ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี มาเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 มกราคม ที่หอประชุม ที่ว่าการอำเภอเมือง ดร.สาธุ อนุโมทามิ เลขาธิการเครือข่ายพสกนิกรไทย รวมใจสามัคคี หรือ คพ.รส. ในฐานะผู้คิดและนำสร้าง “สำนักงานส่งเสริมสุขภาพประชาชนแห่งชาติ” หรือ สสปช.ได้บรรยายถึงแนวทางการปฏิวัติระบบสาธารณสุขไทย ที่ผิดพลาดในกระบวนการวางนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข จึงมีการดำเนินการที่จะจัดตั้ง สสปช.ขึ้น ที่จะแยกโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล หรือ รพ.สต.ทั่วประเทศ ที่จะเป็นหน่วยงานด้านสุขภาพอนามัยใหม่ ที่ขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี โดยมีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม.หัวหน้า รพ.สต.ในเขต อ.เมือง กว่า 3,000 คน ร่วมรับฟัง

หลังจากนั้น ดร.สาธุ อนุโมทามิ เลขาธิการ คพ.รส.เปิดเผยว่า การประชุมชี้แจงต่อเนื่องกันมา 30 จังหวัด วันนี้ที่ อ.เมืองอุดรธานี มีผู้มาร่วมรับฟังจำนวมาก ถือว่าเป็นความสำเร็จอย่างมาก ที่ทำให้มีการตื่นตัว เพื่อจะส่งเสียงไปถึงผู้นำประเทศ ว่าจะต้องผลักดัน เรื่องของการปฏิวัติระบบสาธารณสุขไทย ด้วยการจัดตั้ง สำนักงานส่งเสริมสุขภาพประชาชนแห่งชาติ หรือ สสปช.เพื่อมาดูแลแก้ไขปัญหาระบบสุขภาพที่เสียหาย คนเจ็บป่วยมากมาย แต่เราไม่มีวิธีการแก้ไข ให้เราจะเดินไปสู่จุดหายนะวิกฤตของประเทศ ในเรื่องของงบประมาณของประเทศ ที่เราเคยแจ้งไว้ว่า เราต้องใช้งประมาณอีกนับล้านล้านบาท ที่สำคัญคือความเสียหายของสุขภาพของคนไทย และทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญอย่างยิ่ง จะทำให้ประเทศไทยของเราด้อยสมรรถภาพ นำไปสู่ประเทศด้อยพัฒนาต่อไป “ถ้าหากเราไม่สามารถแก้ไขจัดการปัญหานี้ได้ ดังนั้นเมื่อทางเครือข่ายพสกนิกรร่วมใจสามัคคีที่เรามีเครือข่ายอีกกว่า 30 องค์กร มาร่วมจับมือกัน โดยเฉพาะทางชมรม อสม.แห่งประเทศไทย และชมรม ผอ.รพ.สต.แห่งประเทศไทย มาจับมือกัน วันนี้เลยเกิดเป็นสิ่งที่แสดงพลังให้เห็นว่า พี่น้องประชาชนเขาได้รู้ข้อมูล โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัว อสม.ที่เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนข้อมูลไปสู่ภาพส่วนต่าง ๆ จะนำไปสู่การแก้ไขระบบสุขภาพของไทยได้”

ดร.สาธุฯ กล่าวอีกว่า แนวโน้มความสำเร็จการจัดตั้ง สสปช.ขนาดไหน ตนขอเรียนว่า ตนเป็นผู้ที่ร่างนโยบายกองทุนหมู่บ้าน 1 ล้านบาท ซึ่งวันที่เริ่มต้นทำครั้งนี้ ก็คล้ายกันกับตอนนี้ ที่คไม่เชื่อว่าจะเอาเงินจากไหนมา เป็นนิทานหลอกชาวบ้าน ซึ่งตอนนี้เราทำให้เห็นว่า กองทุนหมู่บ้านทุกวันนี้เงินกว่าแสนล้านบาท ลงไปถึงพี่น้องประชาชนจริง มีการบริหารจัดการโดยไม่ผ่านกระทรวง ทบวง กรม เช่นเดียนกันวันนี้ สสปช.เป็นเรื่องที่เราบอกกล่าวว่า เราจะทำอย่างนี้เพื่อแก้ไขปัญหาประเทศ ที่อาจจะยังไม่เป็นจริงในวันนี้ แต่ก็มีระยะเวลาพิสูจน์ ซึ่งตนเชื่อว่าไม่นาน และผู้บริหารประเทศเห็นว่า จะเป็นแนวทางการแก้ปัญหาได้จริง และเป็นการแก้ปัญหาระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ซึ่งจะนำไปสู่ประโยชน์ของคนไทยทั้งประเทศ

“ถ้าผู้นำรัฐบาลคนใด ตัดสินใจในการสนับสนุนให้เกิด สสปช.ขึ้น ตนบอกได้เลยว่า จะเป็นบุคคลประวัติศาสตร์และเป็นรัฐบุรุษของประเทศ เพราะคนไทยตั้งแต่ก่อนเกิด จนกระทั่งเกิดเป็นทารก เป็หนุ่มเป็นสาว จนกระทั่งแก่ตัว ไปจนตาย ได้รับอานิสงค์จาก สสปช.แน่นอน นี่คือสิ่งที่ยืนยันว่า ประสบการณ์ที่ทำงานมาแล้ว และเคยทำสำเร็จมาแล้ว แล้วใช้กระบวนการจขั้นตอนไม่แตกต่างกัน เราใช้การเข้าชื่อเสนอกฏหมายเหมือนกันกับกองทุนหมู่บ้าน ถามว่าทำไมเราต้องมีกฏหมาย เพราะไม่อย่างนั้นกลายเป็นนโยบายของรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง สุดท้ายเมื่อรัฐบาลลงไป คนที่มาใหม่ก็ไม่ยอมทำ เพราะถือว่าไม่ใช่นโยบายของตัวเอง เราจึงยกให้เป็นนโยบายแห่งชาติของประชาชนให้มีกฏหมายรองรับนี่คือกระบวนการนโยบายที่คิดแบบเต็มระบบจริงๆ
ด้าน นายไพฑูรย์ บุญอารักษ์ ประธานชมรม อสม.แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เราในฐานะที่ทำงานเกี่ยวกับสุขภาพของคนในหมู่บ้านในชุมชน เราเห็นว่าประเทศไทยเริ่มอ่อนแอลง ในเรื่องการดูแลสุขภาพในหมู่บ้านในชุมชน จึงคิดว่าทำอย่างไรจะทำให้กระบวนการ สสปช.เกิดขึ้น ถ้า สสปช.เกิดกระบวนการในการขับเคลื่อนระดับประทศก็ต้องมีนโยบายชัดเจน มีกฎหมายรองรับในการขับเคลื่อน ตนคิดว่าวันหนึ่งหากสร้าง สสปช.สำเร็จ องค์กรและประชาชนในประเทศไทย จะมีสุขภาพดีขึ้น เราทำงานด้านสุขภาพอยู่แล้ว เราเป็นพวกจิตอาสาอยู่แล้ว ฉะนั้นกระบวนการของการดูแลสุขภาพในชุมชน มันเป็นหน้าที่ของพวกเราอยู่แล้ว เราอาสามาทำ คิดว่าการขับเคลื่อนจะได้จกพวกเราทั่วประเทศแน่นอน…….

