สศก. เผยจีดีพีเกษตรไตรมาสแรก ขยายตัว 3.8%  ผลจากนโยบายพัฒนาภาคเกษตรและภาวะเศรษฐกิจโลกดีขึ้น

23.03.18 | 16:44 น.

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า จากการวิเคราะห์ภาวะเศรษฐกิจการเกษตรไตรมาส 1 ปี 2561 พบว่า ขยายตัว 3.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2560 โดยทุกสาขาการผลิตขยายตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีปัจจัยเอื้ออำนวยหลายด้าน ทั้งปริมาณน้ำที่ใช้การได้ในอ่างเก็บน้ำสำคัญมีเพียงพอต่อการเพาะปลูกพืช การบริหารจัดการน้ำและจัดสรรน้ำอย่างเหมาะสม ประกอบกับสภาพอากาศในพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศเอื้ออำนวยต่อการผลิต ทำให้พืชเศรษฐกิจหลักหลายชนิดมีทิศทางเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินนโยบายด้านการเกษตรที่สำคัญต่างๆ และเร่งขยายผลให้ครอบคลุมทั้งประเทศมากขึ้น ตลอดจนเศรษฐกิจโลกที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างเนื่อง รวมทั้งความเชื่อมั่นของประเทศคู่ค้าที่มีต่อสินค้าเกษตรไทย ส่งผลให้การส่งออกสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์มีแนวโน้มดีขึ้น

โดยสามารถแยกเป็นรายสาขาดังนี้ สาขาพืช ขยายตัว 4.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยผลผลิตพืชสำคัญที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ ข้าวนาปี ข้าวนาปรัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อ้อยโรงงาน สับปะรดโรงงาน ยางพารา ปาล์มน้ำมันและลำไย สำหรับข้าวนาปีมีผลผลิตเพิ่มขึ้น เนื่องจากปริมาณน้ำเพียงพอต่อการเพาะปลูกและเจริญเติบโตของต้นข้าว ทำให้เกษตรกรในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางสามารถปลูกข้าวนาปีรอบสอง อ้อยโรงงาน มีผลผลิตเพิ่มขึ้น เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนให้เปลี่ยนพื้นที่เพาะปลูกข้าวที่ไม่เหมาะสมมาปลูกอ้อยโรงงานแทน ด้านราคา ในช่วงเดือนม.ค.-ก.พ.61 สินค้าพืชที่มีราคาที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง และลำไย

สาขาปศุสัตว์ ขยายตัว 1.4% จากการเพิ่มปริมาณการผลิตตามความต้องการบริโภคของตลาดทั้งในและต่างประเทศ ประกอบกับการเฝ้าระวัง ควบคุมโรคระบาด และจัดการฟาร์มได้มาตรฐาน ทำให้สินค้าปศุสัตว์หลัก ได้แก่ ไก่เนื้อ สุกร ไข่ไก่ และน้ำนมดิบ มีผลผลิตเพิ่มขึ้น  แต่ด้านราคาสินค้าปศุสัตว์ส่วนใหญ่มีราคาลดลง โดยราคาสุกร ไข่ไก่ ลดลง เนื่องจากปริมาณผลผลิตที่ออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น ในขณะที่ราคาน้ำนมดิบค่อนข้างทรงตัว สาขาประมง ขยายตัว 1.5% จากปริมาณกุ้งทะเลเพาะเลี้ยงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เกษตรกรมีการบริหารจัดการฟาร์มที่ดี รวมทั้งมีการพัฒนาระบบการเลี้ยงให้เหมาะสมกับพื้นที่ ผลผลิตประมงน้ำจืด ประกอบกับภาครัฐมีการดำเนินนโยบายส่งเสริมระบบการเกษตรแบบแปลงใหญ่อย่างต่อเนื่อง เป็นผลให้ผลผลิตประมงน้ำจืดเพิ่มขึ้น  ด้านราคาราคาที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยลดลง ซึ่งเป็นการลดลงตามปริมาณผลผลิตที่ออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น

Advertisement

สาขาบริการทางการเกษตร ขยายตัว 3.6% โดยเกษตรกรมีการจ้างบริการเตรียมดิน ไถพรวนดิน และเกี่ยวนวดข้าวตามพื้นที่เพาะปลูกข้าวที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลจากปริมาณน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำที่เพียงพอสำหรับการเพาะปลูกข้าวนาปรัง นอกจากนี้ ในส่วนของการเพาะปลูกอ้อยโรงงาน มีการใช้บริการเก็บเกี่ยวอ้อยเพิ่มขึ้น เพราะมีการขยายพื้นที่เพาะปลูกอ้อยจากการส่งเสริมของโรงงานน้ำตาล สาขาป่าไม้มีการขยายตัว 2.2% เนื่องจากผลผลิตไม้ยูคาลิปตัส ไม้ยางพารา ถ่านไม้ และครั่ง เพิ่มขึ้น โดยความต้องการไม้ยูคาลิปตัสภายในประเทศสูงขึ้นเพื่อนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตกระดาษ และแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงชีวมวล (wood pellet) ขณะที่ไม้ยางพารายังคงเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดจีน นอกจากนี้ ผลผลิตครั่งฟื้นตัวเต็มที่จากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย ส่งผลให้มีมูลค่าการส่งออกครั่งในเดือนม.ค.61 เพิ่มสูงถึง 3 เท่าตัว