“เมืองรอง ไม่เป็นรองใคร” คำพูดนี้คงไม่ผิดนักถ้าหากได้ลองลงไปสัมผัสเมืองรองสักเมืองอย่างพินิจ
เมืองรองอย่าง “กาฬสินธุ์” เมืองน่ารักที่ผู้คน เป็นมิตร เมืองที่เป็นอยู่อย่างเรียบง่ายแต่เก็บซ่อนเสน่ห์ไว้มากมาย ด้วยวัฒนธรรมที่ฝังรากลึก วิถีชีวิตที่นำสู่ศิลปะงานฝีมือ รวมทั้งการพัฒนาที่ค่อยเป็นค่อยไป จึงเป็นอีกหนึ่งเมืองรองที่ไม่ควรมองข้ามและอยากให้ไปสัมผัส แล้วจะรู้ว่า “กาฬสินธุ์” เป็นอีกเมืองที่น่าหลงใหล ในครั้งนี้ มาทำความรู้จักในบ้างแง่มุมด้านวัฒนธรรมของจังหวัดกาฬสินธุ์กัน

จากกองข้าว สู่ปราสาท จากศรัทธา สู่จินตนาการกับงานประเพณีบุญคูนลานสู่ขวัญข้าว ด้วยว่าผู้คนชาวกาฬสินธุ์มีอาชีพทำการเกษตรเป็นหลักโดยเฉพาะการทำนา จึงมีประเพณีที่สะท้อนภาพวิถีข้าวและความเชื่อให้เห็นแต่ครั้งอดีตต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน เมื่อชาวนาเก็บเกี่ยวเสร็จสิ้นในเดือนยี่หรือราวเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ชาวนาจึงจัด “งานบุญคูนลาน” เป็นการทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคลและสู่ขวัญแม่โพสพที่บันดาลให้มีข้าวอุดมสมบูรณ์ ชาวตำบลเหนือ ได้ทำงานบุญคูนลานในทุกปีเช่นกัน แต่ในปี พ.ศ.2537 – 2540 เป็นช่วงปีแห่งการปรับปรุงรูปแบบงานบุญคูนลาน จากที่เคยทำเฉพาะในครอบครัวสู่การร่วมกันทั้งตำบล จากกองข้าวที่ชาวบ้านนำมาร่วมทำบุญกลายเป็นรูปแบบปราสาทรวงข้าวที่สวยงาม โดยอาศัยแรงศรัทธา ความสามัคคี และการสร้างสรรค์ ของคนในท้องถิ่นโดยแท้
การก่อร่างสร้างปราสาท จะเริ่มประมาณเดือนพฤศจิกายน ที่แต่ละบ้าน จะนำรวงข้าวมารวมกันที่วัดเพื่อคัดแยกรวงที่มีเมล็ดลีบออก แล้วจึงมัดเป็นกำด้วยตอกเพื่อนำมาใช้ตกแต่ง ส่วนผู้ที่มีฝีมือในเชิงช่างไม้ จะวางผังและเริ่มต่อโครงของปราสาทด้วยวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น เมื่อทั้ง 2 อย่างพร้อม จึงเริ่มนำรวงข้าวมามัดติดที่ปราสาท ซึ่งปราสาทจะเสร็จสมบูรณ์ก่อนวันที่นัดหมายทำบุญประมาณ 1 สัปดาห์ ส่วนบ้านใดที่นวดข้าวแล้ว ก็จะนำข้าวเปลือก มาร่วมทำบุญได้ด้วยเช่นกัน ปราสาทรวงข้าวจะตั้งตระหง่าน ณ วัดเศวตวันวนาราม จนถึงต้นเดือนเมษายน ก่อนที่จะนำข้าวมานวด ซึ่งจะได้ข้าวเปลือกราว 8-10 ตัน แล้วจึงจำหน่ายให้กับผู้ที่มีรายได้น้อยต่อไป
ก้อยเกี่ยว เหนี่ยวไหม เป็นลายทอ คนกาฬสินธุ์ส่วนใหญ่เป็นชาวผู้ไทย กระจายอาศัยอยู่ในอำเภอต่างๆ ล้วนแต่มีฝีมือที่มีเอกลักษณะเฉพาะตัว ชาวผู้ไทยในบ้านโพน อำเภอคำม่วง มีชื่อเสียงในการทอผ้าแพรวา ซึ่งเป็นผ้าไหมลายมัดหมี่ที่มีความวิจิตรและละเอียดละออ โดยลายที่สวยงามเกิดจากการย้อมและการใช้นิ้วก้อยเกี่ยวไหมเรียงร้อยเป็นลายผ้าที่เป็นทรงเลขาคณิตมากมายในผ้า 1 ผืน ผ้าแพรวา คือผ้าที่มีความยาว 1 วา โดยใช้เป็น ผ้าเบี่ยง (สไบ) หรือทอเป็นผืนเล็กเพื่อใช้มัดผม มีสีหลักคือ สีโทนแดง ดำ และเหลือง แต่ปัจจุบัน ได้มีการทอให้มีสีที่หลากหลาย เข้ากับสมัยนิยมมากขึ้น
ผู้ที่ชื่นชอบงานผ้าทอ คงใฝ่ฝันที่จะได้ครอบครองผ้าแพรวาสักผื่น ด้วยเพราะความสวยงาม ภูมิปัญญา และความอุตสาหะของผู้ทอ เสริมให้คุณค่าของผ้าแพรวาเป็นผ้าอีกผืนที่ชวนหลงใหล ผ้าแพรวา ผลิตและจำหน่าย ณ หมู่บ้านโพน อำเภอคำม่วง ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์วัฒนธรรมผู้ไทยผ้าไหมแพรวาบ้านโพน ซึ่งมีร้านค้าที่นำผ้าแพรวาและผ้าพื้นเมืองจำหน่ายภายในหมู้บ้านอีกด้วย

แต่งแบบผู้ไทย ชมสิมงาม ไหว้พระพุทธศิลป์ ล้านช้าง วัดวังคำ วัดวังคำ มีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นหลายอย่าง ได้แก่ สิมไทเมืองวัง หรือ อุโบสถทรงศิลปะล้านช้างที่มีความอ่อนช้อยงดงาม มีหลังคามุข 3 ชั้น ตรงกลางเป็นฉัตร 9 ยอด หน้าบันประดิษฐานตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ (12 สิงหาคม 2547) ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ (ในรัชกาลที่ 9) ผนังด้านหลังเป็น รูปต้นโพธิ์ประดับลวดลายด้วpกระจกสี ศาลาราย มีพระพุทธรูปตั้งอยู่โดยรอบ นอกจากนี้ ยังมีศิลปะล้านช้างปรากฏอีกหลายอย่าง อาทิ เจดีย์องค์ใหญ่สีทอง “หลวงปู่วังคำ” พระประธานในศาลาการเปรียญ รวมทั้งธรรมมาสน์ไม้อันสวยงาม นอกจากนี้ยังได้รวบรวมของใช้ในชีวิตประจำวันและบ้าน ทรงพื้นเมืองอีสานไว้ให้ชม
สำหรับผู้ที่สนใจเข้าชมต้อง “แต่งชุดแบบผู้ไทย” เท่านั้น ซึ่งทางวัดวังคำได้จัดเตรียมชุดผู้ไทยทั้งชายหญิงไว้บริการ หรือใครจะสวมใส่มาเองก็ได้เช่นกัน ดังนั้นบรรยากาศในวัด จึงเสมือนหลุดเข้าไปอยู่ในอีกบรรยากาศเลยที่เดียว ความน่าหลงใหลของกาฬสินธุ์ ไม่ได้มีเพียงเท่านี้ หากแต่ยังมีวิถีชีวิต อัธยาศัยไมตรีที่น่ารักและพร้อมต้อนรับผู้มาเยือน
ทั้งนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้นำเสนอภาพมอง “กาฬสินธุ์” ในมุมใหม่ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เห็นภาพปัจจุบันของจังหวัดกาฬสินธุ์ ทั้งเชิงวิถีชีวิตในเมือง งานฝีมือ สถาปัตยกรรม รวมไปถึงแหล่งเรียนรู้ทางโบราณคดีชีววิทยาที่มีความทันสมัยและเป็นแหล่งเรียนรู้ซากดึกดำบรรพ์ที่สำคัญของประเทศไทย ล้วนเป็นเสน่ห์ของจังหวัดทั้งสิ้น ภาพดังกล่าว สามารถเข้าไปชมได้ที่ www.facebook.com/eGREETTAT ซึ่งเป็นหนึ่งในการดำเนินการด้านการตลาดในแนวคิด “ทุกสิ่งสร้างสรรค์ ณ กาฬสินธุ์” เพื่อสอดรับกันนโยบายของรัฐบาล ในการที่จะใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือในการสร้างรายได้ให้แก่ท้องถิ่นเมืองรอง ตามแคมเปญ Amazing Thailand Go Local หรือ เที่ยวท้องถิ่นไทยชุมชนเติบใหญ่ เมืองไทยเติบโต ที่ส่งเสริมให้เกิดการเดินทางไปท่องเที่ยวในเมืองรอง เพื่อการท่องเที่ยวช่วยสร้างรายได้ ลดความเหลื่อมล้ำให้กับท้องถิ่นอย่างยั่งยืน


