
นายสมชัยกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา เอไอเอสได้พัฒนาเครือข่ายเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง เตรียมงบลงทุนเครือข่าย 35,000-38,000 ล้านบาท เพื่อเครือข่าย Next Generation ที่รองรับความเร็วถึง 1GB การขยายเครือข่าย NB-IoT และ eMTC เพื่อรองรับเทคโนโลยีIoT (อินเทอร์เน็ตออฟธิงค์) และเอไอเอสไฟเบอร์ รวมถึงนำคอนเทนต์ใหม่ ทั้งจากระดับโลกอย่าง CNN และโลคอลคอนเทนต์ ตลอดจนเข้าไปซื้อหุ้นซีเอสล็อกซ์อินโฟ เพื่อเสริมความแกร่งในการให้บริการลูกค้ากลุ่มองค์กรให้มากยิ่งขึ้นด้วย

นายสมชัยกล่าวต่อว่า สำหรับแพลตฟอร์มสำคัญที่เปิดตัวจะเป็นดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อประเทศไทย ที่จะเป็นเครื่องมือให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนด้วยดิจิทัล ได้แก่ 1.AIS IoT Alliance Program (AIAP) ที่ปัจจุบันมีความร่วมมือของสมาชิก 70 ราย จากทุกส่วนที่เกี่ยวข้องกับ IoT ทั้งภาครัฐและเอกชน ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนความรู้ โปรดักส์ เซอร์วิส และโซลูชั่น เพื่อให้เกิดการพัฒนา IoT Solution และBusiness Model ร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม 2.VDO Platform “Play 365” เปิดโอกาสให้นักสร้างสรรค์คอนเทนต์ในทุกวงการนำเสนอผลงานที่สร้างขึ้น เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงผู้บริโภคด้วยโครงสร้างรายได้และโมเดลที่เหมาะสม สอดคล้องกับตัวเลขผู้ชมที่แท้จริง และ 3.VR Content Platform เปิดโอกาสให้นักพัฒนา VR contentเรียนรู้จากผู้ผลิต VR ระดับโลกอย่าง IMAX พร้อมโครงการ VR content creator program ที่เอไอเอสได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นเวทีของการสร้างคอนเทนต์ด้วยเทคโนโลยี VR ในอุตสาหกรรม

