
วันที่ 11 มกราคม นายทศพร นุชอนงค์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี แถลงข่าว “กรมทรัพยากรธรณี อาสาสานฝันเบต้า พาเยือนแหล่งขุดถิ่นไดโนเสาร์” โดยนายทศพร กล่าวว่า สืบเนื่องจากในวันเด็กแห่งชาติ 9 มกราคม ที่ผ่านมา กรมทรัพยากรธรณีได้ประกาศตามหาเด็กชายคนหนึ่งที่ยืนร้องไห้กับผู้ปกครอง บริเวณประตูทางเข้าทำเนียบรัฐบาล เนื่องจากมีการโพสต์ข้อความผ่านสังคมออนไลน์ว่าเด็กคนดังกล่าวไม่สามารถเข้าไปเล่นไดโนเสาร์ ที่นำมาจัดแสดงในวันเด็กที่ทำเนียบรัฐบาลได้ เพราะการจัดงานได้เสร็จสิ้นก่อนที่เด็กชายคนดังกล่าวจะเดินทางมาถึง อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้พาเด็กชายเข้าไปขี่ไดโนเสาร์ในทำเนียบก่อนขนส่งไปจัดเก็บแล้ว ทั้งนี้หลังจากได้มีการประกาศตามหาตัวปรากฏว่าเมื่อวันที่ 10 มกราคม ช่วงบ่ายกรมทรัพยากรธรณีได้พบเด็กชายดังกล่าว คือ ด.ช.ภูรินทร์ พิบูลย์รัตนกิจ หรือน้องเบต้า อายุ 8 ขวบ ที่อยากเข้ามาชมไดโนเสาร์ในงานวันเด็กเป็นอย่างมาก จึงได้มีการหารือกับผู้ใหญ่ในกรมทรัพยากรธรณีในการพาน้องเบต้าร่วมลงพื้นที่แหล่งอนุรักษ์ทรัพยากรธรณี เพื่อติดตามภารกิจของกรมทรัพยากรธรณี ในการสำรวจขุดค้น และศึกษาวิจัยแหล่งซากดึกดำบรรพ์ ร่วมกับเยาวชนในพื้นที่ จ.ขอนแก่น กาฬสินธุ์ และเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์สิรินธร ศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง และซากดึกดำบรรพ์ภูน้อย อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ ในช่วงปลายเดือน ก.พ.นี้ร่วมเยาวชนในพื้นที่อีก 10 คน

ขณะที่ ด.ช.ภูรินทร์ หรือน้องเบต้า ที่มาร่วมแถลงข่าวด้วย กล่าวว่า รู้สึกตื่นเต้นมากที่จะได้ไปดูไดโนเสาร์ ในช่วงวันเด็กตอนเช้าที่ไม่ได้มาดูเพราะไปเรียนพิเศษจนถึงเที่ยง จากนั้นอากงพาไปกองทัพเรือ แต่ประตูปิด อากงจึงพามาทำเนียบ ทำเนียบก็ปิดอีก ไม่ได้ดูไดโนเสาร์ แต่มีได้มีพี่ๆ ที่ได้ยินเสียงร้องไห้พาเข้าไปขี่ไดโนเสาร์และให้ตุ๊กตาจึงได้กลับบ้าน แต่ใจจริงอยากเล่นให้นานกว่านี้ อยากดูไดโนเสาร์และอยากขี่ไดโนเสาร์อีก
ด้าน นายเอกอรุณ พิบูลย์รัตนกิจ พ่อของน้องเบต้า กล่าวว่า วันเด็กตนทำงานไม่มีเวลาพาลูกไปเที่ยว อากง หรือปู่ ของน้องเบต้าจึงพาน้องไปเที่ยวที่ กองทัพเรือ แต่ตอนนั้นกองทัพเรือปิดแล้ว เหตุที่มาช้าเพราะ เบต้าติดเรียนพิเศษ จึงได้พาน้องมาต่อที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อดูไดโนเสาร์แต่ก็มาไม่ทัน เห็นพี่ทีมงานกำลังทยอยเก็บของ ประตูหน้าทำเนียบก็ปิดไม่สามารถเข้าได้ น้องเบต้ากลัวไม่ได้ไปเที่ยวต่อ จึงร้องไห้ตามประสาเด็ก พี่ที่กำลังเก็บของได้ยินเสียงน้องร้องไห้ จึงสงสารพาน้องไปนั่งไดโนเสาร์ตัวสุดท้ายที่กำลังเก็บพร้อมกับให้ตุ๊กตามาอีก 2 ตัว จึงพอใจและยอมกลับบ้าน หลังจากนั้นไม่รู้ตัวเลยว่ามีคนถ่ายรูปและนำไปโพสลงโซเชี่ยลจนเป็นกระแสตามหาน้อง จนมีตัวแทนจากกรมทรัพยากรธรณีโทรติดต่อมา จึงสานฝันของน้องให้เป็นจริงในที่สุด

นายทศพร กล่าวอีกว่า การพาน้องเบต้าไปร่วมสำรวจแหล่งขุดค้นซากดึกดำบรรพ์ถือเป็นการสานฝันให้เป็นจริง โดยขณะนี้กรมทรัพยากรธรณีได้ขุดค้นแหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่มีความน่าสนใจในแหล่งภูน้อย ต.ดินจี่ อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ซึ่งเป็นแหล่งซากดึกดำบรรพ์อายุ 150 ปี พบว่ามีสัตว์สายพันธุ์ใหม่ของโลกหลายชนิด ได้แก่ ปลาอิสานอิกซิส เลิศบุศย์ศี (Isanichthyslertboosi) ฉลามน้ำจืดอะโครดัส กาฬสินธุ์เอนซิส (Acroduskalasinensis) เต่าภูน้อยเซลิส ธีรคุปติ (Phunoichelysthirakhupti) นอกจากนี้จากการศึกษาซากไดโนเสาร์ยังพบไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดใหญ่วงศ์ซินแรพเตอริเด (Sinraptoridae) ไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดเล็กยังไม่ทราบวงศ์แน่ชัด ไดโนเสาร์กินพืชขนาดใหญ่วงศ์มาเมนซิซอริเด (Mamenchisauridae) ไดโนเสาร์กินพืชวงศ์ฮิปซิโลโฟดอน ทิเด (Hypsilophodontidae) ซึ่งการพบกลุ่มของไดโนเสาร์เหล่านี้อยู่ด้วยกันสามารถเทียบเคียง การค้นพบในประเทศจีนในยุคจูแรสซิกตอนปลาย แต่ไม่พบในทวีปหรือภูมิภาคอื่นในโลก การค้นพบไดโนเสาร์ที่ภูน้อยครั้งนี้สนับสนุนการศึกษาทางธรณีวิทยาในยุคจูแรสซิกตอนปลาย ซึ่งประเทศไทยและประเทศจีน มีลักษณะภูมิประเทศที่ต่อเนื่องเชื่อมโยงกันและไม่มีความแตกต่างกันของสภาพแวดล้อมมากนัก ทำให้ระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพใกล้เคียงกันมาก นอกจากจีนประเทศไทยจึงมีความหลากหลายมากที่สุดในเอเชีย


