดต่างประเทศ ร่วมกับ ททท.สำนักงานในจีน เช่น มณฑลเฉินตู เดือนธันวาคมนี้จะขายเรื่องการหนีหนาว และเดือนมกราคม 2561 จะมีกลุ่มนักเรียนจีนมาจัดกิจกรรมชุมชนที่เชียงแสน ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาเชียงรายแต่ละปีมีประมาณ 25 % อันดับหนึ่งคือจีน ตามด้วยฝรั่งเศส เยอรมัน สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา  และคนไทย รวมแล้วมีนักท่องเที่ยวปีละ 3 ล้านคน แต่ที่น่าสนใจคือรายได้สูงถึงปีละ 24,000 ล้านบาท เปรียบเทียบกับจังหวัดอื่น ๆ อย่างพิษณุโลก จำนวนนักท่องเที่ยวปีละ 3 ล้านคน หรือนครราชสีมา มีนักท่องเที่ยวปีละ 9 ล้านคน แต่มีรายได้เพียงปีละ 16,000 ล้านบาทเท่านั้น

ปี 2561 ททท.เชียงราย ททท.กรุงโซล ร่วมการท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย ทำแผนเสนอทางสายการบินเจจู กับทีเวย์สแอร์ บินตรงเปิดท่องเที่ยวเข้าชุมชน เป็นทิศทางใหม่ของโลว์คอสต์จะเน้นคุณภาพแทนปริมาณพร้อมเดินทางเข้ามาปีหน้า

สำหรับ ปี 2561 เชียงรายจะต้องเร่งทำปีการท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน สร้างรายได้เติบโตเพิ่มอีก 10 % ด้วยการกระตุ้นยอดช้อปปิ้ง ในฐานะเมืองขึ้นชื่อ แหล่งชา ขนม อาหารที่ทำเมนูศิลปะ รวมทั้งการทำเส้นทาง gastronomy ต้องเน้นมูลค่า ล่าสุดร่วมกับ low food native lab โดยใช้อาหารพื้นเมืองทำเป็นฟิวชั่นขายเป็นเซ็ต แล้วใส่เรื่องราวเข้าไปตอนนี้มีนักท่องเที่ยวเข้าคิวจองยาวข้ามปี รวมทั้งตอนนี้ยังได้คัดเยาวชนจากแต่ละชุมชนมาเรียนรู้เรื่องเทคโนโลยีเรื่องอาหารท้องถิ่น low food native lab เพื่อทำให้เกิด “มูลค่า” อาหารแต่ละจานหรือแต่คอร์สที่เลือกรับประทานอาจจะไปถึงมื้อละ 5,000 บาท

ส่วนแหล่งท่องเที่ยว “แอ่วเหนือครั้งใหม่ ไม่เหมือนเดิม” ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูง ได้แก่ “หอศิลป์ไตยวน” โดยศิลปินนักเขียนภาพลายจุดจากดินสอและปาก อ.ฉลอง พินิจสุวรรณ “วัดห้วยปลากั้ง” เมื่อได้สักการะจะเสมือนได้เดินขึ้นสู่สวรรค์ ภายในบริเวณมีเจ้าแม่กวนอิมขนาดองค์สูงสุด 79 เมตร และมีเจดีย์เก้าชั้น ประดิษฐานพระพุทธรูปและพระอรหันต์ต่าง ๆ  “วัดร่องเสือเต้น” ศิลปะใหม่สีน้ำเงินสะท้อนแห่งภูมิปัญญาทางศาสนา

ขณะที่“แหล่งท่องเที่ยวชุมชน” บนพื้นราบที่กำลังมาแรงก็มี “สวรรค์บนดิน ฟาร์ม สเตย์” แหล่งปลูกพืชออร์แกนิกที่ศิลปินคนรุ่นใหม่อย่างคุณโตได้ออกแบบนำสมุนไพรไทยมาปรุงเป็น “ศิลปะแห่งชาสุขภาพ” พร้อมกับคิดค้นคุ้กกี้โฮมเมดสูตรดั้งเดิมขายชิ้นละ 20 บาท จากนั้นก็ขึ้นดอยไปอำเภอแม่จัน “ชุมชนบ้านหล่อโย” ของ “โยธัน-ประกาศิต เขอร์มูกู” เด็กหนุ่มชาวอาข่าที่ลัดฟ้าไปศึกษาด้านการเกษตรจากอิสราเอลกลับมาพลิกชีวิตชาวชุมชนบนยอดเขา 65 ครอบครัว ให้กลายเป็นชุมชนท่องเที่ยวที่มีระบบบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ สะอาด ปลอดภัย เปิดบริการที่พักเป็นบ้านดินวิวพาโนรามา 18 หลัง อยู่ท่ามกลางหุบเขาในอ้อมกอดธรรมชาติ ราคาพักคืนละ 1,500-1,800 บาท และได้สร้างสรรเมนูอาหารถิ่นอาข่าเป็นโตกบริการนักท่องเที่ยวมื้อละ 300 บาท/คน

“ชุมชนภูฟ้าซาเจ๊ะดอยผาหมี” ผู้เฒ่าชาวเขาเผ่าอาขาที่อพยพจากยูนานมาอยู่ในดอยผาหมีที่นำการพลิกวิถีการปลูกฝิ่นหันมาปลูกกาแฟ เมื่อปี 2513 ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเสด็จไปพูดคุยกับเฒ่าซาเจ๊ะถึง 3 ครั้ง พร้อมพระราชทานพันธุ์พร้อมสัตว์เลี้ยงให้ชาวเขาแห่งนี้ กระทั่งกลายเป็นอาชีพหลักหล่อเลี้ยงชีวิตอย่างมีความสุขมาจนถึงทุกวันนี้

ที่ห้ามพลาดคือ “โครงการพัฒนาดอยตุงฯ “ อ.แม่ฟ้าหลวง ตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2560 เตรียมจัด “สีสันดอยตุง” เชิญชวนผู้ประกอบการชาวเขาเผ่าต่าง ๆ 6 ชนเผ่านำผลิตภัณฑ์มาจำหน่ายพร้อมกับอาหาร 50 ร้านขึ้นชื่อมาต้อนรับนักท่องเที่ยว มีกิจกรรมไฮไลต์เที่ยวเชิงผจญภัย Tree Top Walk เดินบนสะพานแขวนชมกาแฟป่าระยะทาง 300 เมตร ค่าบริการคนละ 150 บาท

“ชุมชนบ้านปางห้าโฮมสเตย์” เป็นหมู่บ้านทำกระดาษสา ในอดีตเคยส่งออกต่างประเทศเพื่อนำไปผลิตสินค้าแฟชั่นมากมาย ปัจจุบันชุมชนได้รวมกลุ่มกันเปลี่ยนเป็นแหล่งเรียนรู้การทำกระดาษสา ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจากรังไหมแบรนด์ CEILK โฮมสเตย์ ซึ่งมีอาหารถิ่นเสิร์ฟสารพัดเมนู ไฮไลต์คือ ข้าวแรมฟืน ขนมปาด และในเชียงรายยังมีร้านอาหารเก๋ ๆ ออกแบบสไตล์สวนอังกฤษเสิร์ฟอาหารถิ่น เต็มไปด้วยพืชผัก วัตถุดิบปลอดสารพิษ เมนูสารพัดสุขภาพ

ห้ามพลาด “แอ่วเหนือครั้งใหม่ ไม่เหมือนเดิม” เที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋ อย่างยั่งยืน

เรื่องและภาพโดย : เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน