“วิสาหกิจชุมชนต้นกล้าหมี่กรอบ”ต้นแบบผลผลสำเร็จวิสาหกิจชุมชนอย่างยั่งยืน

5.04.18 | 19:49 น.

ปัจจุบันในพื้นที่ภาคกลางมีวิสาหกิจชุมชนที่จดทะเบียนแล้วรวม 3,630 แห่ง มีสมาชิกจำนวน 48,830 ราย แยกเป็น กรุงเทพมหานคร 284 แห่ง นนทบุรี 300 แห่ง ปทุมธานี 386 แห่ง พระนครศรีอยุธยา 492 แห่ง อ่างทอง 384 แห่ง ลพบุรี 646 แห่ง สระบุรี 511 แห่ง สิงห์บุรี 254 แห่ง และชัยนาท 373 แห่งและเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนที่จดทะเบียนแล้ว 5 แห่ง สมาชิก 77 ราย

นายไพศาล สังข์มงคล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท เปิดเผยว่า จากนโยบายของกรมส่งเสริมการเกษตรที่ต้องการคัดเลือกวิสาหกิจชุมชนที่มีการบริหารจัดการที่ดี มีแนวโน้มการพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นตัวอย่างหรือต้นแบบสำหรับวิสาหกิจชุมชนอื่นในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อเป็นการกระตุ้นและพัฒนาประสิทธิภาพการประกอบวิสาหกิจชุมชนให้เกิดความมั่นคง โดยให้สำนักงานเกษตรจังหวัดทำการคัดเลือกวิสาหกิจชุมชนดีเด่นระดับจังหวัด เพื่อเข้ารับการคัดเลือกในระดับเขตและระดับประเทศต่อไป ซึ่งวิสาหกิจชุมชนต้นกล้าหมี่กรอบ จ.สิงห์บุรี จัดเป็นหนึ่งในวิสาหกิจต้นแบบที่ประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการกลุ่มที่เกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรมจนได้รับการคัดเลือกให้เป็นวิสาหกิจชุมชนดีเด่นระดับจังหวัดสิงห์บุรี ประจำปี 2561

ด้านนางประภาภรณ์ หว่างแทน ประธานวิสาหกิจชุมชนต้นกล้าหมี่กรอบ เล่าว่า เดิมทีนั้นตนประกอบอาชีพการเกษตรโดยปลูกพืชผัก และเพาะเห็ด จนกระทั่งปี 2554 เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ส่งผลให้พืชผลทางการเกษตรเสียหาย ทำให้ขาดรายได้ มีหนี้สินเพิ่มพูน จนกระทั่งต้องหันหน้าเข้าวัดปฏิบัติธรรมเพื่อตั้งสติ จนกระทั่งได้บังเอิญเจอคุณยายท่านหนึ่งที่ทำหมี่กรอบมาทำบุญจึงไปขอชิมและพบว่ารสชาติอร่อย จึงเกิดแนวคิดการทำหมี่กรอบจำหน่าย เริ่มต้นก็ลองผิดลองถูกอยู่นาน ต่อมาจึงได้คิดค้นเพิ่มเติมด้วยการนำส่วนผสมของสมุนไพรมาใส่เข้าไป จึงได้สูตรหมี่กรอบเป็นของตนเองในปี 2556 จากนั้นจึงได้มีการรวมตัวกันกับคนในชุมชนจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชน โดยใช้ชื่อว่า “วิสาหกิจชุมชนต้นกล้าหมี่กรอบ” ซึ่งหมี่กรอบเป็นผลิตภัณฑ์ชิ้นแรกที่กลุ่มฯ ได้ทำออกมาจำหน่าย

ปัจจุบัน “วิสาหกิจชุมชนต้นกล้าหมี่กรอบ” มีสมาชิกรวม 20 ราย ดำเนินการผลิตสินค้าหลายชนิด อาทิ หมี่กรอบสมุนไพร ทองม้วน ข้าวเม่าทรงเครื่อง กุนเชียง กล้วยฉาบธัญพืช ข้าวเกรียบผลไม้ หมูทุบ ข้าวแต๋น กระยาสารท และข้าวเกรียบงาโบราณ โดยเน้นการใช้วัตถุดิบภายในชุมชน เช่น ใบมะกรูด กล้วย สมุนไพร เป็นต้น

Advertisement

แรงงานจากสมาขิก และคนในชุมชน มีการวิเคราะห์ศักยภาพความเป็นไปได้ของสินค้าก่อนออกจำหน่าย เรียนรู้เพิ่มเติมและปรับปรุงผลิตภัณฑ์อยู่เสมอ มีการบริหารจัดการทุนภายใต้การพึ่งตนเองจัดระบบสวัสดิการให้แก่สมาชิกและชุมชน ลูกหลานของคนในชุมชนได้ช่วยงานเพื่อหารายได้พิเศษระหว่างปิดภาคเรียน รวมทั้งมีการทำกิจกรรมด้านสาธารณประโยชน์และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชุมชน ทำให้สมาชิกมีรายได้จากการผลิตภสินค้าของกลุ่มฯ เฉลี่ยวันละ 300-500 บาทต่อคน ตามความสามารถและความชำนาญในการผลิตสินค้าของแต่ละคน พร้อมกับมีค่าล่วงเวลา และมีการระดมหุ้นจากสมาชิก มีการปันผลกำไรและโบนัสจากการจำหน่ายผลผลิตให้กับสมาชิกเป็นประจำทุกปี

โดยในส่วนของการทำตลาดนั้นกลุ่มฯ มีแหล่งจำหน่ายสินค้าทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัดกว่า 150 ร้านค้า สามารถจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้าทางช่องทางต่างๆ ทั่วประเทศ และปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่อีกด้วย

สำหรับผู้อ่านท่านใดที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อ “วิสาหกิจชุมชนต้นกล้าหมี่กรอบ” ได้ที่ เลขที่ 82 ม.2 ต.บ้านแป้ง อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี เบอร์โทรศัพท์  09-2278-0380