“คิง เพาเวอร์” ผู้นำค้าปลีกเพื่อท่องเที่ยวเทรนด์ใหม่ปีจอ “สมคิด” ปลื้มนำชุมชนเข้าตลาดโลก-จ่ายคืนรัฐกว่าแสนล้าน

19.01.18 | 16:11 น.

กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ จัดได้ยิ่งใหญ่ในงาน Grand Opening : The New King Power Rangnam : Explore Endless Journey เปิด “คิง เพาเวอร์ คอมเพล็กซ์ รางน้ำ”  เมื่อค่ำคืนวันที่ 18 มกราคม 2561 สอดคล้องกับการลงทุนกว่า 2,500 ล้านบาท เนรมิตใหม่ในพื้นที่กว่า 22,000 ตารางเมตร ให้กลายเป็นสัญลักษณ์ใหม่แห่งกรุงเทพมหานคร ผู้นำธุรกิจค้าปลีกในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของคนไทยก้าวสู่ความภาคภูมิใจ สร้างชื่อเสียงในระดับโลก ภายใต้คอนเซ็ปต์ Expolre Endlessly Jouney -การค้นพบไม่มีวันสิ้นสุด โดยได้แต่งตั้ง “ฟ่าน ปิงปิง” ดาราฮอลลีวู้ดชื่อดังเป็น Global Ambassador ตลอดปี 2561 เพื่อทำให้ทั่วโลกรู้จักประเทศไทยและการท่องเที่ยวอย่างแพร่หลายเป็นวงกว้างมากขึ้น นำรายได้เข้าประเทศเพิ่มตามเป้าหมายของรัฐบาล


กลุ่มคิง เพาเวอร์ ได้ตอกย้ำถึงการดำเนินธุรกิจค้าปลีกเพื่อการท่องเที่ยวมาตลอด 28 ปี ได้สร้างเม็ดเงินเข้าประเทศรวมมูลค่านับล้านล้านบาท ประการสำคัญ จุดเริ่มต้นเปิดกิจการร้านค้าปลอดอากร (duty free) มาตั้งแต่ปี 2532 ในอาคารมหาทุนพลาซ่า กระทั่งปี  2549 ได้ย้ายมาเปิดสำนักงานใหญ่บริเวณรางน้ำ ขยายแนวธุรกิจดิวตี้ฟรีแบบครบวงจรทั้งในเมือง (duty free downtown) ในท่าอากาศยานนานาชาติ (duty free Airport) และบนเครื่องการบินไทย (duty free onbroad) จากนั้นในปี 2553 เริ่มเข้าไปลงทุนทางด้านกีฬาอย่างเต็มตัวด้วยการซื้อสโมสรฟุตบอลเก่าแก่ที่สุดในอังกฤษ “เลสเตอร์ ซิตี้” ล่าสุดปี 2560 ซื้อสโมสรฟุตบอล OHL ในเบลเยียมเพิ่มอีกแห่ง เพื่อเป็นช่องทางพัฒนาเยาวชนไทยได้ใช้เป็นศูนย์ฝึกทักษะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ สร้างโอกาสใหม่ก้าวสู่นักเตะแถวหน้าของโลกในอนาคต

กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ได้นำเสนอต่อผู้เข้าร่วมฉลองความสำเร็จในงาน Grand Opening : The New King Power Rangnam ในฐานะผู้ให้บริการร้านค้าปลอดอากร สนับสนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยอย่างจริงจัง  ภาคภูมิใจในการมีส่วนช่วยประเทศ สร้างรายได้เข้าประเทศ สร้างงาน สร้างอาชีพ พร้อมทั้งยังชำระค่าตอบแทนภาครัฐที่เกี่ยวข้องกว่า 80,000 ล้านบาท และจ่ายภาษีคืนรัฐ 25,000 ล้านบาท รวมแล้วจ่ายไปกว่า 100,000 ล้านบาท อีกทั้งยังเดินหน้าสนับสนุนสินค้าของคนไทยทางช่องทางเอสเอ็มอีและระดับชุมชนนำสินค้ามาขายก้าวสู่ตลาดสากลต่อไป

ปัจจุบันกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ มีคู่ค้าผู้ผลิตสินค้าไทยที่เข้ามาวางจำหน่ายในดิวตี้ฟรีกว่า 1,100 ราย และคิง เพาเวอร์มียอดสั่งซื้อสินค้าชุมชนไทยตั้งแต่ปี 2532 มูลค่ารวมถึง 50,000 ล้านบาท

Advertisement

ปัจจุบัน คิง เพาเวอร์ ได้รับการจัดอันดับให้มียอดขายหมุนเวียนสูงอันดับ 7 ของโลก แต่สิ่งที่มีมากกว่านั้นคือบริษัทได้สนับสนุนสินค้าของคนไทยด้วยกัน สร้างรายได้ สร้างอาชีพ สร้างงานให้ชุมชน ช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย สร้างความภาคภูมิใจจนได้รับรางวัลทั้งในประเทศและทั่วโลกกว่า 100 รางวัล

ก้าวต่อไปของคิง เพาเวอร์ คือการสนับสนุนคนไทยให้ก้าวไกลสู่ระดับโลก ในฐานะบริษัทธุรกิจท่องเที่ยวของคนไทย ทำเพื่อคนไทย

“อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์  เปิดเผยว่า เดอะ นิว คิง เพาเวอร์ รางน้ำ เป็นร้านค้าปลอดอากรในเมืองและอยู่คู่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวมาอย่างยาวนาน และไม่ได้เป็นเฉพาะช่องทางยังทำให้สังคมโลก และเป็นการค้าระหว่างประเทศ ต่อยอดให้กับธุรกิจของไทยได้ทุกส่วน อีกทั้งยังเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามายังไทย ผนวกกับมีแหล่งท่องเที่ยว วัฒนธรรม อาหารที่อุดมสมบูรณ์ คนไทยจิตใจเป็นมิตร จึงทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์รวมความต้องการของคนทั่วโลกอยากแวะเวียนมาท่องเที่ยว ตามที่รัฐบาลให้ความสำคัญและให้การสนับสนุน ทางคิง เพาเวอร์ จึงตระหนักถึงความสำคัญของร้านค้าปลีกและการท่องเที่ยวที่จะเป็นพลังสำคัญทางเศรษฐกิจ

จึงพร้อมมุ่งมั่นสร้างคุณภาพทั้งเรื่องการลงทุน บุคลากร การตลาด แม้กระทั่งการพัฒนาสินค้าและบริการ ด้วยความมุ่งมั่นดังกล่าวจึงเป็นปัจจัยให้ลงทุนปรับปรุงร้านค้าปลอดอากรในเมืองครั้งใหญ่ ที่ คิง เพาเวอร์ คอมเพล็กซ์รางน้ำ เป็นการปรับโฉมภาพลักษณ์ให้ต่างจากเดิมโดยสิ้นเชิง เน้นพัฒนาเป็นร้านค้าปลอดอากรที่ผสมผสานไปกับบริการอื่นๆ ที่จะกระตุ้นนักท่องเที่ยวทั่วโลกและชาวไทยด้วยกัน มีทั้งร้านอาหาร ห้องรับรอง บริการฟรีรถชัตเติลบัส และสินค้าไทยต่างๆ โดยการสนับสนุนของหน่วยงานภาครัฐ ทั้งกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย เป็นการสร้างภาพลักษณ์แก่ร้านค้าปลอดอากรในเมือง อีกทั้งภายในร้านยังเต็มไปด้วยเทคโนโลยีทันสมัย รวมถึงความหรูหรา ความสะดวกสบายทางบริการ ครอบคลุมทุกมิติ ภายใต้คอนเซ็ปต์แนวคิด Explore Endlessly Jouney เพื่อตอบสนองความต้องการนักท่องเที่ยว นักเดินทางจากทั่วโลกและชาวไทยที่ปรับเปลี่ยนไปตามกาลเวลาที่ไม่มีวันสิ้นสุดเช่นกัน

นายอัยวัฒน์ กล่าวว่า ทางด้านการตลาด กลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ ยังได้แต่งตั้ง “ฟ่าน ปิง ปิง” ศิลปินฮอลิวู้ด ซึ่งมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั่วโลกเป็น Global Ambassador ของคิง เพาเวอร์ ตลอดปี 2561 เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์บริษัทให้เป็นที่รู้จักทั่วโลก โดยเฉพาะธุรกิจร้านค้าปลอดอากรของคนไทย อีกทั้งหวังเป็นอย่างยิ่งในการทำให้ประเทศไทยและเรื่องราวอื่นๆ เช่น สินค้าไทย ได้รับความสนใจและเป็นที่รู้จักทั่วทุกมุมโลกมากยิ่งขึ้น นอกจากบริษัทจะได้รับการจัดอันดับมียอดขายอันดับ 7 ของโลก ยังมีจุดมุ่งหมายผลักดันการเติบโตเคียงคู่ไปกับการพัฒนาประเทศไทยในทุกด้านอย่างมั่นคงและยั่งยืน

“ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานงาน Grand Opening The New King Power Rangnam กล่าวว่า กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ เป็นผู้นำการจำหน่ายสินค้าแบรนด์เนม สะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพของบริษัทที่มีความเป็นมืออาชีพระดับโลกและมีความสำคัญต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ตามสถานการณ์ปัจจุบันไทยกำลังก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่มีความมั่นคงอย่างแท้จริง สอดคล้องกับอนาคตข้างหน้า ประเมินจากความสำเร็จในไตรมาส 3 ที่ผ่านมา GDP ของไทยเติบโต 4.3% ไตรมาส 4 แนวโน้มจะเกิน 4% รัฐบาลจึงมั่นใจจะเห็นความคึกคักและแรงส่งจากการลงทุนขนาดใหญ่ รวมทั้งการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้นอันเนื่องมาจากความเชื่อมั่น การลงทุนของภาคเอกชน โดยเฉพาะเรื่องสำคัญคือการท่องเที่ยวซึ่งสามารถทำลายสถิติทั้งจำนวนและรายได้ เพราะปัจจุบันได้รับการยอมรับให้เป็นประเทศยอดนิยมอันดับโลก ยิ่งความเจริญมาสู่เอเชีย อาเซียนก็ยิ่งเข้มแข็ง

ดร.สมคิดย้ำว่า รัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว ร่วมมือกับมิตรประเทศในทุกมิติ และเร่งพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ไปสู่เมืองรอง กระจายรายได้สู่ท้องถิ่นมากที่สุด

“แน่นอนที่สุดการพัฒนาบริการรองรับความต้องการของนักท่องเที่ยวคือสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ใช้จ่ายสินค้าที่มีคุณภาพ นั้นทางกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ นับเป็นผู้ประกอบการดิวตี้ฟรีที่ดีสุดของภูมิภาคเอเชียและติด  1 ใน 10 ของโลก ย่อมจะต้องมีบทบาทร่วมในการพัฒนาการท่องเที่ยวของไทย ยิ่งไปกว่านั้นแนวคิดในหลายปีที่ผ่านมา คิง เพาเวอร์ ได้เข้าไปมีส่วนร่วมพัฒนาชุมชนท้องถิ่น ช่วยนำสินค้าท้องถิ่นก้าวไปจำหน่ายสู่ตลาดโลก เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการนำสินค้าท้องถิ่นมาจำหน่ายเพิ่ม สร้างรายได้ ลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย”  

ดร.สมคิดกล่าวทิ้งท้ายว่า รัฐบาลหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคิง เพาเวอร์ จะมีส่วนร่วมกับรัฐบาลพัฒนาชุมชน แหล่งท่องเที่ยว ช่วยขยายนำพาสินค้าท้องถิ่นที่มีอัตลักษณ์ท้องถิ่นก้าวไปสู่สายตาชาวโลกและนักลงทุนได้

ความสำเร็จในทุกๆ ด้านของ กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ สะท้อนให้เห็นถึงพลังของคนไทยไม่เป็นสองรองใครในโลก