นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) เปิดเผยว่า ผลการประชุม กนป. ครั้งที่ 1/2561 เมื่อวันที่ 19 มี.ค.61 มีมติรับทราบสถานการณ์การผลิตและการตลาดปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม โดยในปี 2561 มีผลผลิตปาล์มน้ำมัน 15.18 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจาก 14.24 ล้านตัน ในปี 2560 หรือเพิ่มขึ้น 7% เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมารายได้จากการปลูกปาล์มสูงกว่าพืชทางเลือกอื่น ส่งผลให้เกษตรกรหันมาปลูกปาล์มน้ำมันเพิ่มขึ้น ส่วนผลผลิตต่อไร่เฉลี่ยเพิ่มสูงขึ้น คิดเป็นน้ำมันปาล์มดิบ 2.67 ล้านตัน และเมื่อรวมกับสต็อกน้ำมันปาล์มดิบในปี 2560 จำนวน 0.48 ล้านตัน ทำให้ปี 2561 มีน้ำมันปาล์มดิบรวมทั้งสิ้น 3.15 ล้านตัน
และจากการคาดการณ์ของกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงพลังงาน พบว่า ความต้องการใช้ภายในประเทศอยู่ 2.34 ล้านตัน ทำให้เมื่อถึงสิ้นปีนี้จะมีสต็อกส่วนเกินความต้องการใช้ในประเทศ 0.82 ล้านตัน ซึ่งสูงกว่าระดับสต็อกที่กำหนดไว้ 0.56 ล้านตัน (กำหนดระดับที่เหมาะสม 0.25 ล้านตัน) ดังนั้น เพื่อให้ปริมาณสต็อกอยู่ในระดับที่เหมาะสมและระบบราคามีเสถียรภาพ จำเป็นต้องผลักดันส่งออกอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยประมาณเดือนละ 46,600 ตัน ขณะที่ราคาปาล์มน้ำมัน (ณ 12 มี.ค.61) พบว่า ราคาผลปาล์มน้ำมัน อัตราน้ำมัน 18% เฉลี่ย กก.ละ 4.00 บาท และราคาน้ำมันปาล์มดิบ เฉลี่ย กก.ละ 21.25 บาท

สำหรับการแก้ปัญหาราคาปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม ตามมติ กนป. ให้ลดปริมาณสต็อกน้ำมันปาล์มดิบ ผลการดำเนินงานเดือนธ.ค. 60 สามารถส่งออกได้ 88,304 ตัน ส่วนเดือนม.ค.61 ส่งออกได้ 86,432 ตัน และจากการรายงานจากผู้ประกอบการส่งออก คาดว่าในเดือนก.พ.และมี.ค.61 จะมีการส่งออกได้ 66,000 ตัน และ 39,000 ตัน ตามลำดับ ในขณะที่ใช้น้ำมันปาล์มดิบไปผลิตเป็นไบโอดีเซลเพื่อสต็อกนั้น จากการประสานงานกับผู้ค้าน้ำมัน ตามมาตรา 7 พบว่า สามารถจัดเก็บน้ำมันปาล์มดิบได้สูงสุด 60,256 ตัน ซึ่งข้อมูล ณ วันที่ 28 ก.พ.61 สามารถจัดเก็บได้รวมทั้งสิ้น 54,169 ตัน หรือประมาณ 90% ของความสามารถที่จัดเก็บได้
ส่วนที่ยังไม่ครบนั้น อยู่ระหว่างดำเนินการจัดเก็บต่อไป การช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อย ให้ทุกภาคส่วนร่วมกันกำหนดแนวทางแก้ไขและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายในลักษณะบันทึกข้อตกลงร่วมกัน (MOU) และมอบหมายให้คณะกรรมการบูรณาการกองอำนวยการความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กบข.กอ.รมน.) เป็นหน่วยงานหลักรับผิดชอบในการดำเนินการ
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้มอบหมายให้กระทรวงพลังงาน กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกันหารือแนวทางในการบริหารจัดการสต็อกน้ำมันปาล์มดิบเพื่อให้ปริมาณการผลิตและการใช้น้ำมันปาล์มดิบในประเทศเกิดดุลยภาพและราคามีเสถียรภาพ รวมถึงการกำหนดโครงสร้างราคาที่เป็นธรรมทั้งระบบ พร้อมกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการหาแนวทางความร่วมมือในการรณรงค์การใช้น้ำมันปาล์มภายในประเทศ และส่งเสริมการผลิตปาล์มคุณภาพตามมาตรฐานสากล (RSPO) ตลอดจนการรณรงค์ให้เกษตรกรตัดปาล์มสุกเพื่อเพิ่มเปอร์เซ็นต์น้ำมัน ยกระดับราคาปาล์มน้ำมันในประเทศให้สูงขึ้น

