11 องค์กรระดับชาติ เชิดชู SMEs มอบรางวัล 7 Innovation Awards 2018 ต่อยอด SMEs ไทย พัฒนานวัตกรรมสู่ความสำเร็จ

บมจ.ซีพี ออลล์ ร่วมกับ 10 องค์กร จัดงาน “Thailand Synergy เพื่อ SMEs ไทย” พร้อมประกาศผลและมอบรางวัล “สุดยอดนวัตกรรมเซเว่น อินโนเวชั่น อวอร์ดส์ 2018 (7 Innovation Awards 2018)” พร้อมเปิดแนวคิดนำนวัตกรรมต่อยอดธุรกิจสร้างมูลค่าและความสำเร็จ

นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในประเทศไทย กล่าวว่า ซีพี ออลล์ มีนโยบายส่งเสริมและมุ่งสร้างความแข็งแกร่งให้กับกลุ่ม SMEs รวมทั้ง Start Up ที่ผลิตสินค้านวัตกรรมหรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งสินค้าที่วางจำหน่ายในเซเว่นฯ และเครือข่ายความร่วมมือที่เป็นสินค้าที่ตอบโจทย์รสนิยมของคนไทย มีรสชาติอร่อย คุณภาพดี ปลอดภัย รวมทั้งมีโรงงานผลิตสินค้าที่ถูกสุขลักษณะ ได้มาตรฐานสากล

ล่าสุด ซีพี ออลล์ เดินหน้าผนึกกำลัง 10 องค์กรระดับประเทศ ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.), สำนักงานพัฒนาวิยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.), สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)(สนช.), สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.), ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย,สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี,สมาคมหน่วยบ่มเพาะธุรกิจและอุทยานวิทยาศาสตร์ไทย(Thai-BISPA),หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย,สมาคมธนาคารไทย และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) จัดงาน“Thailand Synergy เพื่อ SMEs ไทย” พร้อมประกาศผลและมอบรางวัล “สุดยอดนวัตกรรมเซเว่น อินโนเวชั่น อวอร์ดส์ 2018” ( 7 Innovation Awards 2018) เป็นโครงการที่จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ภายใต้”โครงการความร่วมมือขับเคลื่อนนวัตกรรมสำหรับประเทศ”

ภายในงานมีการเสวนาพิเศษในหัวข้อ “แบ่งปันประสบการณ์และเคล็ดลับผลงานนวัตกรรมที่ได้รับรางวัล7 Innovation Awards 2018” จากผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับรางวัล มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ความสำเร็จ เพื่อเป็นแนวทางให้แก่ SMEs นำแนวคิดการใช้นวัตกรรมไปประยุกต์ใช้ต่อยอดกับธุรกิจของตนเองไว้อย่างน่าสนใจ

รศ.ดร.เจษฎา วรรณสินธุ์ เจ้าของรางวัลชนะเลิศ สุดยอดนวัตกรรม 7 Innovation Awards ผลงานที่เกิดประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ จากธุรกิจ GISS Unit เทคโนโลยีการหล่อโลหะแบบสเลอร์รี่” บอกถึงปัจจัยที่ทำให้ประสบความสำเร็จว่า ปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้จนถึงทุกวันนี้ คือ ได้นำหลัก 4P มาใช้ในการดำเนินธุรกิจ โดย P ตัวที่ 1 ก็คือ “Principle” เราต้องแน่นในหลักการ ในสิ่งที่เราทำ ต้องมีความรู้เกี่ยวสิ่งที่ทำอย่างแท้จริงๆ P ตัวที่ 2 คือ “Passion” คือทั้งหมดที่เราทำมา เราไม่ได้ทำเพื่อเงินอย่างเดียว แต่ทำเพื่อให้สำเร็จ P ตัวที่ 3 “perseverance” คือสู้ไม่ถอย  เมื่อไหร่ที่เราไม่หยุด เราก็สู้ไปเรื่อยๆ สู้จนตาย เราก็จะไม่แพ้ ตัวที่ 4 “Persistence” เราต้องมีการสร้างภูมิไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็มีพลังบวก มีความสุขในการทำงาน

  

ด้าน นางสาวอรประภา  พรมรังฤทธิ์  เจ้าของผลิตภัณฑ์แชมพูสมุนไพรใบหมี่ “ชีววิถี” ที่คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ผลงานที่เกิดประโยชน์ด้านสังคม จากเวทีสุดยอดนวัตกรรม 7 Innovation Awards  เล่าให้ฟังว่า เริ่มต้นจากตนมีความชื่นชอบสมุนไพร และสำนึกรักในบ้านเกิด จึงนำเอาภูมิปัญญาเกี่ยวกับพืชสมุนไพรที่ได้รับการถ่ายทอดจากบรรพบุรุษ มาศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมต่อยอดเป็นสินค้า OTOP และทำสินค้าจากสมุนไพรอีกหลากหลายชนิด ปัจจุบันได้มาตรฐาน GMP หนึ่งเดียวของประเทศไทยในขณะนี้ พร้อมทั้งได้พัฒนาหมู่บ้านน้ำเกี๋ยน จังหวัดน่าน ให้เป็นวิสาหกิจชุมชน อันดับ 1 ของประเทศด้วย ซึ่งปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้ คือ การมีความรัก ความใส่ใจ และความศรัทธาในสิ่งที่ทำ เพราะการทำงานในสิ่งที่เรารักและถนัด นั่นคือแรงผลักดันที่ทำให้เกิดความตั้งใจทำให้สำเร็จ

  

 

ซึ่งสอดคล้องกับ นายจรัสพรรณ พฤกษารัตนวุฒิ  เจ้าของสกินแคร์ weisse (ไวส์เซ่) ครีมกันแดดนาโนแคล ที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ด้านผลงานที่เกิดประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ จากเวทีสุดยอดนวัตกรรม 7 Innovation Awards  โดยเริ่มต้นจากการค้นหาความชอบของตนเองตั้งแต่ในสมัยเรียน นำปัญหาผิวที่เกิดกับตนเองมาศึกษาต่อยอดผสมผสานกับความรู้ที่เรียนมา ทำเป็นแบรนด์เครื่องสำอาง แต่กว่าจะมาเป็นแบรนด์ weisse นั้น ไม่ง่ายเลย เพราะต้องหาตัวเองให้เจอ เริ่มศึกษาว่าตัวเองชอบอะไร ถนัดอะไร เพราะความถนัดแต่ละคนไม่เหมือนกัน ข้อที่ 2 ก็คือมีเป้าหมาย มีแรงบันดาลใจ เป้าหมายเรายิ่งใหญ่ ยิ่งเป็นแรงผลักดันให้เราทำสิ่งนั้นได้ ข้อที่ 3 คือ ต้องมาดูว่าสิ่งที่รัก สิ่งที่ชอบ แล้วก็เป้าหมายมันเหมาะกับเราแค่ไหนแล้วก็มาศึกษาหาข้อมูล วางแผน business model และอันที่ 4 คือ ลงมือทำ พร้อมที่จะปรับตัวอยู่ตลอดเวลา ประเมินธุรกิจทุกเดือน ในเวลาสั้นๆ เพื่อปรับแผนให้เร็วที่สุด และทุกอย่างก็จะมีโอกาสประสบความสำเร็จได้มากกว่า

  

 

สำหรับนายโสรัจ มหรรณพกุล  เจ้าของธุรกิจ “ข้าวกล้องป๊อป เกรนเน่ย์” ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ผลงานที่เกิดประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ จากเวทีสุดยอดนวัตกรรม 7 Innovation Awards กล่าวว่า ได้นำนวัตกรรมการแปรรูปสินค้า โดยเปลี่ยนจากข้าวกล้องที่เป็นสินค้าส่งออกขึ้นชื่อของไทย ให้เป็นขนมเพื่อสุขภาพ แคลอรี่ต่ำ ด้วยการผ่านกรรมวิธีการป๊อป หรือการทำให้ข้าวกล้องพองตัวออกมากที่สุดแทนการทอด เมื่อรับประทานเข้าไปจะทำให้รู้สึกอิ่มเร็ว เป็นขนมทางเลือกให้กับผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและต้องการลดน้ำหนัก มีแคลอรี่ต่ำ ไฟเบอร์สูง มีประโยชน์ต่อร่างกาย พร้อมทิ้งท้ายด้วยข้อคิดดีๆ ว่า “ผมเชื่อว่าคนเราเกิดมาไม่มีใครเก่ง ต้องมีการวางแผน แม้มันจะล้มบ้าง พลาดบ้าง แต่เราก็มีแรงศรัทธาที่จะก้าวต่อไป”

การนำนวัตกรรมมาส่งเสริมธุรกิจในปัจจุบัน ไม่ใช่เพียงแค่เทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังเป็นภูมิปัญญา ความรู้ความคิดที่เกิดขึ้นได้ทั้งจากประสบการณ์ ความรู้ หรือแม้กระทั่งปัญหาที่พบเจอ ทุกๆ สิ่งสามารถเริ่มต้นขึ้นเป็นธุรกิจ และนำมาต่อยอดความคิด พร้อมทั้งสร้างรายได้ เคล็ดลับและประสบการณ์ ข้อคิดดีๆ ที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้แบ่งปันไว้ จะเป็นอีกกำลังใจ ที่ช่วยเสริมแรงผลักดันให้เหล่าผู้ประกอบการได้สร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘อั้ม พัชราภา’ ขึ้นศาลเบิกความคดียักยอกทรัพย์ 39 ล้าน
บทความถัดไป‘มิ้นท์ ณัฐวรา’ เจอชาวเน็ตติง หลังลงภาพเที่ยวอินเดีย เหตุโดนมองโป๊เกิน ไม่เหมาะ งานนี้เจ้าตัวขอโต้!!