สศก.ยันการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำรอบใหม่ กระทบต้นทุนการผลิตภาคเกษตรเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

23.03.18 | 10:36 น.

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า จากกรณีการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนเป็นต้นไป โดยอัตราค่าจ้างใหม่ จะอยู่ในช่วง 308-330 บาทต่อวัน (เฉลี่ย 315.97 บาทต่อวัน) ใน 7 กลุ่มจังหวัด ย่อมส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตเพื่อใช้สำหรับผลิตสินค้าและบริการของแต่ละสาขาในระบบเศรษฐกิจ  และเมื่อใช้ข้อมูลจากตารางปัจจัยการผลิตและผลผลิต 180 สาขา ปี 2553 ของประเทศไทยที่จัดทำโดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  มาคำนวณหาสัดส่วนต้นทุนแรงงานของภาคการผลิต สามารถแบ่งเป็น 3 ภาคการผลิต ดังนี้ ภาคอุตสาหกรรม มีอัตราส่วนต้นทุนค่าจ้างแรงงานต่อต้นทุนการผลิต 9% โดยต้นทุนแรงงานไม่มาก เนื่องจากอุตสาหกรรมมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยการผลิตสินค้า  ภาคบริการ มีอัตราส่วนต้นทุนค่าจ้างแรงงานต่อต้นทุนการผลิต 20.2% โดยภาคบริการเฉลี่ยใช้แรงงานคนมาก เพราะต้องสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าในการให้บริการ ส่วนภาคการเกษตร มีอัตราส่วนต้นทุนค่าจ้างแรงงานต่อต้นทุนการผลิตอยู่ที่ 17.4% โดยเฉลี่ยใช้แรงงานเป็นหลักในกิจกรรมการผลิต

ด้านนางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการ สศก. กล่าวเสริมว่า จากการวิเคราะห์ของ สศก. ถึงผลกระทบจากการเพิ่มค่าจ้างแรงงานต่อระบบเศรษฐกิจการเกษตรไทย โดยพิจารณาจากสัดส่วนต้นทุนค่าจ้างแรงงานถึงผลกระทบต่อภาคเกษตรของแต่ละสาขา พบว่า  สาขาพืช ได้รับผลกระทบจากการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำมากสุด โดยมีสัดส่วนต้นทุนแรงงานเฉลี่ย 17.8% ได้แก่ การทำไร่อ้อยโรงงาน สวนยางพารา การทำไร่ข้าวโพด การทำไร่มันสำปะหลัง การทำสวนผัก และการทำสวนผลไม้ โดยการผลิต จำเป็นต้องใช้แรงงานตั้งแต่การเริ่มการเตรียมดิน การเพาะปลูก การดูแลรักษา จนถึงการเก็บเกี่ยวผลผลิต

รองลงมา คือ สาขาบริการทางการเกษตร   มีสัดส่วนต้นทุนแรงงานเฉลี่ย 12.1% ซึ่งมีการใช้แรงงานที่ไม่มากนัก เนื่องจากได้นำเทคโนโลยีเครื่องจักรเข้ามาทดแทนแรงงานบางกิจกรรมการผลิต เช่น เครื่องเกี่ยวข้าว เครื่องตัดอ้อย เป็นต้น  สาขาประมง มีสัดส่วนต้นทุนแรงงานเฉลี่ย 8.4% ซึ่งการทำประมงทะเลจะได้รับผลกระทบการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำมากกว่าการทำประมงน้ำจืด  ส่วนสาขาปศุสัตว์ ได้รับผลกระทบจากการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำน้อยที่สุด โดยมีสัดส่วนต้นทุนแรงงานเฉลี่ย 8% จากกิจกรรมที่ต้องใช้แรงงาน ได้แก่ การเลี้ยงสัตว์ปีกและสุกร

Advertisement

แม้การปรับค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ จะมีผลกระทบต่อภาคเกษตรค่อนข้างน้อย แต่สิ่งสำคัญคือภาคการเกษตรยังคงต้องปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์ ทั้งการพัฒนาศักยภาพแรงงานเกษตรเพื่อให้สามารถลดต้นทุนในการผลิต รวมทั้งเพิ่มปริมาณและคุณภาพของผลผลิต การปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานภาคการเกษตรเป็นแบบการรวมกลุ่มเกษตรกรหรือคนในชุมชน และการการน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้เพื่อให้เกษตรกรพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนต่อไป