เมื่อเร็วๆ นี้ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) เบิกฤกษ์การเปิดหลักสูตรผู้บริหารหลักนิติธรรม (TIJ Executive Program on the Rule of Law and Development: RoLD) รุ่นที่ 2 ด้วยการเปิดประเด็นยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 กับหลักนิติธรรม เชิญ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี บรรยายความเชื่อมโยงระหว่างสองประเด็นหลักของสังคมไทยให้ผู้นำรุ่นใหม่ได้รับฟังเมื่อเร็วๆ นี้ โดยได้ข้อสรุปว่าไทยแลนด์ 4.0 จะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อมีสังคมที่เป็นธรรม ซึ่งก็คือสังคมที่มีหลักนิติธรรมเป็นหนึ่งในปัจจัยพื้นฐานนั่นเอง
หลักนิติธรรม ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นหนึ่งในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ โดยเป็นเป้าหมายที่ 16 จาก UN Sustainable Development Goals 17 เป้าหมาย กล่าวโดยย่อหลักนิติธรรมคือ หลักในการบริหารปกครองที่กฎหมายเป็นใหญ่ ตัวบทกฎหมายเป็นธรรรมและทันต่อความเปลี่ยนแปลงของโลก การบังคับใช้กฎหมายจะต้องเป็นไปเพื่ออำนวยความยุติธรรม และเปิดโอกาสให้คนเข้าถึงความยุติธรรมได้อย่างทั่วถึง รวมทั้งผู้บังคับใช้กฎหมายก็ต้องมีความยุติธรรมด้วยเช่นกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยพื้นฐานที่จะทำให้บ้านเมืองเกิดความสันติสุขและเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ศ.พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า
“ด้วยความเชื่อว่าในการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่ยุค Thailand 4.0 จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยในด้านเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี รวมทั้งด้านหลักนิติธรรมไปพร้อมๆ กัน ในการเปิดหลักสูตร “RoLD Program” ปีที่ 2 จึงได้เรียนเชิญ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มาบรรยายในหัวข้อ ‘การปฏิรูปหลักนิติธรรมสู่ Thailand 4.0’ เพื่อช่วยเปิดมุมมองและทำให้ผู้เกี่ยวข้องมีความเข้าใจในเรื่องนี้แจ่มชัดยิ่งขึ้น”

ดร.สุวิทย์ ได้บรรยายว่า “ความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกในศตวรรษที่ 21 ได้นำเรามาสู่โลกแห่งความสุดโต่ง ทั้งทางธรรมชาติ เศรษฐกิจ การเมือง และสังคมซึ่งมีความเหลื่อมล้ำมากขึ้น และยังเป็นโลกแห่งความย้อนแย้งกล่าวคือ กฎเดิมๆ เริ่มใช้ไม่ได้จะต้องปรับเปลี่ยน รวมทั้งเป็นโลกแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน อาทิ ความเจริญอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี ซึ่งมีผลต่อพฤติกรรมของมนุษย์”
“ในการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่ยุค Thailand 4.0 นั้น ทุกภาคส่วนจำเป็นต้องขับเคลื่อนไปพร้อมๆ กัน ไม่เว้นแม้แต่เรื่องกรอบวิธีคิดในเรื่องกฎหมายและประเด็นการเอื้อให้เกิดสังคมที่เป็นธรรม จะต้องมีการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่ระบบเศรษฐกิจที่เน้นคุณค่า ซึ่งมีนัยยะในเรื่องการกระจายทรัพยากรและประโยชน์สู่ประชาชนอย่างเท่าเทียมเพื่อการพัฒนาที่สมดุล โดยต้องรักษาความสมดุลนี้ในส่วนของมนุษย์กับธรรมชาติ มนุษย์กับมนุษย์ และมนุษย์กับเทคโนโลยี”
“ทั้งนี้ เพื่อให้เหมาะสมกับระบบนิเวศน์ทางสังคมที่เปลี่ยนไปคือ จากการรวมศูนย์อำนาจสั่งการและควบคุมทุกสิ่งจากส่วนกลาง ก็ทำงานแบบเป็นเครือข่ายแนวนอนประสานความร่วมมือช่วยกันคิดช่วยกันทำ จากการทำงานเน้นโครงสร้างอำนาจรัฐ กลายเป็นเน้นการบริหารจัดการด้วยหลักธรรมาภิบาลซึ่งก็ต้องใช้หลักนิติธรรมเข้ามาเป็นเครื่องมือ จากการทำหน้าที่ตามปกติแต่เดิมก็เปลี่ยนมาทำงานตามวาระการจัดลำดับความสำคัญ และจากที่ต่างคนต่างมองงานในมุมแคบเฉพาะส่วนก็จะต้องทำงานโดยเชื่อมโยงกับบริบทระดับโลก”
“ผมมีความเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าหลักนิติธรรมหรือสังคมที่เป็นธรรม เป็นปัจจัยเอื้อที่สำคัญที่จะทำให้ไทยแลนด์ 4.0 ประสบความสำเร็จ รัฐมีหน้าที่อย่างสำคัญในการวางโครงสร้างหรือระบบนิเวศน์ให้เอื้ออำนวยในชั้นต้น แต่หากปราศจากความสนใจและการเข้าร่วมสร้างความเปลี่ยนแปลงโดยหน่วยต่างๆ ในสังคม ซึ่งไล่เรียงตั้งแต่หน่วยใหญ่ไปจนถึงระดับครอบครัวหรือปัจเจกชนแล้ว ก็เป็นการยากที่จะสร้างสังคมที่เป็นธรรมให้เกิดขึ้นได้โดยง่าย” ดร.สุวิทย์กล่าวทิ้งท้าย
เกี่ยวกับ RoLD Program
ภายใต้หลักคิดที่ว่าการส่งเสริมหลักนิติธรรมและการพัฒนาสังคม จำเป็นต้องอาศัยพลังจากทุกภาคส่วนจากหลากหลายสาขาอาชีพในสังคมไทย ไม่ใช่เพียงแค่นักกฎหมายหรือบุคลากรในกระบวนการยุติธรรมเท่านั้น สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทยหรือ TIJ จึงได้สร้างหลักสูตร RoLD Program ขึ้นมาเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้นำและผู้บริหารจากภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนภาคประชาสังคม ได้มาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมเป็นเครือข่ายในการสร้างความเปลี่ยนแปลง นำหลักนิติธรรมไปส่งเสริมและปรับใช้ในภาคส่วนต่างๆ ต่อไป

