
ถือเป็นของขวัญปีใหม่สำหรับคนไทย หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ประกาศลดหย่อนภาษีท่องเที่ยวเมืองรอง 15,000 บาทตลอดปี 2561 ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 จนถึง 31 ธันวาคม 2561
โดย ครม.มีมติเห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง ในภาคเหนือ ได้แก่ เชียงราย พิษณุโลก ตาก เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ สุโขทัย ลำพูน อุตรดิตถ์ ลำปาง แม่ฮ่องสอน พิจิตร แพร่ น่าน กำแพงเพชร อุทัยธานี พะเยา, ภาคอีสาน ได้แก่ อุดรธานี อุบลราชธานี หนองคาย เลย มุกดาหาร บุรีรัมย์ ชัยภูมิ ศรีสะเกษ สุรินทร์ สกลนคร นครพนม ร้อยเอ็ด มหาสารคาม บึงกาฬ กาฬสินธุ์ ยโสธร หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ, ภาคกลาง ได้แก่ ลพบุรี สุพรรณบุรี นครนายก ราชบุรี สมุทรสงคราม ชัยนาท อ่างทอง สิงห์บุรี และภาคตะวันออก ได้แก่ สระแก้ว ตราด จันทบุรี ปราจีนบุรี รวมทั้งหมด 55 จังหวัด ซึ่งนักท่องเที่ยวชาวไทยสามารถนำค่าใช้จากการท่องเที่ยวในจังหวัดดังกล่าวมาคิดเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อลดหย่อนภาษีได้ตามจริงสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้กล่าวถึงสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางท่องเที่ยวในเมืองรอง ในงานแถลงข่าวเปิดตัวแคมเปญ “Amazing Thailand Go Local หรือ เที่ยวท้องถิ่นไทย ชุมชนเติบใหญ่ เมืองไทยเติบโต” เมื่อวันก่อน ว่า ถ้าเป็นนิติบุคคล สามารถหักรายจ่ายได้ถึง 2 เท่า เมื่อมีรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับการจัดอบรมสัมมนาในเมืองรอง ไม่ว่าจะเป็น ค่าห้องสัมมนา ค่าห้องพัก ค่าขนส่ง หรือรายจ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการอบรมสัมมนาที่บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนบุคคล ได้จัดขึ้นให้แก่ลูกจ้าง รวมไปถึงรายจ่ายที่ได้จ่ายให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์
หากเป็นบุคคลธรรมดา สามารถหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามจำนวนที่จ่ายจริง ที่ใช้จ่ายในการท่องเที่ยวเมืองรองซึ่งประกอบไปด้วย ค่าโรงแรม ค่าโฮมสเตย์ และค่าบริการ โดยโรงแรมนั้นๆ จะต้องจดทะเบียนผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม, โฮมสเตย์ต้องได้รับการรับรองมาตรฐานโฮมสเตย์ไทยตามที่กรมการท่องเที่ยวกำหนด, และค่าบริการ ต้องเป็นค่าบริการของบริษัทนำเที่ยวที่จดทะเบียนผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สำหรับการ
เดินทางท่องเที่ยวในเมืองรอง หรือท่องเที่ยวในเมืองรองร่วมกับจังหวัดที่ไม่ใช่จังหวัด 55 เมืองรอง ตามเส้นทางท่องเที่ยวที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยเอกสารที่จะนำมาลดหย่อนภาษี ต้องระบุชื่อ จำนวนเงิน วันเดือนปีที่จ่ายเงินจากผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมหรือโฮมสเตย์ และสามารถใช้ได้ทั้งใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบและใบเสร็จรับเงิน
ทั้งนี้ จากมาตรการภาษีดังกล่าว ล่าสุด ททท.ก็ได้ปลุกกระแสการเดินทางท่องเที่ยวเมืองรอง สร้างบรรยากาศและสีสันทางการท่องเที่ยว ผ่านแคมเปญ “Amazing Thailand Go Local หรือ เที่ยวท้องถิ่นไทย ชุมชนเติบใหญ่ เมืองไทยเติบโต” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวบนพื้นฐานอัตลักษณ์วิถีไทย ลดความเหลื่อมล้ำของรายได้ และให้เกิดการกระจายตัวของนักท่องเที่ยวในเมืองรองมากขึ้น
นายยุทธศักดิ์ เปิดเผยว่า แคมเปญ “เที่ยวท้องถิ่นไทย ชุมชนเติบใหญ่ เมืองไทยเติบโต” ได้อัดแน่นด้วยกิจกรรม ที่ทั้งชวนให้ได้เที่ยวชุมชน ได้ลุ้น และได้แต้ม โดยทุกการใช้จ่าย ไม่ว่าจะในร้านประชารัฐสุขใจ สถานีบริการน้ำมัน ร้านอาหาร ร้านค้าชุมชน สามารถสะสมแต้มผ่านระบบออนไลน์เพื่อรับ e-Coupon ใช้เป็นส่วนลดสำหรับซื้อสินค้าและบริการตลอดเส้นทางท่องเที่ยวไปยังชุมชนและเมืองรอง หรือจะเก็บแต้มไว้แลกรางวัลเดินทางท่องเที่ยวต่อและชิงโชคปลายปีก็ได้
นอกจากนี้ ภายใต้แคมเปญดังกล่าว ยังได้ระดมอาหารที่เป็นอาหารถิ่นใหม่ๆ ที่ใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่น ผ่านกิจกรรม Eat Local Week ในทุกภาค ควบคู่ไปกับสนับสนุนกิจกรรมชุมชนบนพื้นฐานของวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่น กระจายทุกพื้นที่ ทุกสัปดาห์ รวมทั้งส่งเสริมให้มีการขายรายการนำเที่ยวประเภท Local Food Tours เพื่อให้ได้ไปเยี่ยมชมแหล่งผลิต แหล่งวัตถุดิบด้านอาหาร ตะลุยกินอาหารถิ่น ที่ย้ำว่าทุกการใช้จ่ายนั้นสามารถสะสมคะแนนและรับสิทธิพิเศษมากมาย เช่น ชิงรางวัลรับประทานอาหารในร้านที่ได้ดาวมิชลินของไทย เป็นต้น
อีกทั้ง ยังเตรียมเปิดเส้นทางท่องเที่ยวเมืองรองหลากหลายรูปแบบ อีกกว่า 80 เส้นทาง ที่สามารถดาวน์โหลดใช้งานได้ฟรี อาทิ เส้นทาง Green ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เส้นทางจักรยาน เส้นทางท่องเที่ยวเลาะชายแดน และการออกแบบเส้นทางใหม่ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยว เช่น เส้นทางงานฝีมือ เกษตรกรรม ผจญภัย ธรรมชาติ วิถีชีวิต อาหาร และที่มีเรื่องราว เพื่อให้มีการเดินทางทั้งแบบผ่านบริษัทนำเที่ยว และออกแบบการเดินทางด้วยตัวเอง (FIT) ที่ไม่ว่าจะท่องเที่ยวเชื่อมโยงเมืองหลักสู่เมืองรอง ท่องเที่ยว 55 เมืองรอง หรือท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่างเมืองรองและเมืองรอง จะเที่ยวแบบไหนก็เป็นเรื่องง่าย
ไม่เพียงเท่านั้น ททท.ยังได้จัดทำหนังสือคู่มือแนะนำเส้นทางท่องเที่ยว พร้อมรายชื่อผู้ประกอบการ ที่พัก โรงแรม โฮมสเตย์ที่สามารถนำใบเสร็จมาลดหย่อนภาษีได้ ซึ่งคาดว่าจะสามารถนำมาแจกแก่ผู้สนใจภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 นี้ อีกด้วย
ถือเป็นอีกหนึ่งแคมเปญใหญ่ของการเริ่มต้นศักราชใหม่ ที่มีการคาดการณ์ว่าจะช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวเข้าสู่เมืองรองและชุมชนไม่น้อยกว่า 10 ล้านคน โดยจะเป็นการปรับสัดส่วนนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและคนต่างชาติในพื้นที่เมืองหลักต่อเมืองรอง จาก 70:30 เป็น 65:35 ในปี 2561 อีกทั้งกระจายโอกาสในเชิงรายได้จากการท่องเที่ยวให้ลงสู่เศรษฐกิจฐานรากไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท
และคาดว่าจะช่วยสร้างบรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวไปยังเมืองรองและชุมชนอย่างคึกคักและต่อเนื่อง ซึ่งสนับสนุนนโยบายมาตรการภาษีการท่องเที่ยวเมืองรอง ตลอดจนเป็นเครื่องมือกระตุ้นให้เกิดการเตรียมความพร้อมและพัฒนาพื้นที่สู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสมดุลในทุกมิติอย่างยั่งยืนด้วย

