รี้ด เทรดเด็กซ์ หนุนนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ปรับโฉม ME (Manufacturing Expo 2018) สู่โซลูชั่นแพล็ตฟอร์มเพื่อการผลิตครบวงจร รับกระแสการเปลี่ยนแปลงสู่ยุค 4.0 ชู MExperience สร้างประสบการณ์ใหม่ เชื่อมโยงเทคโนโลยี หนุนผู้ประกอบการไทย ใช้จุดแข็งฐานการผลิตคุณภาพสร้างเครือข่ายพันธมิตรอาเซียน ชิงฐานการผลิตรถยนต์แห่งอนาคตและหุ่นยนต์ระบบอัตโนมัติ // ME จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 – 23 มิถุนายนนี้ ณ ไบเทค
นายดวงเด็ด ย้วยความดี รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท รี้ด เทรดเด็กซ์ จำกัด เผยถึงการจัดงาน ME18 (เอ็มอี) จากแนวโน้มของการปฏิวัติอุตสาหกรรมสู่ยุค 4.0 ทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศอาเซียน เป็นการผลิตที่เชื่อมโยงกันทั่วโลกแบบไร้ระยะทาง รี้ดฯ พร้อมตอบสนอบยุทธศาสตร์ชาติไทยแลนด์ 4.0 เดินหน้าสนับสนุน 6 ใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-curve industries) คือ ชิ้นส่วนยานยนต์สมัยใหม่ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ หุ่นยนต์ ชิ้นส่วนอากาศยาน อุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ครบวงจร และการแปรรูปอาหาร โดยเปิดเวทีสัมมนา MExperience เผยการเปิดประสบการณ์ใหม่กับเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรมการผลิต ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย คำตอบในการเปลี่ยนแปลงขบวนการผลิต และการผลิตชิ้นส่วนที่มีมูลค่าเพิ่มที่จะเกิดขึ้นในงาน ME2018

ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้อำนวยการวิจัยด้านการวิจัยและคำปรึกษาระหว่างประเทศสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เผยมุมมองวิเคราะห์เศรษฐกิจโลกและอาเซียนที่เชื่อมโยงประเทศไทย จากการประเมินตัวเลขจีดีพีและดัชนีเศรษฐกิจของไทยและของโลกในปี 2561 เศรษฐกิจจะขยายตัวต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา โดยเศรษฐกิจโลกคาดเติบโตอยู่ที่ระดับ 3.1% เศรษฐกิจสหรัฐฯ ขยายตัวได้ในระดับ 2.5% จากตลาดแรงงานฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งและการลงทุนของภาคเอกชน โดยค่าเงินดอลลาร์จะกลับมาแข็งค่า เมื่อเทียบกับเงินสกุลหลัก แนวโน้มดังกล่าวส่งผลดีต่อภาคส่งออกไทย และการลงทุนโดยตรงของสหรัฐในไทย โดยเฉพาะภาคการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ สำหรับกลุ่มประเทศอาเซียน คาดว่าจะมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจโดยเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 5.3% จากการฟื้นตัวของภาคการส่งออกและสินค้าภาคการเกษตร โดยประเทศไทยคาดว่าจะมีการส่งออกในปีนี้ขยายตัว 7-8% โดยอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มสดใสในปีนี้ ได้แก่ อุตสาหกรรมค้าปลีกอีคอมเมิร์ซ การท่องเที่ยว บริการทางการแพทย์ และชิ้นส่วนอิเลคทรอนิกส์
นายดวงเด็ด กล่าวเพิ่มเติมจากยุทธศาสตร์ชาติไทยแลนด์ 4.0 โดยอุตสาหกรรมใหม่และพัฒนาอุตสาหกรรมเก่า 5+5 ให้เป็นอุตสาหกรรมในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ในระยะ 20 ปีข้างหน้า โดยภาครัฐมุ่งหวังว่า ในอีก 5 ปีข้างหน้า หรือภายในปี พ.ศ.2565 ประเทศไทยควรจะมีโรงงานที่ใช้หุ่นยนต์แขนกลไม่น้อยกว่า 70,000 โรงงาน จากจำนวนโรงงานทั้งหมด 140,000 โรงงาน ในช่วงปี 2559 – 2560 ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีการนำเข้าหุ่นยนต์มาใช้ในภาคอุตสาหกรรมเฉลี่ยประมาณปีละ 3,500 ตัว ในขณะที่ปี 2561 คาดการณ์ว่าผู้ประกอบการขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมการผลิตอาหาร เครื่องดื่ม และ อิเลคทรอนิคส์ จะนำหุ่นยนต์แขนกลมาใช้มากที่สุด
งาน ME (เอ็มอี) ภายใต้แนวคิด การนำเสนอ โซลูชั่น ในรูปแบบของการเชื่อมโยงเทคโนโลยี แทนการนำเสนอเครื่องจักรแบบเดี่ยวๆ แบบในอดีต โดยจะเป็นเวทีกลางให้กับเจ้าของเทคโนโลยีค่ายต่างๆ ได้ร่วมกันจัดทำเทคโนโลยีต้นแบบ นำเสนอแก่ผู้ประกอบการให้ เข้าใจ เข้าถึง และเข้าใช้งาน เสมือนการผลิตจริง ซึ่งจะประกอบไปด้วย เทคโนโลยีล่าสุดสำหรับการผลิตชิ้นส่วนต่างๆ ทั้งในกลุ่มพลาสติก แม่พิมพ์ ชิ้นส่วนยานยนต์ ชิ้นส่วนอิเลคทรอนิคส์ โดยเชื่อโยงกับระบบอัตโนมัติแขนกล เซ็นต์เซอร์ การตรวจวัด และการตรวจนับ ก่อนการนำไปประกอบเป็นชิ้นงาน เป็นการนำเสนอแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัย และหาคำตอบในการเปลี่ยนแปลงขบวนการผลิตที่เพิ่มประสิทธิภาพ และมุ่งสู่การผลิตชิ้นส่วนที่มีมูลค่าเพิ่ม ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีใหม่กับวัสดุชนิดใหม่ๆ ที่มีน้ำหนักเบาแต่มีคงทนแข็งแรงกว่า โดยการผลิตรถยนต์แห่งอนาคตและหุ่นยนต์ระบบอัตโนมัติ ยังเป็นเทรนด์ที่มาแรง และประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นฐานการผลิตที่มีความแข็งแกร่งมากจากประสบการณ์ที่ได้ร่วมผลิตให้กับแบรนด์ชั้นนำทั่วโลก ผู้ประกอบการไทยจึงควรอาศัยจุดแข็งของไทย ชิงฐานการผลิตรถยนต์แห่งอนาคตและหุ่นยนต์ระบบอัตโนมัติ ด้วยการจับมือสร้างเครือข่ายพันธมิตรในอาเซียนและเทคโนโลยีที่ทันสมัยสอดคล้องการผลิต

ไฮไลต์กิจกรรมในงาน ได้แก่ “Cutting tools runway” นำเสนอชิ้นงานเทคโนโลยีผ่านรูปแบบแฟชั่นโชว์ และ “Top of the best” เวทีสาธิตประสิทธิภาพของเครี่องจักรและซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องแบบ Integrated system ซึ่งจะตอบโจทย์ความต้องการ Total Solution แก่กลุ่มผู้ซื้อและเข้าชมงาน นอกจากนี้ยังได้จัดให้มี MFair งานจับคู่ทางธุรกิจระหว่างผู้ผลิตจากประเทศญี่ปุ่น และผู้รับช่วงการผลิตของไทย ในอุตสาหกรรมสนับสนุน เพื่อสร้างพื้นที่ในการเจรจาการค้าให้กับผู้ร่วมงาน สร้างโอกาสแห่งการเติบโตของอุตสาหกรรมไทยอย่างรอบด้านครบถ้วนทุกมิติ งานเอ็มอี จะจัดขึ้นในวันที่ 20-23 มิถุนายน 2561 ณ ไบเทค บางนา


