‘ซีพีเอ็น’ ผนึกกำลังพันธมิตร 6 ธนาคารชั้นนำปูพรม QR Code Payment ทั่วประเทศ ชูแนวคิด “The New Chapter of Cashless Life” ประวัติศาสตร์หน้าใหม่การค้าปลีก “สังคมไทยไร้เงินสด” เต็มรูปแบบ

23.01.18 | 12:29 น.

 


  • ความร่วมมือระดับชาติเพื่อความสะดวกของคนทั่วประเทศ นำการชำระเงินด้วย QR Code ของธนาคารชั้นนำมาใช้กับร้านค้าใน “เซ็นทรัลเวิลด์” “เซ็นทรัลพลาซา” และ “เซ็นทรัลเฟสติวัล”  
  • ปักหมุดไตรมาสแรกปี 61 เดินหน้าติดตั้ง QR Code Payment ตั้งเป้ากว่า 4,000 ร้านค้าที่ศูนย์การค้าของซีพีเอ็น เฟสแรกเจาะกลุ่มร้านค้าและผู้ประกอบการรายย่อย ก่อนลุยเฟสสองร้านค้าและ anchor ขนาดกลางและขนาดใหญ่ หวังช่วยดึง traffic มายังศูนย์ฯ ทุกสาขารวมกันไม่ต่ำกว่า 10% จากความสะดวกและโปรโมชั่นที่ผู้บริโภคได้รับ
  • คาดการณ์ค้าปลีกไทยโต 10-20% และยอดบัญชีผู้ใช้ Mobile Banking โตขึ้นแตะ 30 ล้านบัญชี

กรุงเทพฯบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอ็น ผู้นำด้านธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เพื่อการค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดของไทย นำโดย ปกรณ์ พรรธนะแพทย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่  สายงานปฏิบัติการ ร่วมกับพันธมิตร 6 ธนาคารชั้นนำของไทย ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารออมสิน, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารกรุงไทย, และธนาคารไทยพาณิชย์ แถลงความร่วมมือยกระดับประสบการณ์ช้อปปิ้งไร้เงินสดครั้งยิ่งใหญ่ด้วย QR Code Payment ที่ร้านค้าในศูนย์การค้าของซีพีเอ็นทั่วประเทศ ด้วยแนวคิด The New Chapter of Cashless Life” มิติใหม่แห่งชีวิตไร้เงินสด เพื่อร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมค้าปลีกไทยสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 และตอบรับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ Digital Mobility ที่ทุกอย่างขับเคลื่อนด้วยระบบดิจิตอล  

ปกรณ์ พรรธนะแพทย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานปฏิบัติการ บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “ในวันนี้ที่ทั่วโลกกำลังตื่นตัวกับ Digital Disruption ค้าปลีกเองต้องปรับตัวไม่เฉพาะแพลตฟอร์มของการซื้อขาย แต่เรื่องการชำระเงินที่เป็นธุรกรรมสำคัญก็กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นดิจิตอลอย่างเต็มตัว ด้วยนวัตกรรมการชำระเงินด้วย QR Code เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ซื้อและผู้ขาย ซีพีเอ็น ในฐานะผู้นำด้านการพัฒนาศูนย์การค้าและผู้นำวงการค้าปลีกไทย เรามุ่งนำเสนอประสบการณ์รีเทลที่ดีที่สุดทั้งสำหรับผู้บริโภคและผู้ประกอบการ วันนี้เรามีความมุ่งมั่นที่จะจับมือกับพันธมิตรธนาคารชั้นนำทั้ง 6 แห่ง เพื่อผสานพลังความร่วมมือครั้งยิ่งใหญ่ระหว่างวงการค้าปลีกและการเงินการธนาคาร ในการขับเคลื่อนสังคมไทยสู่สังคมไร้เงินสดอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการติดตั้งและกระจายการชำระเงินด้วย QR Code ไปยังร้านค้าต่างๆ ภายในศูนย์การค้าของซีพีเอ็นทั่วประเทศทั้งเซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลพลาซา และเซ็นทรัลเฟสติวัล

Advertisement

ปกรณ์กล่าวต่อไปว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้ เรายึด Partnership Strategy เป็นหลักเพื่อผนึกกำลังส่งเสริมธุรกิจของกันและกัน โดยซีพีเอ็นในฐานะรีเทลรายใหญ่ มีประสบการณ์ร่วม 37 ปี พร้อมที่จะนำจุดแข็งและโนฮาวน์ของเรามาร่วมมือกับพันธมิตรธนาคารในการช่วยเสริมความแข็งแกร่งในครั้งนี้ ได้แก่

  • Largest Physical Retail Platform (พื้นที่รีเทลใหญ่ที่สุด): ซีพีเอ็นพัฒนาและบริหารศูนย์การค้าทั้ง ‘เซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลพลาซา และเซ็นทรัลเฟสติวัล’ รวม 32 สาขาทั่วประเทศ โดยมี GLA 1.7 ล้าน ตร.ม. และมีแนวโน้มที่จะเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี ปัจจุบันยอด traffic ของทุกศูนย์ฯ รวมกันเกิน 1 ล้านคนต่อวัน โดยเราตั้งใจให้ทุกศูนย์การค้าของเรามีบทบาทเป็น ‘Center of Life’ หรือศูนย์กลางการใช้ชีวิตและไลฟ์สไตล์ของผู้คนในทุกพื้นที่ที่เราตั้งอยู่ ดังนั้น ศูนย์การค้าของซีพีเอ็นจึงเป็น touch point ที่ใหญ่ที่สุด เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคเป้าหมายจำนวนมากได้เข้าถึงและใช้ QR Code Payment จริง
  • Best Retail Experience and Engagement (ประสบการณ์ช้อปปิ้งที่ดีที่สุด): โดยเราใช้ Customer Centric หรือผู้บริโภคเป็นศูนย์กลางเป็นแนวทางหลักในการบริหาร จึงทำให้ทุกศูนย์ฯ ของเรามอบ Retail Experience และ Engagement ที่ลงลึกถึงระดับ Micro Moments นั่นคือเราเข้าไปอยู่หรือเกี่ยวข้องกับทุกๆ โมเม้นท์การใช้ชีวิตของลูกค้า โดยหนึ่งในเครื่องมือสำคัญคือการสร้างสรรค์งานอีเว้นท์ที่ดึงดูดและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้า ในแต่ละปี ศูนย์การค้าทุกสาขาของเรามีอีเว้นท์รวมกันมากกว่า 1,000 งาน ซึ่งรวมถึงอีเว้นท์ที่เปิดพื้นที่การขายให้กับผู้ประกอบการทั้งรายย่อยและรายใหญ่ เราจึงมีเครือข่ายของผู้ค้าและร้านค้าอยู่ทั่วประเทศที่เป็นเป้าหมายหลักของการริเริ่มใช้ QR Code Payment เพื่อตอบโจทย์ความสะดวกในการจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวัน
  • CRM Innovation Strategy (กลยุทธ์นวัตกรรมลูกค้าสัมพันธ์): ซีพีเอ็นสร้าง Innovation CRM โดยเน้นวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมการซื้อสินค้า ความสนใจและความต้องการของลูกค้า ผ่านการทำแคมเปญ The 1 Card ที่มุ่งสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ในการจับจ่ายใช้สอยแบบ Seamless Experience โดยใช้กลยุทธ์การตลาดแบบ O2O2O (Online-to-Offline-to-Online) และการตลาดแบบ Customized Marketing เจาะกลุ่มเป้าหมายเพื่อให้ทำการตลาดได้แม่นยำขึ้น ขณะนี้ The 1 Card มีฐานสมาชิกกว่า 12 ล้านคนที่ครอบคลุมถึงชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งจะเป็น Big Data ให้เราร่วมกับพันธมิตรธนาคารสามารถทำงานร่วมกัน ในการมอบโปรโมชั่นและสิทธิพิเศษต่างๆ เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายด้วย QR Code

“สำหรับเฟสต่อเนื่องจากนี้ตลอดทั้งปี เราจะขยายการใช้ QR Code Payment ขยายสู่คู่ค้าและ Anchor รายใหญ่ของซีพีเอ็น รวมไปถึงการทำแคมเปญโปรโมชั่นและสิทธิพิเศษต่างๆ ผมเชื่อว่าการนำวิธีการชำระเงินในรูปแบบ QR code มาปรับใช้กับร้านค้าภายในศูนย์ฯ ของซีพีเอ็นจะก่อให้เกิดประโยชน์กับทุกฝ่าย     ในแบบ 5 Wins คือ 1) ผู้บริโภค ได้รับความสะดวกสบายในการจับจ่ายใช้สอย และได้รับประโยชน์จากโปรโมชั่นและสิทธิพิเศษ 2) ร้านค้าผู้ประกอบการ เพิ่มโอกาสในการขาย ไม่ต้องรับชำระด้วยเงินสด โดยเฉพาะรายเล็ก ไม่ต้องเก็บเงินสด ได้รับความสะดวกในด้านการบริหารเงินรายได้ มีโอกาสขยายกิจการและสร้างความเติบโตให้ธุรกิจได้ง่ายขึ้นจากการตรวจสอบฐานข้อมูลที่มีกับธนาคาร 3) ธุรกิจค้าปลีกและศูนย์การค้า ได้ประโยชน์ในแง่ความเติบโตของตลาดค้าปลีกที่มากถึง 10-20% และซีพีเอ็นคาดหวังว่าจะช่วยสร้าง Traffic ใหม่ๆ ให้กับทุกศูนย์ฯ มากขึ้นไม่ต่ำกว่า 10% เนื่องจากผู้บริโภคได้รับความสะดวกในการใช้จ่ายและสิทธิประโยชน์จากโปรโมชั่น 4) วงการการเงินการธนาคาร สามารถลดต้นทุนในการบริการเงินสด สามารถมอบบริการทางธุรกรรมการเงินแก่ลูกค้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และโอกาสในการเข้าถึงพฤติกรรมการจับจ่ายของผู้บริโภค รวมถึงขยายฐานลูกค้า Mobile Banking คาดว่าจะเพิ่มขึ้นแตะ 30 ล้านบัญชี 5) ประเทศชาติ ที่สามารถลดต้นทุนทางเศรษฐกิจ อาทิ การผลิตเหรียญและธนบัตร ลดปัญหาเงินปลอม รวมถึงเศรษฐกิจเติบโตจากภาคประชาชนที่ใช้จ่ายมากขึ้นและภาคธุรกิจที่ขยายตัว” ปกรณ์กล่าวสรุป