กรมส่งเสริมสหกรณ์ ผนึกกำลัง 2 หน่วยงานลงนาม MOU แลกเปลี่ยนข้อมูลเกษตรกรร่วมกันหวัง ลดความซ้ำซ้อน เน้นบูรณาการให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ มุ่งสู่ความเป็นเลิศด้านเศรษฐกิจดิจิทัล

3.04.18 | 16:31 น.

อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ร่วมลงนาม MOU ร่วมกับ กรมการข้าว – กรมการปกครอง เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศระหว่างหน่วยงานภายในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อส่งเสริมยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร ลดความซ้ำซ้อน มีฐานข้อมูลที่ถูกต้อง ในการพัฒนาระบบสหกรณ์และดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ณ ห้องประชุม 226 อาคาร 1 ชั้น 2 กรมส่งเสริมสหกรณ์

นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวภายหลังการลงนามในบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศระหว่างหน่วยงาน สำหรับการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานภายในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แก่ กรมการข้าว และหน่วยงานภายนอกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แก่ กรมการปกครอง เพื่อร่วมกันพัฒนาฐานข้อมูลให้มีความสมบูรณ์และสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพว่า สืบเนื่องจากการปรับเปลี่ยนภาครัฐสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล อันเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์หลักของแผนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับงานบริการภาครัฐ สู่ความเป็นเลิศเป็นภารกิจสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายตามวิสัยทัศน์ประเทศไทยปี พ.ศ.2558-2563 โดยมีวัตถุประสงค์  เพื่อมุ่งเน้นความ มั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืนของประเทศ

ดังนั้น กรมส่งเสริมสหกรณ์ในฐานะเป็นผู้ดูแล ส่งเสริม สนับสนุน ช่วยเหลือ พัฒนาระบบสหกรณ์ และเผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับอุดมการณ์ หลักการ และวิธีการสหกรณ์ ด้านการสหกรณ์ให้กับเกษตรกร โดยการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ในการเพิ่มขีดความสามารถด้านการบริหารจัดการคุณภาพบุคลาการ เทคโนโลยีดิจิทัลและการนำไปใช้ เพื่อทำให้เกษตรกรสามารถดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง และดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพมีการเชื่อมโยงธุรกิจสหกรณ์ระดับสากล เพื่อให้สมาชิกสหกรณ์มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม “เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งไว้การทำ MOU ดังกล่าวกรมส่งเสริมสหกรณ์จึงต้องมีการเชื่อมโยงข้อมูลเกษตรกรกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีข้อมูลทะเบียนสมาชิกสหกรณ์เป็นฐานข้อมูลหลัก ซึ่งรัฐบาลได้ให้แต่ละหน่วยงานบูรณาการข้อมูลซึ่งกันและกัน เพื่อให้ความช่วยเหลือเกษตรกร ลดความซ้ำซ้อน และมีฐานข้อมูลที่ถูกต้องและก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด” นายพิเชษฐ์กล่าว

นายพิเชษฐ์ กล่าวต่อว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ โดยศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้จัดทำข้อมูลดังกล่าวกับหน่วยงานภายในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แก่ กรมการข้าว รวมถึงการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานภายนอก ได้แก่ กรมการปกครอง ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลทะเบียนราษฏร์ โดยอ้างอิงเลขหมายประจำตัวประชาชน 13 หลัก เพื่อร่วมกันพัฒนาฐานข้อมูลให้มีความสมบูรณ์และสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามแนวทางการใช้ประโยชน์จาก Big Data

การบูรณาการระหว่างหน่วยงานมีการดำเนินงานแบบอัจฉริยะ ให้บริการโดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง เพื่อมุ่งไปสู่ เศรษฐกิจดิจิทัลหรือ Digital Economy อย่างไรก็ตาม กรมส่งเสริมสหกรณ์ โดยศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้ดำเนินการจัดหาและติดตั้งวงจรอินเทอร์เน็ต พร้อมอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยเครือข่ายในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่าง กรมส่งเสริมสหกรณ์ และกรมการข้าว เพื่อบูรณาการข้อมูลพื้นฐานทางด้านข้อมูลเกษตรกร และสมาชิกสหกรณ์ระหว่างหน่วยงาน และพัฒนาโปรแกรมระบบทะเบียนสมาชิกสหกรณ์ และทะเบียนหุ้นสหกรณ์ให้สามารถรายงานทะเบียนสมาชิก รายงานข้อมูลพื้นฐานทางด้านข้อมูลเกษตรกร การผลิตทางการเกษตรในรอบปีที่ผ่านมา รายงานปัญหาที่พบในการประกอบอาชีพ รายงานข้อมูลด้านหนี้สิน รายงานข้อมูลการผลิตปีปัจจุบัน และรายงานข้อมูลการเลี้ยงโคนม ตามเขตพื้นที่ ช่วงเวลาและช่วงรายได้ของการเกษตร

Advertisement

นายพิเชษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง ตกลงอนุญาตให้ กรมส่งเสริมสหกรณ์ใช้ประโยชน์ข้อมูลทะเบียนประวัติราษฏรที่สำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง ได้รวบรวมจัดเก็บไว้ในระบบคอมพิวเตอร์เฉพาะที่ได้เก็บไว้ในทะเบียนบ้านเท่านั้น และการใช้ประโยชน์ข้อมูลทะเบียนประวัติราษฏรของกรมส่งเสริมสหกรณ์ให้กระทำด้วยระบบคอมพิวเตอร์โดยวิธีเชื่อมโยงข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งกระทำโดยเจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมสหกรณ์ ทั้งนี้ กรมส่งเสริมสหกรณ์ ต้องนำข้อมูลไปใช้เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจของหน่วยงานเท่านั้น