ฉลองครบรอบ 50 ปี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ พร้อมเปิดตัวหลักสูตร Expert on China

9.02.18 | 19:43 น.

อบอวลไปด้วยบรรยากาศความงดงามตามแบบฉบับของวัฒนธรรมจีน ในงานเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ พร้อมเปิดตัวหลักสูตรการเรียนรู้ระยะสั้นที่ชื่อว่า Expert on China หรือ EOC แนะนำข้อควรรู้และเคล็ดลับการทำธุรกิจกับชาวจีนให้ประสบความสำเร็จอย่างคนรุ่นใหม่

เพราะการเรียนรู้นั้นเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาชีวิตได้อย่างไม่รู้จบ ครั้งนี้ ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์   อธิการบดีสาวเก่งแห่ง มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ได้จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีแห่งการก่อตั้งสถานศึกษา พร้อมเปิดตัวหลักสูตรการเรียนรู้ระยะสั้น Expert on China หรือ EOC หลักสูตรที่รวบรวมแนวคิดและกลยุทธ์การทำธุรกิจกับชาวจีนให้ประสบความสำเร็จอย่างครบวงจร ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความงดงามของวัฒนธรรมอันหลากหลายจากประเทศจีน เมื่อบ่ายวันก่อน ที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

โดยในงานได้รับเกียรติจากเหล่าเซเลบริตี้ และนักแสดงชื่อดัง ให้ความสนใจมาร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ ร้อยโท ภวัตพงศ์ เทวกุล ณ อยุธยา, ม.ล.เอวิตา ยุคล, ปวีลักษณ์ ลิมปิชาติ, ม.ล.รังษิธร ภาณุพันธุ์, สุกิจ-ดร.ศรัณฐ์ หวั่งหลี, การิน ศตายุ, วิรากานต์ เสณีตันติกุล, ภัทรนันท์ ดีรัศมี, ณัทธนพล ทินโรจน์ และอีกมากมาย

ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ กล่าวถึงวาระครบรอบ 50 ปีของสถาบันและจุดประสงค์ในการก่อตั้งหลักสูตร Expert on China หรือ EOC  ว่า ‘มหาวิทยาลัยของเรามีวิสัยทัศน์ที่มุ้งเน้นการพัฒนาหลักสูตรเพื่อพัฒนาบุคลากรให้ตอบสนองกับความต้องการของเศรษฐกิจและสังคมมาโดยเสมอ ซึ่งในปีนี้เราก็มีแผนการเปิดตัวหลักสูตรอีกมากมายที่เน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือทำและแก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้จริงในธุรกิจนั้นๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือหลักสูตรระยะสั้น Expert on Chinaหรือ EOC เป็นหลักสูตรที่นอกจากจะสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยแล้ว ยังสอดคล้องกับความต้องการของเศรษฐกิจในยุคปัจจุบัน เพราะเป็นหลักสูตรที่รวบรวมแนวคิดและกลยุทธ์การทำธุรกิจกับชาวจีนให้ประสบความสำเร็จอย่างครบวงจรจากผู้มีความรู้มากประสบการณ์ จุดประสงค์ที่เราก่อตั้งหลักสูตรนี้ขึ้น เพราะเล็งเห็นว่าจีนเป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเป็นประเทศขนาดใหญ่ มีประชากรมาก รวมถึงลักษณะภูมิประเทศและความเจริญทางเทคโนโลยีที่ทำให้จีนเป็นแหล่งวัตถุดิบชั้นเยี่ยม ทำให้มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ให้ความสนใจลงทุนทำการค้าในประเทศจีน หากแต่การจะเข้าไปจับธุรกิจกับคนจีนให้ประสบผลสำเร็จตามเป้านั้นจะต้องอาศัยการศึกษา การมองตลาดที่แหลมคม และรอบครอบ เราจึงได้จัดตั้งหลักสูตรที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญด้านการทำธุรกิจในประเทศจีนมาร่วมแนะนำวิธีคิดที่แตกต่าง ให้เหล่านักธุรกิจได้นำไปปรับใช้กับรูปแบบกิจการของตนเอง’

Advertisement

Expert on China หรือ EOC เป็นคอร์สการเรียนระยะสั้นโดยมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับนักธุรกิจและเจ้าของกิจการที่สนใจศึกษาตลาดจีนแบบครบวงจร อาทิ ทิศทางเศรษฐกิจและภาพรวมความสัมพันธ์ไทย-จีน,กลยุทธ์ทางการตลาดและการลงทุนในจีน, ระบบการขนส่งและภาษีที่ควรรู้เมื่อทำธุรกิจกับจีน, วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวจีนแบบเจาะลึก โดยผู้เรียนจะได้รับความรู้จากเหล่ากูรูผู้มีประสบการณ์การทำงานและทำธุรกิจในจีนหรือกับคนจีน ผ่านการเรียนในรูปแบบการสัมมนาและเวิร์คช็อปเป็นเวลา 4 เดือน รวมถึงกิจกรรมสร้างสรรค์อีกมากมาย โดยเรียนทุกวันพฤหัสบดี เวลา 13.30-17.30 น. ตั้งแต่วันที่  8 มีนาคม – 21 มิถุนายน 2561 ณ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

นอกจากนี้ภายในงานยังได้รับเกียรติจากเหล่ากูรูมาร่วมให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการทำธุรกิจกับชาวจีน อาทิ พันเอก ดร.ไชยสิทธิ์ ตันตยกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองและความมั่นคง เผยว่า ‘จีนเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อในเรื่องจำนวนของประชากร ซึ่งประชากรจีนนั้นนิยมบริโภคผลไม้ของประเทศไทยมาก โดยเฉพาะ มะม่วง มังคุด ลำไย โดยประเทศจีนจะมีเส้นทางขนส่งสายไหมทั้งทางบกและทางทะเล แต่ด้วยชายแดนที่จีนติดกับประเทศลาว และเวียดนาม ประเทศเหล่านี้จึงมีสิทธิพิเศษทางการค้ามากกว่าเรา ทำให้ที่ผ่านมาเวียดนามจึงเป็นตัวกลางที่สั่งผลไม้จากเกษตรกรไทยส่งไปขายที่จีนจำนวนมาก ดังนั้นคนไทยเราต้องพัฒนาผลไม้ให้มีคุณภาพและเรียนรู้การเจรจาเป็นคู่ค้าพันธมิตรที่ดีกับชาวจีนโดยตรง’

ต่อมาที่ จุลจักร กำลังแพทย์ เจ้าของแบรนด์เครื่องสำอางบำรุงผิว นีโอยู (NEOU) ที่ให้ความรู้ว่า ‘ไลฟ์สไตล์ของชาวจีนจะชอบการซื้อของในออนไลน์ เว็บไซต์ยอดนิยมที่คนจีนเข้าซื้อเป็นจำนวนมากก็คือ เถาเป่า (Taobao), เจดี (JD) ที่ในหนึ่งวันจะมีคนเข้าชมประมาณ 200 ล้านคนต่อเว็บไซต์ ซึ่งแบรนด์ของเรายอดขาย 80% ก็มาจากชาวจีน’

ท่านต่อมา ศาสตราจารย์ฟู่ เจิง โหย่ว ที่ปรึกษาอาวุโส สถาบันขงจื่อ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาและวัฒนธรรมจีน-ไทย เผยว่า ‘การทำการค้ากับชาวจีนต้องเข้าใจวัฒนธรรมของเขา สังคมจีน วิถีชีวิตจีน ต้องทำการค้าเหมือนคนที่รู้ใจกัน หมั่นไปทานข้าวเผื่อเจรจาธุรกิจกับเขา เพราะคนจีนจะให้ความสำคัญด้านการสร้างสัมพันธ์กับคู่ค้า และสำคัญคือต้องซื่อสัตย์’

และท่านสุดท้าย รองศาสตราจารย์ ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์และการค้าระหว่างประเทศ แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เผยว่า ‘ในปัจจุบันจีนเป็นตลาดออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเทคโนโลยีก็มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็วเพื่อรองรับวัฒนธรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปของคนจีน โดยสินค้าที่คนจีนนำเข้ามาขายในประเทศและได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่งคือสินค้าสำหรับเด็ก รองลงมาจะเป็นสินค้าด้านความงาม ทุกวันนี้จีนอยู่ในยุคที่เลือกได้และเปิดตลาดเป็นผู้บริโภคมากขึ้น ฉะนั้นเราควรไปเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตทางธุรกิจครั้งนี้’

ด้านเหล่าเซเลบริตี้ที่มาร่วมงานต่างก็เผยถึงมุมมองที่มีต่อประเทศจีนรวมถึงเมืองน่าเที่ยวของประเทศจีน เริ่มจาก อาทิ  ร้อยโท ภวัตพงศ์ เทวกุล ณ อยุธยา เผยว่า ‘คิดว่าคนรุ่นใหม่ควรจะจับตามองประเทศจีนให้มากขึ้น เพราะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ การพัฒนาเศรษฐกิจของจีนเป็นไปอย่างก้าวกระโดดทางด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวก็เช่นกัน อย่างถ้าพูดถึงเมืองที่น่าเที่ยวของจีนก็คงเป็นเซี่ยงไฮ้ เพราะเป็นเมืองที่มีสถาปัตยกรรมสวยงาม มีความเจริญทางวัฒนธรรม จนได้ฉายาว่าเป็นปารีสตะวันออก’

ถัดมาสาวสวยที่ ม.ล.เอวิตา ยุคล เล่าว่า ‘ก่อนหน้านี้ประเทศจีนจะขึ้นชื่อเรื่องของนำเข้า ที่ทำให้หลายคนสามารถสร้างธุรกิจเป็นของตนเองได้ เป็นประเทศที่น่าสนใจเพราะสินค้าหลากหลาย ตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคที่กว้าง อย่างเวลาไปจีนเราจะชอบไปเดินที่กวางโจว เพราะเป็นเมืองท่าที่มีเรือสินค้าเข้ามาเทียบท่ามากมายทำให้เราได้เห็นสินค้านวัตกรรมใหม่ๆ และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ’

ต่อมาที่ ปวีลักษณ์ ลิมปิชาติ เผยว่า ‘ถ้าพูดถึงประเทศจีนก็คงคิดถึงอาหาร เพราะอาหารจีนมีให้กินเยอะมาก แล้วก็อร่อยด้วย เราเองก็เป็นหนึ่งคนที่ชื่นชอบการทานอาหารจีน โดยเฉพาะบะหมี่และติ่มซำ เวลาไปจีนก็จะชอบไปแถวมณฑลเสฉวน เพราะชอบอาหารที่นี่ซึ่งจะเน้นการใช้เครื่องปรุงที่มีเอกลักษณ์ เป็นอาหารที่รสจัดและเผ็ดร้อนถูกปากคนไทย’

ปิดท้ายที่ ดร.ศรัณฐ์ หวั่งหลี เจ้าของพื้นที่ ‘ล้ง 1919’ เล่าว่า ‘เราเป็นคนไทยเชื้อสายจีนที่มีธุรกิจเป็นของตนเองและมีคนจีนเป็นหนึ่งในกลุ่มเป้าหมาย ธุรกิจของเราเป็นสถานที่เพราะฉะนั้นเราจะต้องพยายามคิดกิมมิคและเรื่องราวให้ดูน่าสนใจ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามา แต่สำหรับคนที่ต้องเจรจาธุรกิจกับคนจีนโดยตรงเรามองว่าสิ่งสำคัญเลยคือเรื่องภาษา เราควรพูดภาษาจีนได้บ้าง เพราะธรรมชาติของคนจีนจะทำธุรกิจด้วยความจริงใจ ฉะนั้นการเจรจาธุรกิจกันโดยตรง ไม่ต้องใช้ล่ามจะแสดงถึงเข้าใจและความพึงพอใจซึ่งกันและกันได้มากกว่า ส่วนเวลาไปจีนเราก็ไปหลายเมืองแต่ถ้าให้แนะนำก็คงจะเป็นฉงชิ่ง เพราะเป็นเมืองที่ค่อนข้างทันสมัยและมีสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติให้พักผ่อนเยอะ’

สร้างความรู้อย่างไม่หยุดนิ่งเพื่อพัฒนาธุรกิจให้ตีตลาดจีนได้ไปกับหลักสูตร Expert on China หรือ EOC เปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่วันนี้ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2561 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  http://eoc.dpu.ac.th หรือ โทร. 065-594-9955