รองนายกฯ สมคิดควง”ยุทธศักดิ์”ผู้ว่าททท.
รุกตลาดญี่ปุ่นตั้งเป้าปี’63 โกยปีละ2ล้านคน

9.02.18 | 10:36 น.

ผู้ว่าฯ “ยุทธศักดิ์” ร่วมคณะ “ดร.สมคิด” รองนายกรัฐมนตรี นำทีมผนึกความร่วมมือผู้นำเกาะกิวชู ฟูกูโอกะ ของญี่ปุ่น ทำข้อตกลงความร่วมมือ LOI เปิด Open to the New Shades ตั้งเป้าปี’61 โกยรายได้เข้าไทยกว่า 7 หมื่นล้านบาท เล็งเปิด ททท.ฟูกูโอกะ และนำร่องขายเมืองรอง น่าน ระนอง ควบอาหาร วัฒนธรรม หาดทรายชายทะเลในมุมใหม่ หวังปี ’63 ปลุกชาวญี่ปุ่นเที่ยวไทยปีละ 2 ล้านคน


นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ได้ร่วมลงนาม LOI -Letter of Intent กับ Mr.Susumu Ishihara ประธานองค์กรส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคคิวชู Kyushu Tourism Promotion Organization โดยได้รับเกียรติจาก ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ทำบันทึกแสดงเจตนารมณ์ ระหว่าง ททท.และองค์กรส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคคิวชู) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกัน ต่อเนื่อง 2 ปี รองรับการเติบโตของนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเข้าเมืองไทยปีนี้รวมทั้งปีกว่า 1.56 ล้านคน สร้างรายได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ 70,200 ล้านบาท และภายในปี 2563 ตั้งเป้าจะนำนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเข้าประเทศไทยให้ได้ปีละ 2 ล้านคน ดังนั้นในภายปี 2561 จึงเตรียมกลับมาเปิดสำนักงาน ททท.ฟูกูโอกะ อีกครั้ง

Advertisement

เป้าหมายการทำ LOI ครั้งนี้ 1.การให้ความสำคัญทำตลาด 2 ทาง เพื่อแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวของญี่ปุ่นและไทย 2.ทำการร่วมมือกันผลักดันให้นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเดินทางไปใช้จ่ายเงินท่องเที่ยวเมืองไทยอีก 2 ปีข้างหน้าให้ได้ ปีละ 2 ล้านคน จากปีนี้จะทำให้ถึง 1.56 ล้านคน พร้อมทั้งจะเพิ่มกลุ่มเป้าหมายกลุ่มนักท่องเที่ยวผู้หญิงให้ได้สัดส่วน 50% จากตอนนี้มีสัดส่วนเพียง 30% เนื่องจากเป็นกลุ่มมีกำลังซื้อสูง รวมถึงกลุ่มนักกีฬาที่ชื่นชอบการลงแข่งขันวิ่งมาราธอน เรื่อยไปจนถึงนักท่องเที่ยวคุณภาพ คือนักลงทุนญี่ปุ่นที่กำลังจะเข้าไปร่วมในการพัฒนาบริเวณพื้นที่ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษชายฝั่งทะเลตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) ในลักษณะ Business Traveller รวมทั้งกระตุ้นนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นให้พร้อมจะใช้จ่ายเงินเพื่อการท่องเที่ยวในไทยปี 2561 เฉลี่ยไม่ต่ำกว่าคนละ 44,987 จากเดิม 43,460 บาทต่อคนต่อทริป

นายยุทธศักดิ์กล่าวว่า หลังจากการลงนาม LOI แล้ว ยังได้เปิดตัว Open to the New Shades กับผู้ประกอบการตัวแทนบริษัทนำเที่ยวและสื่อมวลชนญี่ปุ่น โดยได้กระตุ้นให้ชาวญี่ปุ่นไปท่องเที่ยวเมืองรองและชุมชนใหม่ๆ ของไทย นำร่อง 2  จังหวัดแรก คือ น่าน และ ระนอง

 

ปัจจุบัน ททท.ได้รับการสนับสนุนจากสายการบินชั้นนำ คือ การบินไทย ไชน่าแอร์ไลน์ สิงคโปร์แอร์ไลน์ ให้บริการเที่ยวบินตรงเข้ามาขนส่งผู้โดยสารเข้าสู่ประเทศไทย และตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ – 6 พฤษภาคมนี้ การบินไทยจะเปลี่ยนมาใช้เครื่องบินในเส้นทาง ฟูกูโอกะ-กรุงเทพฯ เป็นโบอิ้ง B777-200/300 ขนาดกว่า 350 ที่นั่ง แทนที่ฝูงบิน A330-300 ซึ่งบรรทุกได้เพียง 299 ที่นั่งเท่านั้น และยังเตรียมเพิ่มความถี่เที่ยวบินจากสัปดาห์ละ 7 เป็น 10 เที่ยว

 

ส่วนเนื้อหาหลักในการทำ LOI ครั้งนี้ คือการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างกัน และเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวจากประเทศไทยและนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคคิวชู ให้มีการเดินทางแลกเปลี่ยนระหว่างกันมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งประกอบด้วย 7 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดฟุคุโอกะ (Fukuoka) จังหวัดซะกะ (Saga) จังหวัดนางาซากิ (Nagasaki) จังหวัดคุมะโมโตะ (Kumamoto)จังหวัดโออิตะ (Oita) จังหวัดมิยะซะกิ (Miyazaki) และจังหวัดคะโงะชิมะ (Kagoshima)

นายยุทธศักดิ์กล่าวว่า เมื่อปีที่ผ่านมา ประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นได้ฉลองครบรอบ 130 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน โดยไทยและญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์ทางการทูตอันดีงามมาโดยตลอด ปีนี้ ททท.จะเดินหน้ากลยุทธ์กำหนดแนวทางส่งเสริมการตลาดเชิงรุกให้สอดคล้องกับเป้าหมายในการเป็น Preferred Destination พร้อมทั้งเดินหน้าสร้างความชัดเจนในการใช้ Thai Local Experience เป็นจุดขายหลักอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการสื่อสารในแนวคิดใหม่ ภายใต้แบรนด์ Amazing Thailand พร้อมทั้งจับมือกับพันธมิตรต่างสาขา เพื่อหามุมมองใหม่ๆ ในการทำงานร่วมกับชุมชนกลุ่มต่างๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าบริการและกระจายรายได้ไปยังชุมชน ภายใต้แคมเปญ Open to the New Shades นำเสนอผ่านสินค้าท่องเที่ยวที่หลากหลาย ได้แก่

– อาหาร : อาหารไทยมีความหลากหลายทั้ง street food อาหารชาววัง อาหารผสมผสาน หรืออาหารดั้งเดิมในครัวเรือน  อีกทั้งขนมและของหวานที่มีเรื่องราวและเอกลักษณ์เฉพาะตัว

– ธรรมชาติและชายหาดทะเล : ที่คนจากทั่วโลกได้มาเห็นก็เชื่อแบบเดียวกัน อาทิ จังหวัดกระบี่ และระนอง

– ศิลปะและงานหัตถกรรม : สะท้อนออกมาในผลงานของศิลปะและหัตถกรรมที่สามารถพบเห็นได้ในทั่วไปในทุกวันนี้ อาทิ การทำผ้าย้อมคราม

– วัฒนธรรม : ประเพณีของไทยนั้นมีความหลากหลายและมีความเป็นเอกลักษณ์ที่สะท้อนตัวตนของคนไทย ความเชื่อทางศาสนา เทศกาล รวมถึงศิลปะทางการแสดง และอื่นๆ อีกมากมาย

– วิถีชีวิต : วิธีที่จะสัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่แท้จริงของคนไทยได้นั้น มีเพียงวิธีเดียวก็คือ การมายังประเทศไทยและใช้ชีวิตแบบคนไทยในท้องถิ่น อาทิ จังหวัดแพร่ และน่าน

สำหรับการเดินทางทำตลาดญี่ปุ่น ระหว่าง 8-9 กุมภาพันธ์ 2561 นายยุทธศักดิ์ ได้นำผู้บริหาร ททท.ร่วมเดินทางไปกับ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางมาหารือกับผู้นำเกาะกิวชู ผู้ว่าราชการจังหวัดฟูกูโอกะ และภาคเอกชน สื่อมวลชนญี่ปุ่น และจัดสัมมนาเชิญชวนนักลงทุนญี่ปุ่นเข้าไปร่วมพัฒนาการลงทุนใน EEC โดยมีทีมของคณะกรรมการสำนักงานส่งเสริมการลงทุน กระทรวงพาณิชย์ ร่วมเดินทางมาเปิดการสัมมนากระตุ้นนักลงทุนจากญี่ปุ่นเข้าไปลงทุนใน EEC และเพื่อโปรโมตการท่องเที่ยวมุมใหม่ๆ ในแถบชายฝั่งทะเลตะวันออก ที่มีมากกว่าพัทยา ชลบุรี นั่นคือ ระยอง จันทบุรี เรื่อยไปจนถึงพื้นที่ใหม่ทางภาคเหนือ อีสาน ภาคกลาง ภาคใต้

ระหว่างเดินทางในญี่ปุ่น ดร.สมคิด ยังได้ไปดูงานเมืองปัญญาประดิษฐ์ AI Village ซึ่งเป็นผู้นำการผลิตหุ่นยนต์เบอร์ 1 ของเอเชีย ที่สามารถสร้างหุ่นยนต์ขึ้นมาใช้งานแทนแรงงานมนุษย์ ซึ่งมีแนวโน้มจะขยายเข้ามาลงทุนใน EEC ของไทยต่อไป และได้ไปเยี่ยมชมระบบบริหารจัดการด้านบริการรถไฟฟ้าใต้ดินของญี่ปุ่นด้วย

เรื่องโดย…เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน : คอลัมนิสต์ท่องเที่ยว บล็อกเกอร์ – gurutourza